ทีมงานทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร Thai Notary Law and Service Co., Ltd.
ทีมงานทนายความและเจ้าหน้าที่ประสานงานเอกสาร

ทีมงานและใบอนุญาตจริง

ทีมทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร (Notary Public) ที่ขึ้นทะเบียนจริง

งานรับรองเอกสารของเราดำเนินการโดยทนายความที่ขึ้นทะเบียนเป็นทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสารกับสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ ตามข้อบังคับสภาทนายความว่าด้วยการขึ้นทะเบียนทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร พ.ศ. 2551 ภาพใบอนุญาตด้านล่างปิดบังเลขที่ใบอนุญาตและข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อความปลอดภัยของข้อมูล ตรวจสอบตัวจริงได้เมื่อเข้ารับบริการ

ใบอนุญาต/หนังสือรับรองการขึ้นทะเบียน

  • หนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร ทนายอนุตรีย์

    ทนายอนุตรีย์

  • หนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร ทนายจิรพันธ์

    ทนายจิรพันธ์

  • หนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร ทนายจิรศักดิ์

    ทนายจิรศักดิ์

  • หนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร ทนายปฏิภาณ

    ทนายปฏิภาณ

  • หนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร ทนายวราวุธ

    ทนายวราวุธ

  • หนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร ทนายวิวัฒน์

    ทนายวิวัฒน์

ออกโดยสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ · ปิดบังข้อมูลส่วนบุคคลบางส่วน

เอกสารคำแปลที่จัดรูปแบบพร้อมแนบคำรับรอง
เอกสารคำแปลที่จัดรูปแบบพร้อมแนบคำรับรอง

แปลเอกสารการศึกษาเพื่อเรียนต่อและยื่นวีซ่านักเรียนออสเตรเลียโดยผู้แปลที่ได้รับการรับรองจาก NAATI

สรุปสั้น

การสมัครเรียนและยื่นวีซ่านักเรียนออสเตรเลีย (subclass 500) ต้องแนบเอกสารการศึกษาและเอกสารการเงินที่ออกเป็นภาษาไทยพร้อมคำแปลภาษาอังกฤษ หากแปลในออสเตรเลียต้องใช้ผู้แปลที่ได้รับการรับรองจาก NAATI หากแปลนอกออสเตรเลียคำแปลต้องระบุชื่อเต็ม ที่อยู่ ข้อมูลติดต่อ และคุณวุฒิของผู้แปล เอกสารหลักคือใบแสดงผลการเรียน ใบรับรองสำเร็จการศึกษา ปริญญาบัตร หนังสือรับรองการเงิน และเอกสารตัวตน งานแปลตามปกติใช้เวลา 1–3 วันทำการ ไม่รวมคิวของสถาบันหรือหน่วยงาน

ข้อมูลสำคัญโดยย่อ

หน่วยงาน/ผู้รับเอกสารสถาบันการศึกษาออสเตรเลีย (สำหรับ CoE) และ Department of Home Affairs (สำหรับวีซ่านักเรียน subclass 500)
รูปแบบคำแปลที่ยอมรับแปลในออสเตรเลีย: ผู้แปลที่ได้รับการรับรองจาก NAATI · แปลนอกออสเตรเลีย: คำแปลต้องระบุชื่อเต็ม ที่อยู่ ข้อมูลติดต่อ และคุณวุฒิของผู้แปล
เอกสารการศึกษาที่มักต้องแปลใบแสดงผลการเรียน (Transcript) ใบรับรองสำเร็จการศึกษา ปริญญาบัตร ใบ ปพ.1/ปพ.2 และใบรับรองสถานภาพนักเรียน
เอกสารประกอบอื่นหนังสือรับรองการเงินจากธนาคาร สลิปเงินเดือน/หนังสือรับรองการทำงานของผู้สนับสนุน สูติบัตร ทะเบียนบ้าน และหนังสือยินยอมของผู้ปกครองกรณีผู้เยาว์
ระยะเวลางานแปลโดยทั่วไป 1–3 วันทำการ ขึ้นกับจำนวนหน้าและความคมชัดของไฟล์
รูปแบบส่งมอบไฟล์ PDF พร้อมตราประทับและหมายเลข CPN ของผู้แปล และฉบับพิมพ์เมื่อร้องขอ

เอกสารที่มักต้องแปล

  • ใบแสดงผลการเรียน (Transcript)

    เป็นเอกสารที่สถาบันปลายทางใช้พิจารณาคุณสมบัติเข้าเรียนมากที่สุด ต้องแปลครบทุกหน้า ทุกรายวิชา ระบบเกรด และคำอธิบายท้ายเล่ม รวมถึงตราประทับและลายมือชื่อนายทะเบียน หากมีสองภาษาในฉบับเดิมก็ยังต้องแปลส่วนที่เป็นภาษาไทยทั้งหมด

  • ใบรับรองสำเร็จการศึกษา / ปริญญาบัตร

    ใช้ยืนยันว่าจบหลักสูตรจริงและได้รับวุฒิใด ต้องแปลชื่อวุฒิและชื่อสาขาให้ตรงกับที่สถาบันไทยกำหนดอย่างเป็นทางการ ไม่ตีความหรือเทียบวุฒิเอง เพราะการเทียบระดับคุณวุฒิเป็นอำนาจของหน่วยงานปลายทาง

  • ใบ ปพ.1 / ปพ.2 และเอกสารระดับมัธยม

    สำหรับผู้สมัคร Foundation, Diploma หรือหลักสูตรเตรียมเข้ามหาวิทยาลัย ต้องแปลผลการเรียนรายปี หน่วยกิต และเกณฑ์การสำเร็จการศึกษาให้ครบ พร้อมรักษาเลขที่เอกสารและวันที่ออกไว้เหมือนต้นฉบับ

  • หนังสือรับรองการเงินและ statement ธนาคาร

    ใช้แสดงความสามารถในการรับผิดชอบค่าเล่าเรียนและค่าครองชีพ ต้องแปลชื่อบัญชี ประเภทบัญชี ยอดคงเหลือ สกุลเงิน และวันที่ออกเอกสารอย่างตรงตัว ตัวเลขห้ามปัดหรือแปลงสกุลเงินในคำแปล

  • เอกสารตัวตนและครอบครัว

    สูติบัตร ทะเบียนบ้าน บัตรประชาชน ใบเปลี่ยนชื่อ-สกุล และทะเบียนสมรสของผู้ปกครอง ใช้ยืนยันความสัมพันธ์กับผู้สนับสนุนทางการเงินและความถูกต้องของชื่อที่สะกดไม่ตรงกันระหว่างเอกสาร

  • หนังสือยินยอมผู้ปกครองและเอกสารดูแลผู้เยาว์

    กรณีผู้สมัครอายุต่ำกว่า 18 ปี มักต้องมีหนังสือยินยอมของบิดามารดาและเอกสารการจัดที่พักอาศัย ซึ่งต้องแปลและรับรองให้สอดคล้องกับข้อกำหนดของสถาบันและหน่วยงานตรวจคนเข้าเมือง

ขั้นตอนโดยลำดับ

  1. 1. รวบรวมเอกสารฉบับจริงและตรวจความชัดของไฟล์

    สแกนสีความละเอียดอย่างน้อย 300 dpi ให้เห็นตราประทับ ลายมือชื่อ และขอบกระดาษครบทุกด้าน หน้าเปล่าหรือด้านหลังที่มีคำอธิบายระบบเกรดก็ต้องส่งมาด้วย เพราะคำแปลต้องสะท้อนเอกสารทั้งฉบับ

  2. 2. ตรวจการสะกดชื่อให้ตรงกับหนังสือเดินทาง

    แจ้งการสะกดชื่อ-นามสกุลภาษาอังกฤษตามหน้าหนังสือเดินทางก่อนเริ่มงาน หากเอกสารเก่าสะกดต่างกัน ให้แจ้งล่วงหน้าเพื่อจัดการอย่างสม่ำเสมอทั้งชุด และเตรียมใบเปลี่ยนชื่อประกอบ

  3. 3. แปลโดยผู้แปลที่ได้รับการรับรองในคู่ภาษาที่ถูกต้อง

    งานแปลไทย–อังกฤษดำเนินการโดยผู้แปลที่ได้รับการรับรองในทิศทางภาษานั้น พร้อมตราประทับ วันที่ และหมายเลข CPN ซึ่งตรวจสอบย้อนกลับได้จากไดเรกทอรีของ NAATI

  4. 4. ตรวจทานร่วมกับเช็กลิสต์ของสถาบันและวีซ่า

    เทียบรายการเอกสารกับที่สถาบันระบุในจดหมายเสนอรับเข้าเรียน และกับรายการเอกสารในระบบยื่นวีซ่า ถ้ารายการใดขอ certified copy ของต้นฉบับด้วย ต้องเตรียมเพิ่มนอกเหนือจากคำแปล

  5. 5. ส่งมอบไฟล์และเก็บสำเนาสำหรับการยื่นรอบถัดไป

    รับไฟล์ PDF ที่อัปโหลดเข้าระบบได้ทันที และเก็บสำเนาไว้ใช้ต่อสำหรับการขยายวีซ่า การโอนย้ายสถาบัน หรือการยื่นขอสัญชาติในอนาคต เพื่อไม่ต้องแปลซ้ำ

จุดที่มักถูกตีกลับ

  • แปลเฉพาะหน้าแรกของ transcript แล้วละเว้นคำอธิบายระบบเกรดด้านหลัง ทำให้ผู้ประเมินอ่านผลการเรียนไม่ครบ
  • สะกดชื่อในคำแปลไม่ตรงกับหนังสือเดินทาง ทำให้เอกสารถูกมองว่าเป็นคนละบุคคล
  • แปลชื่อวุฒิเป็นชื่อวุฒิออสเตรเลียที่ใกล้เคียง ทั้งที่ต้องคงชื่อวุฒิตามต้นฉบับ และปล่อยให้หน่วยงานปลายทางเป็นผู้เทียบระดับ
  • แปลงสกุลเงินหรือปัดยอดในหนังสือรับรองการเงิน ทำให้ตัวเลขไม่ตรงกับต้นฉบับ
  • ใช้ไฟล์ถ่ายจากมือถือที่เอียงหรือมีเงา จนตราประทับและเลขที่เอกสารอ่านไม่ออก
  • ส่งคำแปลที่ไม่มีตราประทับ วันที่ หรือหมายเลขผู้แปล ทำให้ตรวจสอบย้อนกลับไม่ได้
  • ยื่นคำแปลที่ทำไว้นานแล้วทั้งที่เอกสารต้นฉบับมีการออกใหม่หรือแก้ไข ทำให้ข้อมูลไม่ตรงกัน

คำถามที่พบบ่อย

ยื่นวีซ่านักเรียนออสเตรเลียต้องแปลเอกสารด้วย NAATI ไหม

หากคำแปลจัดทำในประเทศออสเตรเลีย Department of Home Affairs กำหนดให้ใช้ผู้แปลที่ได้รับการรับรองจาก NAATI ส่วนคำแปลที่จัดทำนอกออสเตรเลียต้องระบุชื่อเต็ม ที่อยู่ ข้อมูลติดต่อ และคุณวุฒิของผู้แปลบนคำแปล ในทางปฏิบัติผู้สมัครจำนวนมากเลือกใช้ผู้แปลที่ได้รับการรับรองจาก NAATI ตั้งแต่ต้น เพราะสถาบันการศึกษาและหน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองคุ้นเคยกับรูปแบบนี้และตรวจสอบหมายเลขผู้แปลย้อนกลับได้

ต้องแปลใบแสดงผลการเรียนทุกหน้าไหม หรือแปลเฉพาะหน้าที่มีเกรด

ต้องแปลทั้งฉบับ รวมถึงด้านหลังที่มีคำอธิบายระบบเกรด เกณฑ์การสำเร็จการศึกษา และหมายเหตุของนายทะเบียน เพราะผู้ประเมินใช้ส่วนนี้ตีความคะแนนเทียบมาตรฐาน หากส่งเฉพาะหน้าที่มีรายวิชา ผู้ประเมินอาจถือว่าเอกสารไม่ครบและขอให้ส่งใหม่ ซึ่งทำให้เสียเวลารอบการพิจารณา

ปริญญาบัตรกับใบรับรองสำเร็จการศึกษา ต้องแปลทั้งสองอย่างหรือไม่

โดยทั่วไปสถาบันปลายทางขอทั้งสองอย่างเมื่อมีอยู่ เพราะปริญญาบัตรยืนยันวุฒิที่ได้รับ ส่วนใบรับรองสำเร็จการศึกษามักระบุวันที่สภามหาวิทยาลัยอนุมัติ ซึ่งใช้พิจารณาช่วงเวลาว่าจบก่อนวันเปิดภาคเรียนหรือไม่ ควรตรวจรายการที่ระบุในจดหมายเสนอรับเข้าเรียนเป็นเกณฑ์สุดท้าย

ชื่อวุฒิภาษาไทยควรแปลให้ตรงกับวุฒิออสเตรเลียหรือแปลตามต้นฉบับ

ต้องแปลตามชื่อวุฒิที่สถาบันไทยกำหนดอย่างเป็นทางการ ไม่แปลงเป็นชื่อวุฒิของออสเตรเลีย เพราะการเทียบระดับคุณวุฒิเป็นอำนาจของสถาบันการศึกษาหรือหน่วยงานประเมินคุณวุฒิ การเขียนชื่อวุฒิที่ไม่ตรงต้นฉบับอาจถูกมองว่าคำแปลไม่ตรงกับเอกสารและถูกตีกลับ

หนังสือรับรองการเงินและ statement ธนาคารต้องแปลไหม

ถ้าเอกสารออกเป็นภาษาไทยต้องมีคำแปลภาษาอังกฤษประกอบ ธนาคารหลายแห่งออกเป็นสองภาษาอยู่แล้วจึงอาจไม่ต้องแปลซ้ำ ทั้งนี้ตัวเลขยอดคงเหลือ สกุลเงิน ชื่อบัญชี และวันที่ต้องตรงกับต้นฉบับทุกตัวอักษร ห้ามแปลงสกุลเงินหรือปัดตัวเลขในคำแปลเด็ดขาด

ผู้สมัครอายุต่ำกว่า 18 ปีต้องเตรียมเอกสารแปลเพิ่มอะไรบ้าง

โดยทั่วไปจะมีหนังสือยินยอมของบิดามารดาหรือผู้ปกครองตามกฎหมาย สูติบัตร ทะเบียนบ้าน และเอกสารการจัดที่พักหรือผู้ดูแลในออสเตรเลีย เอกสารเหล่านี้ต้องแปลให้สอดคล้องกันทั้งชุด โดยเฉพาะชื่อผู้ปกครองที่ต้องสะกดตรงกับหนังสือเดินทางของผู้ปกครองเอง

แปลเอกสารการศึกษาใช้เวลากี่วัน และเร่งด่วนได้ไหม

งานแปลตามปกติใช้เวลาประมาณ 1–3 วันทำการ ขึ้นกับจำนวนหน้าและความชัดของไฟล์ กรณีเร่งด่วนสามารถแจ้งกำหนดส่งล่วงหน้าเพื่อจัดคิวได้ แต่ระยะเวลาพิจารณาของสถาบันการศึกษาและหน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองเป็นคนละส่วน และอยู่นอกเหนือการควบคุมของผู้แปล

คำแปลเก่าที่เคยใช้สมัครเรียนรอบก่อน นำมายื่นซ้ำได้ไหม

ใช้ซ้ำได้หากเอกสารต้นฉบับไม่มีการออกใหม่หรือแก้ไข และคำแปลยังมีตราประทับ วันที่ และหมายเลขผู้แปลครบถ้วน แต่ถ้ามีการเพิ่มภาคเรียน เปลี่ยนชื่อ-สกุล หรือสถาบันออกเอกสารฉบับใหม่ ต้องแปลฉบับล่าสุด เพราะข้อมูลที่ไม่ตรงกันเป็นสาเหตุการขอเอกสารเพิ่มที่พบบ่อย

ต้องนำเอกสารไปรับรองที่กรมการกงสุลก่อนแปลหรือไม่

สำหรับการสมัครเรียนและวีซ่านักเรียนออสเตรเลียโดยทั่วไปไม่ได้บังคับให้ผ่านนิติกรณ์กรมการกงสุล แต่บางกรณี เช่น การใช้เอกสารกับหน่วยงานราชการอื่นหรือการยื่นในประเทศที่สาม อาจมีข้อกำหนดเพิ่ม จึงควรตรวจเงื่อนไขของผู้รับเอกสารก่อน แล้วจัดลำดับว่าจะรับรองก่อนหรือหลังแปล

ส่งไฟล์สแกนอย่างเดียวได้ไหม หรือต้องส่งเอกสารตัวจริง

งานแปลดำเนินการจากไฟล์สแกนคุณภาพดีได้ โดยคำแปลจะระบุว่าจัดทำจากสำเนาที่ได้รับ หากผู้รับเอกสารกำหนดให้แสดงต้นฉบับหรือสำเนาที่ผ่านการรับรอง ต้องเตรียมส่วนนั้นเพิ่มจากคำแปล ควรอ่านข้อกำหนดของสถาบันหรือหน่วยงานให้ชัดก่อนเริ่มงาน

อ่านต่อในเรื่องที่เกี่ยวข้อง

ข้อมูลตรวจทานเมื่อ 7 สิงหาคม 2569 · เนื้อหานี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการเตรียมเอกสาร ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายหรือคำแนะนำด้านการย้ายถิ่นฐาน เงื่อนไขและรายการเอกสารกำหนดโดยสถาบันการศึกษาและหน่วยงานปลายทาง โปรดตรวจสอบล่าสุดจาก Department of Home Affairs และ NAATI

ข้อควรระวัง: แปลรับรอง NAATI

สาเหตุที่พบบ่อยเมื่อเอกสารถูกตีกลับ พร้อมสิ่งที่ควรทำแทน — ข้อมูล ณ สิงหาคม 2026 โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานก่อนยื่น

  1. ส่งสแกนไม่ครบทุกหน้า ทุกตราประทับ

    คำแปลต้องสะท้อนต้นฉบับทั้งฉบับ รวมตราประทับ ลายเซ็น หมายเหตุท้ายหน้า และข้อความด้านหลัง หากสแกนขาดไปหนึ่งส่วน คำแปลจะไม่ตรงต้นฉบับและหน่วยงานปลายทางอาจให้ยื่นใหม่

  2. สะกดชื่อไม่ตรงหนังสือเดินทาง

    หน่วยงานออสเตรเลียเทียบชื่อกับหนังสือเดินทางเป็นหลัก หากคำแปลถอดเสียงต่างจากหน้าพาสปอร์ต ควรแจ้งการสะกดที่ต้องการมาพร้อมไฟล์ตั้งแต่ต้น และแนบสำเนาหน้าพาสปอร์ตให้ผู้แปลอ้างอิง

  3. เข้าใจผิดว่า NAATI รับรองเนื้อหาว่าจริง

    ตราประทับ NAATI รับรองว่าคำแปลตรงกับเอกสารที่ได้รับ ไม่ได้รับรองว่าข้อมูลในเอกสารเป็นจริง และไม่ได้แทนการรับรองนิติกรณ์ของกรมการกงสุลหรือการรับรองสถานทูต

  4. ใช้เอกสารเก่าเกินอายุที่หน่วยงานกำหนด

    หลายหน่วยงานกำหนดว่าเอกสารทะเบียนราษฎรหรือหนังสือรับรองความประพฤติต้องออกใหม่ภายในช่วงเวลาหนึ่ง ควรตรวจข้อกำหนดของหน่วยงานที่รับเรื่องก่อนสั่งแปล เพื่อไม่ต้องแปลซ้ำ

  5. ไม่อ่านข้อกำหนดของ 'หน่วยงานที่รับเรื่อง' ก่อนสั่งแปล

    ข้อกำหนดการแปลถูกกำหนดโดยหน่วยงานปลายทางแต่ละแห่ง (วีซ่า มหาวิทยาลัย สภาวิชาชีพ หน่วยงานประเมินทักษะ) ไม่ใช่โดยผู้แปล ส่งข้อความข้อกำหนดที่เป็นลายลักษณ์อักษรมาให้เจ้าหน้าที่ดูก่อนเสมอ

  6. แก้ไขไฟล์ PDF ที่มีลายเซ็นดิจิทัล

    การเปิดแล้วบันทึกทับ ครอบตัด หรือรวมไฟล์ จะทำให้ลายเซ็นดิจิทัลเสียสถานะและตรวจสอบไม่ผ่าน ให้ส่งต่อไฟล์ต้นฉบับที่ได้รับทางอีเมลโดยไม่ดัดแปลง

แหล่งอ้างอิงทางการ: NAATI · Department of Home Affairs

แหล่งอ้างอิงทางการ (ตรวจสอบได้)

ข้อมูลในหน้านี้อ้างอิงจากหน่วยงานทางการด้านล่าง ตรวจทานเมื่อ สิงหาคม 2026 — หลักเกณฑ์เปลี่ยนแปลงได้ โปรดยืนยันกับหน่วยงานปลายทางก่อนยื่นทุกครั้ง