บัตรเดินทางสำหรับนักธุรกิจเอเปค (ABTC): เงื่อนไขการใช้ และเอกสารที่ต้องแปล

สรุปสั้น

บัตรเดินทางสำหรับนักธุรกิจเอเปค (APEC Business Travel Card หรือ ABTC) เป็นบัตรที่ใช้ควบคู่กับหนังสือเดินทางบุคคลธรรมดา เพื่อเดินทางเข้าเขตเศรษฐกิจสมาชิกเอเปคที่ร่วมโครงการเพื่อ “ติดต่อธุรกิจระยะสั้น” โดยไม่ต้องขอวีซ่าซ้ำ ผู้ถือบัตรใช้ช่องทาง APEC Lane ได้ตามท่าอากาศยานของสมาชิกที่ร่วมโครงการ บัตรมีอายุ 5 ปี และเขตเศรษฐกิจที่เข้าได้จะพิมพ์อยู่ด้านหลังบัตรเฉพาะรายที่ผ่านการตรวจสอบประวัติแล้ว ในประเทศไทยผู้ที่มีคุณสมบัติยื่นคำขอผ่านกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ส่วนงานที่เราให้บริการคือการแปลและรับรองเอกสารประกอบคำขอและเอกสารธุรกิจที่ต้องใช้ในต่างประเทศ

ข้อเท็จจริงสำคัญของบัตร ABTC

ลักษณะบัตรขนาดเท่าบัตรเครดิต มีรูปถ่าย ลายมือชื่อ ชื่อ–นามสกุล วันเกิด เลขหนังสือเดินทาง และรายชื่อเขตเศรษฐกิจที่ผ่านการตรวจสอบ
อายุบัตร5 ปี (ต้องใช้คู่กับหนังสือเดินทางเล่มที่ใช้ยื่นขอบัตรเท่านั้น)
ลักษณะการเข้าเมืองเข้าได้หลายครั้ง (multiple entry) ภายในอายุบัตร ระยะพำนักต่อครั้งประมาณ 60–90 วัน ตามเงื่อนไขของแต่ละเขตเศรษฐกิจ
วัตถุประสงค์ที่ใช้ได้ติดต่อธุรกิจระยะสั้นเท่านั้น หากเดินทางด้วยวัตถุประสงค์อื่น เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองปลายทางอาจปฏิเสธการใช้บัตรในครั้งนั้น
หน่วยงานผู้รับคำขอในไทยกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ
สิ่งที่บัตรไม่ครอบคลุมไม่ใช่ใบอนุญาตทำงาน ไม่ใช่วีซ่านักเรียน และไม่ทดแทนการรับรองเอกสาร/นิติกรณ์

เขตเศรษฐกิจที่ร่วมโครงการ

เขตเศรษฐกิจที่เข้าร่วมโครงการบัตร ABTC แบบเต็มรูปแบบมี 19 แห่ง ได้แก่ ออสเตรเลีย บรูไน ชิลี จีน ฮ่องกง อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ มาเลเซีย นิวซีแลนด์ เปรู ฟิลิปปินส์ ปาปัวนิวกินี สิงคโปร์ ไทย ไต้หวัน เวียดนาม เม็กซิโก และรัสเซีย ส่วนสหรัฐอเมริกาและแคนาดาเข้าร่วมในสถานะสมาชิกเปลี่ยนผ่าน (transitional member) ซึ่งให้สิทธิใช้ช่องทางพิเศษที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองแต่ไม่ได้ยกเว้นการขอวีซ่า ทั้งนี้รายชื่อและเงื่อนไขอาจปรับเปลี่ยนได้ ควรตรวจสอบจากกรมการกงสุลและ APEC ก่อนเดินทางทุกครั้ง

ขั้นตอนโดยลำดับ

  1. 1. ตรวจคุณสมบัติผู้สมัครก่อนเตรียมเอกสาร

    โดยทั่วไปผู้สมัครต้องเป็นนักธุรกิจหรือผู้บริหารที่ต้องเดินทางติดต่อธุรกิจในเขตเศรษฐกิจเอเปคเป็นประจำ มีประวัติการเดินทางที่ดี ไม่เคยต้องโทษคดีอาญา และไม่เคยถูกปฏิเสธการเข้าเมืองของสมาชิกที่ร่วมโครงการ รายละเอียดคุณสมบัติและหลักฐานที่ต้องใช้เป็นไปตามประกาศของกรมการกงสุล ณ เวลาที่ยื่น

  2. 2. รวบรวมเอกสารบริษัทและเอกสารส่วนบุคคล

    ชุดเอกสารมักประกอบด้วยหนังสือเดินทางบุคคลธรรมดาที่มีอายุเหลือเพียงพอ หนังสือรับรองนิติบุคคล บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (บอจ.5) หนังสือรับรองการเป็นพนักงาน/ผู้บริหาร และหลักฐานความจำเป็นทางธุรกิจ เช่น สัญญาหรือหนังสือเชิญจากคู่ค้าในต่างประเทศ

  3. 3. แปลเอกสารที่เป็นภาษาไทยให้ครบทั้งฉบับ

    เอกสารนิติบุคคลและหนังสือรับรองที่ออกเป็นภาษาไทยควรมีคำแปลภาษาอังกฤษที่ครบทุกองค์ประกอบ ทั้งข้อความ ตราประทับ ลายมือชื่อ และหมายเหตุท้ายเอกสาร พร้อมสะกดชื่อบุคคลและชื่อบริษัทให้ตรงกับหนังสือเดินทางและเอกสารจดทะเบียนทุกฉบับ

  4. 4. ยื่นคำขอต่อกรมการกงสุลและรอผลตรวจสอบประวัติ

    ข้อมูลของผู้ยื่นจะถูกส่งไปให้เขตเศรษฐกิจสมาชิกที่ร่วมโครงการตรวจสอบประวัติทีละแห่ง ผลจึงทยอยกลับมาไม่พร้อมกัน ชื่อเขตเศรษฐกิจที่อนุมัติแล้วเท่านั้นที่จะปรากฏหลังบัตร รอบเวลาการพิจารณาเป็นของแต่ละเขตเศรษฐกิจและผันแปรตามช่วงเวลา

  5. 5. ตรวจข้อมูลบนบัตรและใช้ให้ตรงเงื่อนไข

    เมื่อได้รับบัตรให้ตรวจชื่อ เลขหนังสือเดินทาง และรายชื่อเขตเศรษฐกิจหลังบัตรว่าถูกต้อง ใช้บัตรคู่กับหนังสือเดินทางเล่มเดิมที่ยื่นขอเท่านั้น หากเปลี่ยนเล่มหนังสือเดินทางต้องดำเนินการปรับปรุงข้อมูลตามที่กรมการกงสุลกำหนด

  6. 6. เตรียมเอกสารเสริมสำหรับปลายทางออสเตรเลีย

    หากธุรกิจของท่านต้องยื่นเอกสารต่อหน่วยงานออสเตรเลียเพิ่มเติม เช่น หน่วยงานประเมินคุณวุฒิ หน่วยงานราชการ หรือคู่ค้า เอกสารภาษาไทยควรมีคำแปลที่ตรงตามเกณฑ์ของหน่วยงานนั้น ซึ่งโดยทั่วไปอ้างอิงระบบ NAATI สำหรับคำแปลที่จัดทำในออสเตรเลีย

เอกสารที่มักต้องเตรียมและแปล

  • หนังสือรับรองนิติบุคคล

    แสดงสถานะบริษัท กรรมการผู้มีอำนาจ และวัตถุประสงค์ ควรคัดฉบับล่าสุดจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า และแปลครบทุกบรรทัดรวมตราประทับนายทะเบียน

  • บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (บอจ.5)

    ใช้แสดงสัดส่วนการถือหุ้นและความเชื่อมโยงของผู้สมัครกับกิจการ ต้องแปลตารางทั้งหมดโดยไม่ตัดรายการใดออก

  • หนังสือรับรองการทำงาน/ตำแหน่ง

    ระบุตำแหน่ง ระยะเวลาการทำงาน และความจำเป็นในการเดินทางเชิงธุรกิจ ควรออกโดยผู้มีอำนาจลงนามและมีตราบริษัท

  • หนังสือเชิญหรือสัญญาทางธุรกิจจากต่างประเทศ

    หลักฐานความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับคู่ค้าในเขตเศรษฐกิจเอเปค หากเป็นภาษาอื่นที่ไม่ใช่อังกฤษควรมีคำแปลประกอบ

  • หนังสือเดินทางบุคคลธรรมดา

    ต้องเป็นเล่มที่จะใช้คู่กับบัตร ABTC ตลอดอายุการใช้งาน ห้ามใช้บัตรคู่กับหนังสือเดินทางราชการ

  • เอกสารประกอบอื่นตามที่หน่วยงานกำหนด

    เช่น ใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม งบการเงิน หรือหลักฐานการเดินทางเชิงธุรกิจย้อนหลัง ขึ้นกับประกาศของกรมการกงสุลในขณะยื่น

หากเอกสารชุดเดียวกันต้องผ่านนิติกรณ์หรือรับรองสถานทูตต่อ อ่านลำดับการรับรองได้ที่ นิติกรณ์เอกสาร กรมการกงสุล และ การรับรองโดยสถานทูต

จุดที่มักถูกตีกลับ

  • ใช้บัตร ABTC คู่กับหนังสือเดินทางคนละเล่มกับที่ยื่นขอ ซึ่งขัดวัตถุประสงค์ของบัตรและอาจมีปัญหาที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง
  • เข้าใจว่าบัตรใช้ทำงาน เรียน หรือพำนักระยะยาวได้ ทั้งที่ครอบคลุมเฉพาะการติดต่อธุรกิจระยะสั้น
  • คาดว่าเขตเศรษฐกิจทุกแห่งจะอนุมัติพร้อมกัน ทั้งที่การตรวจสอบประวัติเป็นรายเขตเศรษฐกิจและได้ผลไม่พร้อมกัน
  • สะกดชื่อบุคคลหรือชื่อบริษัทในคำแปลไม่ตรงกับหนังสือเดินทางและหนังสือรับรองนิติบุคคล
  • แปลเอกสารนิติบุคคลไม่ครบตาราง ตราประทับ หรือหมายเหตุท้ายเอกสาร
  • ใช้หนังสือรับรองนิติบุคคลที่คัดไว้นานเกินกรอบเวลาที่หน่วยงานปลายทางยอมรับ

คำถามที่พบบ่อย

บัตร ABTC ใช้แทนวีซ่าได้ทุกประเทศหรือไม่

ไม่ใช่ ใช้ได้เฉพาะเขตเศรษฐกิจสมาชิกเอเปคที่ร่วมโครงการและมีชื่อปรากฏด้านหลังบัตรของท่านเท่านั้น สหรัฐอเมริกาและแคนาดาเข้าร่วมในสถานะสมาชิกเปลี่ยนผ่าน ซึ่งให้สิทธิใช้ช่องทางพิเศษที่ด่าน แต่ไม่ได้ยกเว้นการขอวีซ่า

บัตรมีอายุกี่ปี และพำนักได้ครั้งละกี่วัน

บัตรมีอายุ 5 ปี เดินทางเข้าได้หลายครั้งภายในอายุบัตร ระยะพำนักต่อครั้งโดยทั่วไปอยู่ในช่วงประมาณ 60–90 วัน ขึ้นกับข้อกำหนดของแต่ละเขตเศรษฐกิจที่เดินทางเข้า

ใช้บัตร ABTC ไปทำงานที่ออสเตรเลียได้ไหม

ไม่ได้ บัตรครอบคลุมการติดต่อธุรกิจระยะสั้นเท่านั้น การทำงานหรือพำนักระยะยาวต้องยื่นวีซ่าประเภทที่ตรงกับวัตถุประสงค์ตามหลักเกณฑ์ของ Department of Home Affairs

เอกสารบริษัทภาษาไทยต้องแปลเป็นภาษาอังกฤษหรือไม่

หากต้องใช้กับคู่ค้า หน่วยงาน หรือธนาคารในต่างประเทศ ควรมีคำแปลภาษาอังกฤษที่ครบทั้งฉบับ ส่วนเอกสารที่ยื่นต่อหน่วยงานไทยให้ยึดตามแบบฟอร์มและภาษาที่หน่วยงานนั้นกำหนด

ถ้าปลายทางเป็นหน่วยงานออสเตรเลีย ต้องใช้คำแปลแบบไหน

หน่วยงานออสเตรเลียอ้างอิงระบบ NAATI สำหรับคำแปลที่จัดทำในออสเตรเลีย ส่วนคำแปลที่จัดทำนอกออสเตรเลียต้องแสดงชื่อเต็ม ที่อยู่ ข้อมูลติดต่อ และคุณวุฒิ/ประสบการณ์ของผู้แปลบนคำแปล

เปลี่ยนเล่มหนังสือเดินทางระหว่างที่บัตรยังไม่หมดอายุต้องทำอย่างไร

ต้องดำเนินการปรับปรุงข้อมูลกับกรมการกงสุลตามขั้นตอนที่ประกาศไว้ เพราะบัตรผูกกับเลขหนังสือเดินทางเล่มที่ใช้ยื่นขอ การใช้คู่กับเล่มอื่นถือว่าใช้ผิดวัตถุประสงค์

ค่าธรรมเนียมและระยะเวลาดำเนินการเท่าไร

ค่าธรรมเนียมของทางราชการและรอบเวลาการตรวจสอบประวัติเป็นไปตามที่กรมการกงสุลและแต่ละเขตเศรษฐกิจกำหนด และปรับเปลี่ยนได้ ควรตรวจสอบจากเว็บไซต์ของกรมการกงสุลโดยตรง ส่วนค่าบริการแปลและรับรองเอกสารของเรา ขึ้นกับจำนวนหน้าและคู่ภาษา สอบถามเจ้าหน้าที่ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมลได้

บริษัทให้บริการยื่นขอบัตร ABTC แทนหรือไม่

การยื่นคำขอบัตรเป็นกระบวนการที่ผู้สมัครดำเนินการกับกรมการกงสุลตามหลักเกณฑ์ของหน่วยงาน ส่วนที่เราดูแลคือการแปลและรับรองเอกสารประกอบ เช่น หนังสือรับรองนิติบุคคล บอจ.5 หนังสือรับรองการทำงาน และเอกสารธุรกิจที่ต้องใช้กับปลายทางต่างประเทศ

อ่านต่อในเรื่องที่เกี่ยวข้อง

ข้อมูลตรวจทานเมื่อ สิงหาคม 2569 · เนื้อหานี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการเตรียมเอกสาร ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายหรือการรับรองผลการพิจารณาของหน่วยงานใด โปรดตรวจสอบคุณสมบัติ ค่าธรรมเนียม และรอบเวลาล่าสุดจาก กรมการกงสุล, APEC, Department of Home Affairs และ NAATI