กรมการกงสุลรับรองอะไร และไม่รับรองอะไร
กรมการกงสุลรับรองความถูกต้องของลายมือชื่อและตราประทับของเจ้าหน้าที่ผู้ออกเอกสารหรือผู้รับรองคำแปล ไม่ได้รับรองว่าข้อเท็จจริงในเอกสารเป็นความจริง และไม่ได้รับรองคุณภาพเชิงสำนวนของคำแปล
แหล่งอ้างอิง: กรมการกงสุล

ทีมงานและใบอนุญาตจริง
งานรับรองเอกสารของเราดำเนินการโดยทนายความที่ขึ้นทะเบียนเป็นทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสารกับสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ ตามข้อบังคับสภาทนายความว่าด้วยการขึ้นทะเบียนทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร พ.ศ. 2551 ภาพใบอนุญาตด้านล่างปิดบังเลขที่ใบอนุญาตและข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อความปลอดภัยของข้อมูล ตรวจสอบตัวจริงได้เมื่อเข้ารับบริการ

ทนายอนุตรีย์

ทนายจิรพันธ์

ทนายจิรศักดิ์

ทนายปฏิภาณ

ทนายวราวุธ

ทนายวิวัฒน์
ออกโดยสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ · ปิดบังข้อมูลส่วนบุคคลบางส่วน

นิติกรณ์เอกสาร คือการที่กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ รับรองความถูกต้องของลายมือชื่อและตราประทับของผู้มีอำนาจลงนามในเอกสาร หรือรับรองคำแปลว่าตรงกับต้นฉบับ ไม่ใช่การรับรองเนื้อหาว่าเป็นความจริง ลำดับปกติคือคัดต้นฉบับจากหน่วยงานผู้ออก แปลให้ครบทั้งฉบับ แล้วจึงยื่นรับรองนิติกรณ์ ก่อนนำไปให้สถานทูตปลายทางรับรองต่อหากปลายทางกำหนด
รับรองว่าคำแปลไทย–อังกฤษ หรืออังกฤษ–ไทย มีข้อความตรงกับเอกสารต้นฉบับที่ยื่นคู่กัน ต้องแนบต้นฉบับหรือสำเนาที่หน่วยงานผู้ออกรับรองไปพร้อมกันเสมอ
รับรองว่าลายมือชื่อและตราประทับของเจ้าหน้าที่ผู้ออกเอกสารราชการไทยเป็นของจริงตามตัวอย่างลายมือชื่อที่หน่วยงานส่งให้กรมการกงสุลไว้
รับรองว่าสำเนาเอกสารตรงกับต้นฉบับที่นำมาแสดง มักใช้กับเอกสารทะเบียนราษฎรและเอกสารการศึกษา
เอกสารที่ออกจากต่างประเทศต้องผ่านการรับรองจากหน่วยงานของประเทศนั้นและสถานเอกอัครราชทูต/สถานกงสุลไทยในประเทศนั้นก่อน จึงนำมายื่นรับรองต่อที่กรมการกงสุลได้
ขอคัดจากหน่วยงานเจ้าของเรื่อง เช่น สำนักทะเบียนอำเภอ/เขต สถานศึกษา หรือหน่วยงานผู้ออกใบอนุญาต ตรวจให้แน่ใจว่าตราประทับและลายมือชื่อชัดเจน ไม่ใช่สำเนาถ่ายซ้ำจนอ่านไม่ออก
แปลทุกข้อความรวมหัวกระดาษ ตราครุฑ เลขที่เอกสาร หมายเหตุท้ายเอกสาร และข้อความในตราประทับ สะกดชื่อ–นามสกุลให้ตรงกับหนังสือเดินทางทุกจุด
ยื่นต้นฉบับพร้อมคำแปลและสำเนาบัตรประชาชน/หนังสือเดินทางของผู้ยื่น ตามช่องทางและแบบฟอร์มที่กรมการกงสุลประกาศ ระยะเวลาและค่าธรรมเนียมเป็นไปตามประกาศของกรมการกงสุล ณ เวลาที่ยื่น
เมื่อได้ตรานิติกรณ์แล้ว ตรวจการสะกดชื่อและวันที่อีกครั้ง หากปลายทางกำหนดให้สถานทูตของประเทศนั้นรับรองซ้ำ ให้นำไปยื่นต่อเป็นขั้นสุดท้าย
| ระบบรับรอง | ผู้รับรอง | รับรองอะไร | ใช้กับปลายทางแบบใด |
|---|---|---|---|
| นิติกรณ์ (Legalisation) | กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ | ลายมือชื่อ/ตราประทับของผู้ออกเอกสาร หรือความตรงกันของคำแปล | หน่วยงานต่างประเทศและสถานทูตที่กำหนดให้ผ่านกระทรวงการต่างประเทศ |
| NAATI certified translation | นักแปลที่ได้รับการรับรองจาก NAATI | คุณภาพและความถูกต้องของคำแปลโดยนักแปลผู้ได้รับการรับรอง | หน่วยงานออสเตรเลีย เช่น Department of Home Affairs และหน่วยงานประเมินคุณวุฒิ |
| Notary Public (ไทย) | ทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร | การลงลายมือชื่อต่อหน้า หรือสำเนาถูกต้องตามต้นฉบับที่นำมาแสดง | เอกสารเอกชน เช่น หนังสือมอบอำนาจ affidavit เอกสารบริษัท |
| Apostille | หน่วยงานผู้มีอำนาจของรัฐภาคีอนุสัญญา | ที่มาของลายมือชื่อ/ตราประทับ ในรูปแบบเดียวที่รัฐภาคียอมรับร่วมกัน | เฉพาะระหว่างรัฐภาคีอนุสัญญา Apostille — ตรวจสถานะล่าสุดจาก HCCH |
สำหรับเอกสารที่ต้องยื่นหน่วยงานออสเตรเลีย โปรดอ่านเงื่อนไขคำแปลของหน่วยงานนั้นควบคู่กับ หน้าเปรียบเทียบระบบรับรอง
นิติกรณ์เป็นชื่อรวมของงานรับรองเอกสารที่กรมการกงสุลให้บริการ ส่วน 'รับรองคำแปล' เป็นประเภทหนึ่งของนิติกรณ์ที่รับรองว่าคำแปลมีข้อความตรงกับต้นฉบับ ไม่ได้รับรองว่าข้อเท็จจริงในเอกสารเป็นความจริง
ขึ้นกับหน่วยงานปลายทาง หน่วยงานออสเตรเลียจำนวนมากรับคำแปลที่จัดทำโดยนักแปลที่ได้รับการรับรองจาก NAATI โดยไม่ต้องผ่านนิติกรณ์ แต่บางกระบวนการ เช่น การจดทะเบียนสมรสหรือการใช้เอกสารกับหน่วยงานของรัฐบางแห่ง อาจกำหนดให้ผ่านการรับรองเพิ่ม ควรอ่านข้อกำหนดของหน่วยงานนั้นเป็นหลัก
โดยทั่วไปต้องแสดงต้นฉบับหรือสำเนาที่หน่วยงานผู้ออกรับรองสำเนาถูกต้อง เอกสารถ่ายเองที่ไม่มีการรับรองมักไม่ได้รับการพิจารณา
งานแปลโดยทั่วไป 1–3 วันทำการต่อชุด ส่วนขั้นนิติกรณ์แปรผันตามช่องทางที่ยื่นและปริมาณคิว จึงควรตรวจรอบเวลาและค่าธรรมเนียมล่าสุดจากประกาศของกรมการกงสุลก่อนวางแผนวันเดินทาง
โดยทั่วไปสามารถมอบหมายผู้อื่นยื่นแทนได้ตามเงื่อนไขและเอกสารมอบอำนาจที่กรมการกงสุลกำหนด ควรตรวจรายการเอกสารประกอบล่าสุดก่อนเดินทางไปยื่น
ได้ แต่ต้องผ่านการรับรองจากหน่วยงานผู้มีอำนาจของประเทศนั้นและสถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลไทยในประเทศนั้นก่อน จึงนำมายื่นรับรองต่อที่กรมการกงสุลได้
สถานะการเข้าเป็นภาคีอนุสัญญา Apostille เป็นเรื่องที่เปลี่ยนแปลงได้ตามการดำเนินการของรัฐ เราไม่ยืนยันสถานะแทนหน่วยงาน โปรดตรวจสอบจากเว็บไซต์ HCCH และประกาศของกรมการกงสุลโดยตรงก่อนวางแผนเอกสาร
ต้องแก้ที่ต้นทาง คือแก้คำแปลหรือคัดเอกสารต้นฉบับใหม่ แล้วยื่นขอรับรองใหม่ กรมการกงสุลไม่แก้ข้อความในเอกสารที่รับรองไปแล้ว
ข้อมูลตรวจทานเมื่อ สิงหาคม 2569 · เนื้อหานี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการเตรียมเอกสาร ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายเฉพาะราย ค่าธรรมเนียม รอบเวลา และเงื่อนไขเป็นไปตามประกาศของ กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ และสถานะอนุสัญญา Apostille ตรวจสอบได้จาก HCCH
ตรวจทานเนื้อหาเมื่อ สิงหาคม 2026 — เงื่อนไขของหน่วยงานเปลี่ยนแปลงได้ โปรดยืนยันกับหน่วยงานปลายทางก่อนยื่น
กรมการกงสุลรับรองความถูกต้องของลายมือชื่อและตราประทับของเจ้าหน้าที่ผู้ออกเอกสารหรือผู้รับรองคำแปล ไม่ได้รับรองว่าข้อเท็จจริงในเอกสารเป็นความจริง และไม่ได้รับรองคุณภาพเชิงสำนวนของคำแปล
แหล่งอ้างอิง: กรมการกงสุล
โดยทั่วไปรับรองคำแปลเอกสารราชการไทย ลายมือชื่อผู้มีอำนาจของหน่วยงานราชการไทย และเอกสารที่ผ่านการรับรองตามลำดับมาก่อน โดยมีเงื่อนไขเฉพาะตามประเภทเอกสาร
แหล่งอ้างอิง: กรมการกงสุล
ยื่นได้ทั้งด้วยตนเองและผ่านผู้รับมอบอำนาจตามแบบที่หน่วยงานกำหนด รวมถึงช่องทางไปรษณีย์ในบางกรณี เงื่อนไขเอกสารมอบอำนาจและระยะเวลาดำเนินการผันแปร ควรตรวจประกาศล่าสุด
แหล่งอ้างอิง: กรมการกงสุล
เพราะบางประเทศปลายทางกำหนดให้มีการรับรองต่อเนื่องเป็นลูกโซ่ คือหน่วยงานไทยรับรองก่อน แล้วสถานทูตของประเทศปลายทางรับรองตาม เพื่อยืนยันว่าลายมือชื่อของเจ้าหน้าที่ไทยเป็นของจริง
แหล่งอ้างอิง: กระทรวงการต่างประเทศ
ตามแนวปฏิบัติทั่วไป ต้องผ่านการรับรองจากหน่วยงานของประเทศผู้ออกเอกสารและสถานทูตไทยหรือสถานทูตของประเทศนั้นในไทย จากนั้นจึงแปลเป็นไทยและนำเข้ารับรองอีกครั้งตามที่หน่วยงานผู้รับกำหนด
แหล่งอ้างอิง: กรมการกงสุล
ยื่นได้ในหลายกรณี แต่เจ้าหน้าที่จะตรวจความถูกต้องของคำแปล หากพบข้อผิดพลาดจะถูกส่งกลับให้แก้ไข ซึ่งทำให้เสียเวลามากกว่าการให้ผู้แปลที่ชำนาญรูปแบบราชการจัดทำตั้งแต่ต้น
การรับรองนิติกรณ์เอกสารมีระเบียบและรูปแบบที่กรมการกงสุลกำหนด ทั้งเรื่องรูปแบบคำแปล เอกสารประกอบ และช่องทางยื่น การแปลเองอาจไม่ผ่านหากรูปแบบไม่ตรงตามที่กำหนด จึงควรตรวจสอบระเบียบล่าสุดกับกรมการกงสุลก่อนดำเนินการ
แหล่งอ้างอิง: กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ
โดยทั่วไปสามารถมอบอำนาจให้ผู้แทนยื่นแทนในประเทศไทย หรือใช้ช่องทางที่กรมการกงสุลเปิดให้บริการ ณ ขณะนั้น รายละเอียดหนังสือมอบอำนาจและช่องทางบริการผันแปร ต้องตรวจสอบกับกรมการกงสุลก่อนส่งเอกสาร
แหล่งอ้างอิง: กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ
สาเหตุที่พบบ่อยเมื่อเอกสารถูกตีกลับ พร้อมสิ่งที่ควรทำแทน — ข้อมูล ณ สิงหาคม 2026 โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานก่อนยื่น
การรับรองคำแปลจะเทียบคำแปลกับต้นฉบับทีละบรรทัด หากตกตราประทับ เลขที่เอกสาร หรือหมายเหตุ จะถูกให้แก้ไขและยื่นใหม่
โดยทั่วไปต้องแสดงเอกสารต้นฉบับที่หน่วยงานราชการออก พร้อมคำแปล การถ่ายสำเนาเองแล้วนำไปยื่นมักไม่ผ่าน
ลำดับปกติคือ ต้นฉบับ → คำแปล → รับรองนิติกรณ์ → สถานทูตปลายทาง หากนำไปสถานทูตก่อน สถานทูตส่วนใหญ่จะไม่รับ
เอกสารที่ยื่นหน่วยงานออสเตรเลียส่วนใหญ่ต้องการ 'คำแปลที่ตรงตามข้อกำหนดของหน่วยงานนั้น' ไม่ใช่การรับรองนิติกรณ์ ควรตรวจข้อกำหนดก่อนเสียเวลาและค่าธรรมเนียมที่อาจไม่จำเป็น
ค่าธรรมเนียม ช่องทางนัดหมาย และระยะเวลาผันแปรตามประกาศของกรมการกงสุล ให้ยึดประกาศบนเว็บไซต์ทางการ ณ วันที่ยื่นเท่านั้น
แหล่งอ้างอิงทางการ: กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล · กระทรวงการต่างประเทศ
ข้อมูลในหน้านี้อ้างอิงจากหน่วยงานทางการด้านล่าง ตรวจทานเมื่อ สิงหาคม 2026 — หลักเกณฑ์เปลี่ยนแปลงได้ โปรดยืนยันกับหน่วยงานปลายทางก่อนยื่นทุกครั้ง
ตัวอย่างสถานการณ์สมมติเพื่ออธิบายขั้นตอนการทำงาน ไม่ใช่กรณีของลูกค้ารายบุคคล และไม่ใช่การรับประกันผลการพิจารณาของหน่วยงานใด
ผู้ใช้บริการ: คนไทย · พื้นที่: กรุงเทพฯ
ผู้ใช้บริการ: คนไทย · พื้นที่: ต่างจังหวัด
ผู้ใช้บริการ: คนไทย · พื้นที่: ต่างประเทศ (ออสเตรเลีย)
ตรวจทานเนื้อหาเมื่อ สิงหาคม 2569 · เงื่อนไขของหน่วยงานเปลี่ยนแปลงได้ โปรดยืนยันกับหน่วยงานปลายทางก่อนยื่น
กรมการกงสุลรับรอง “ความถูกต้องของคำแปล” และ “ลายมือชื่อเจ้าหน้าที่ผู้ออกเอกสาร” ระยะเวลาขึ้นกับประเภทบริการที่เลือกและคิวในแต่ละช่วง จึงควรเผื่อเวลาก่อนวันนัดของหน่วยงานปลายทางเสมอ
คัดฉบับรับรองใหม่จากอำเภอ เขต หรือหน่วยงานผู้ออก เพราะลายมือชื่อเจ้าหน้าที่ต้องตรวจสอบย้อนได้ในฐานข้อมูล สำเนาถ่ายเก่ามักไม่ผ่าน
คำแปลต้องครบทุกบรรทัด รวมตราประทับและข้อความท้ายเอกสาร และสะกดชื่อตรงกับหนังสือเดินทาง
ยื่นด้วยตนเอง ทางไปรษณีย์ หรือผ่านผู้รับมอบอำนาจ ตามช่องทางที่กรมการกงสุลเปิดให้ในช่วงนั้น
ตรวจตราประทับและวันที่บนเอกสารที่ได้คืน หากปลายทางต้องการรับรองจากสถานทูตอีกชั้น ให้ยื่นต่อทันทีเพื่อไม่ให้เอกสารเก่าเกินอายุที่ปลายทางกำหนด
ถ้าไม่อยากไล่ขั้นตอนเอง ส่งภาพเอกสารมาทาง LINE ได้เลย ทีมงานที่ดูแลงานลักษณะนี้มากว่า 15 ปีจะประเมินให้ก่อนว่าเส้นทางเอกสารของคุณควรจบที่ขั้นไหน ต้องใช้กี่ฉบับ และมีอะไรที่ทำไปแล้วเสียเปล่า จากนั้นค่อยตัดสินใจว่าจะทำเองหรือให้เราดำเนินการให้ทั้งหมด
นิติกรณ์เป็นการรับรองลายมือชื่อ ไม่ใช่การรับรองเนื้อหา และไม่ใช่ Apostille ตารางนี้เทียบให้เห็นทั้งสายการรับรอง
| ทางเลือก | รับรองอะไร | ผู้ลงนาม/ผู้ออก | ใช้เมื่อไร | ข้อจำกัด |
|---|---|---|---|---|
| คำแปลรับรอง NAATI | คำแปลที่ลงนามโดยผู้แปลที่ได้รับการรับรองจาก NAATI พร้อมตราประทับ/ตราดิจิทัลระบุหมายเลขผู้แปล | ผู้แปลที่ได้รับการรับรองจาก NAATI (ออสเตรเลีย) | ยื่นหน่วยงานออสเตรเลีย เช่น Department of Home Affairs, หน่วยงานประเมินคุณวุฒิ, มหาวิทยาลัย, หน่วยงานรัฐของรัฐต่าง ๆ | รับรองเฉพาะ “คำแปล” ไม่ได้รับรองว่าเอกสารต้นฉบับเป็นของแท้ และไม่ใช่การรับรองของกงสุลไทย |
| คำแปลรับรองโดยผู้แปลในไทย | คำแปลพร้อมหนังสือรับรองคำแปลของผู้แปล/บริษัทแปล | ผู้แปลหรือบริษัทแปลในประเทศไทย | ใช้ภายในประเทศ หรือใช้เป็นตัวตั้งต้นก่อนส่งนิติกรณ์กรมการกงสุล | หน่วยงานออสเตรเลียหลายแห่งไม่รับ หากไม่ใช่คำแปลของผู้แปลที่ได้รับการรับรองจาก NAATI |
| รับรองโดยทนายความ (Notary Public ไทย) | การรับรองลายมือชื่อผู้ลงนาม หรือรับรองว่าสำเนาถูกต้องตรงกับต้นฉบับ | ทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร | หนังสือมอบอำนาจ คำให้การ (affidavit) หนังสือยินยอมให้บุตรเดินทาง เอกสารบริษัท และสำเนารับรองสำหรับต่างประเทศ | ไม่ได้รับรองว่าข้อความในเอกสารเป็นความจริง และไม่ทดแทนคำแปล NAATI |
| นิติกรณ์ กรมการกงสุล | การรับรองลายมือชื่อเจ้าหน้าที่ผู้ออกเอกสารหรือผู้รับรองคำแปล | กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ | ปลายทางกำหนดให้เอกสารไทยผ่านการรับรองจากกระทรวงการต่างประเทศก่อนยื่นสถานทูต | รับรองลายมือชื่อ ไม่ใช่ความถูกต้องของเนื้อหา และไม่ใช่ Apostille |
| รับรองโดยสถานทูต/สถานกงสุล | ขั้นสุดท้ายของสายการรับรอง โดยผู้แทนของประเทศปลายทาง | สถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลของประเทศปลายทาง | ประเทศปลายทางยังกำหนดให้ต้องรับรองซ้อนหลังนิติกรณ์ | แต่ละสถานทูตกำหนดเอกสารและคิวต่างกัน ต้องตรวจจากประกาศของสถานทูตนั้นทุกครั้ง |
| Apostille | การรับรองตามอนุสัญญา Apostille ที่ใช้แทนการรับรองซ้อนหลายชั้นระหว่างประเทศภาคี | หน่วยงานผู้มีอำนาจของประเทศที่ออกเอกสาร | เอกสารจากประเทศภาคีที่จะใช้ในประเทศภาคีอีกแห่งหนึ่ง | สำหรับเอกสารไทย อนุสัญญาจะมีผลใช้บังคับวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 (ที่มา: HCCH) ก่อนหน้านั้นยังใช้นิติกรณ์ + สถานทูตตามเดิม |
ถ้าอ่านแล้วยังไม่แน่ใจว่าเอกสารของคุณต้องจบที่ขั้นไหน ส่งภาพเอกสารและชื่อหน่วยงานปลายทางมาทาง LINE ได้เลย ทีมที่ปรึกษาซึ่งดูแลงานลักษณะนี้มากกว่า 15 ปีจะไล่เส้นทางให้ก่อนว่าต้องทำกี่ขั้น เพื่อไม่ให้เสียเวลาและค่าใช้จ่ายกับขั้นที่ไม่จำเป็น
งานรับรองกงสุลและสถานทูตมีลำดับขั้นตายตัว หากทำสลับกันต้องเริ่มใหม่ทั้งชุด เราวางลำดับให้ก่อนเริ่มงานเสมอ
ทบทวนเนื้อหา ณ สิงหาคม 2568 · โปรดตรวจสอบเงื่อนไขล่าสุดกับหน่วยงานปลายทางก่อนยื่น
ปรึกษาเส้นทางเอกสารทาง LINE @NAATI