ทีมงานทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร Thai Notary Law and Service Co., Ltd.
ทีมงานทนายความและเจ้าหน้าที่ประสานงานเอกสาร

ทีมงานและใบอนุญาตจริง

ทีมทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร (Notary Public) ที่ขึ้นทะเบียนจริง

งานรับรองเอกสารของเราดำเนินการโดยทนายความที่ขึ้นทะเบียนเป็นทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสารกับสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ ตามข้อบังคับสภาทนายความว่าด้วยการขึ้นทะเบียนทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร พ.ศ. 2551 ภาพใบอนุญาตด้านล่างปิดบังเลขที่ใบอนุญาตและข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อความปลอดภัยของข้อมูล ตรวจสอบตัวจริงได้เมื่อเข้ารับบริการ

ใบอนุญาต/หนังสือรับรองการขึ้นทะเบียน

  • หนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร ทนายอนุตรีย์

    ทนายอนุตรีย์

  • หนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร ทนายจิรพันธ์

    ทนายจิรพันธ์

  • หนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร ทนายจิรศักดิ์

    ทนายจิรศักดิ์

  • หนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร ทนายปฏิภาณ

    ทนายปฏิภาณ

  • หนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร ทนายวราวุธ

    ทนายวราวุธ

  • หนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร ทนายวิวัฒน์

    ทนายวิวัฒน์

ออกโดยสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ · ปิดบังข้อมูลส่วนบุคคลบางส่วน

อาคารสำนักงานหน่วยงานราชการที่รับรองเอกสาร
อาคารสำนักงานหน่วยงานราชการที่รับรองเอกสาร

รับรองเอกสารโดยสถานทูต (Embassy Legalisation): ลำดับขั้นตอนและสิ่งที่ต้องเตรียม

สรุปสั้น

การรับรองเอกสารโดยสถานทูต (Embassy Legalisation) คือขั้นตอนที่สถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลของประเทศปลายทางรับรองลายมือชื่อและตราประทับของเจ้าหน้าที่กรมการกงสุลไทยที่ได้รับรองนิติกรณ์มาก่อนหน้า เป็นการยืนยันสายการรับรอง ไม่ใช่การรับรองว่าเนื้อหาเป็นความจริง ลำดับปกติคือ ต้นฉบับจากหน่วยงานผู้ออก → คำแปลครบทั้งฉบับ → นิติกรณ์กรมการกงสุล → สถานทูตปลายทาง โดยเอกสารที่จะยื่นหน่วยงานออสเตรเลียส่วนใหญ่ไม่ต้องผ่านสถานทูต แต่ต้องใช้คำแปลตามระบบที่หน่วยงานนั้นกำหนด

สถานะอนุสัญญา Apostille ของประเทศไทย

ประเทศไทยยื่นภาคยานุวัติสารเข้าเป็นภาคีอนุสัญญา Apostille เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2569 และอนุสัญญาจะมีผลใช้บังคับกับประเทศไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ตามประกาศของ HCCH เมื่อมีผลใช้บังคับแล้ว เอกสารมหาชนไทยที่จะนำไปใช้ในประเทศภาคีอื่นจะใช้ Apostille แทนการรับรองซ้อนที่สถานทูตได้ ส่วนช่วงก่อนวันดังกล่าวยังต้องใช้ลำดับนิติกรณ์ + สถานทูตตามเดิม และกรณีประเทศปลายทางที่ไม่ได้เป็นภาคี ยังต้องรับรองที่สถานทูตต่อไป

เลือกประเทศปลายทาง

  • ออสเตรเลีย

    อธิบายว่าเอกสารไทยที่จะยื่นหน่วยงานออสเตรเลียส่วนใหญ่ใช้คำแปลตามระบบที่หน่วยงานกำหนด ไม่ใช่การรับรองสถานทูต พร้อมกรณีที่ยังต้องทำนิติกรณ์ และจุดที่มักเข้าใจผิด

  • จีน

    ลำดับการรับรองเอกสารไทยเพื่อใช้ในจีน ตั้งแต่คัดต้นฉบับ แปล นิติกรณ์กรมการกงสุล จนถึงการยื่นสถานเอกอัครราชทูตจีน พร้อมข้อควรระวังเรื่องภาษาและชื่อ

  • ญี่ปุ่น

    แนวทางรับรองเอกสารไทยเพื่อยื่นหน่วยงานในญี่ปุ่น ตั้งแต่คัดต้นฉบับ แปล นิติกรณ์กรมการกงสุล จนถึงการยื่นสถานทูตญี่ปุ่น พร้อมข้อควรระวังเรื่องการถอดชื่อ

  • เกาหลีใต้

    ขั้นตอนรับรองเอกสารไทยเพื่อยื่นในเกาหลีใต้ ทั้งการคัดต้นฉบับ คำแปล นิติกรณ์กรมการกงสุล และการรับรองของสถานทูต พร้อมข้อควรระวังที่พบบ่อย

  • ตะวันออกกลาง

    แนวทางรับรองเอกสารไทยเพื่อใช้ในกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง ทั้งลำดับนิติกรณ์ การรับรองสถานทูต และข้อกำหนดเรื่องคำแปลภาษาอาหรับที่พบบ่อย

  • ยุโรป

    อธิบายว่าเอกสารไทยที่จะใช้ในยุโรปต้องรับรองอย่างไร ทั้งช่วงก่อนและหลังอนุสัญญา Apostille มีผลกับไทย พร้อมข้อกำหนดคำแปลของแต่ละประเทศ

ลำดับการรับรอง 4 ชั้น จากต้นฉบับถึงสถานทูต

ลำดับผู้รับรองรับรองอะไรสิ่งที่ต้องเตรียม
1. ต้นฉบับหน่วยงานผู้ออกเอกสาร (อำเภอ/เขต, สถานศึกษา, ศาล, ตำรวจ)ความถูกต้องของข้อมูลในเอกสารฉบับคัดใหม่ อายุไม่เกินที่ปลายทางกำหนด มีตราและลายมือชื่อครบ
2. คำแปลผู้แปลที่ปลายทางยอมรับ (เช่น NAATI สำหรับออสเตรเลีย)ความตรงกันของคำแปลกับต้นฉบับแปลครบทุกตรา ทุกลายเซ็น ทุกหมายเหตุ ไม่ตัดทอน
3. นิติกรณ์กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุลลายมือชื่อ/ตราของเจ้าหน้าที่ผู้ออกเอกสารหรือความตรงกันของคำแปลต้นฉบับ + คำแปล + สำเนาบัตรประชาชน/พาสปอร์ต ตามที่ประกาศกำหนด
4. สถานทูตปลายทางสถานเอกอัครราชทูต/สถานกงสุลของประเทศปลายทางในไทยลายมือชื่อและตราของเจ้าหน้าที่กรมการกงสุลเอกสารที่ผ่านข้อ 3 แล้ว + แบบฟอร์มและนัดหมายตามระเบียบของสถานทูตนั้น

จุดที่มักถูกตีกลับ

  • ข้ามลำดับ: นำเอกสารไปสถานทูตก่อนผ่านนิติกรณ์กรมการกงสุล สถานทูตส่วนใหญ่จะไม่รับรองให้
  • แปลไม่ครบทั้งฉบับ ตกตราประทับด้านหลังหรือหมายเหตุท้ายเอกสาร ทำให้ถูกตีกลับตั้งแต่ชั้นนิติกรณ์
  • สะกดชื่อ–นามสกุลไม่ตรงกับหนังสือเดินทาง ทำให้ปลายทางถือว่าเป็นคนละบุคคล
  • ใช้เอกสารคัดเก่าเกินอายุที่ปลายทางกำหนด เช่น บางประเทศรับเฉพาะฉบับคัดภายใน 3–6 เดือน
  • เข้าใจผิดว่าการรับรองของสถานทูตแทนคำแปล NAATI ได้ ทั้งที่หน่วยงานออสเตรเลียหลายแห่งกำหนดระบบคำแปลไว้ต่างหาก
  • ไม่ตรวจว่าปลายทางต้องการเอกสารเป็นภาษาอังกฤษหรือภาษาราชการของประเทศนั้น ทำให้ต้องแปลใหม่

คำถามที่พบบ่อย

เอกสารไทยที่จะยื่นหน่วยงานออสเตรเลีย ต้องให้สถานทูตออสเตรเลียรับรองไหม

โดยทั่วไปไม่ต้อง หน่วยงานออสเตรเลีย เช่น Department of Home Affairs และหน่วยงานประเมินคุณวุฒิ กำหนดเรื่องคำแปลเป็นหลัก คือเอกสารที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษต้องมีคำแปลตามระบบที่หน่วยงานนั้นกำหนด ซึ่งกรณีแปลในประเทศออสเตรเลียคือนักแปลที่ได้รับการรับรองจาก NAATI ควรอ่านเงื่อนไขของหน่วยงานที่จะยื่นเป็นรายกรณีก่อนเสมอ ไม่ควรทำนิติกรณ์หรือรับรองสถานทูตโดยไม่จำเป็น

ต่างกันอย่างไรระหว่างนิติกรณ์กรมการกงสุลกับการรับรองของสถานทูต

นิติกรณ์คือการที่กรมการกงสุลของไทยรับรองลายมือชื่อและตราของเจ้าหน้าที่ไทยผู้ออกเอกสาร หรือรับรองว่าคำแปลตรงกับต้นฉบับ ส่วนการรับรองของสถานทูตคือประเทศปลายทางรับรองลายมือชื่อและตราของเจ้าหน้าที่กรมการกงสุลอีกชั้นหนึ่ง เพื่อให้หน่วยงานในประเทศนั้นเชื่อถือสายการรับรองได้ ทั้งสองขั้นไม่ได้รับรองว่าข้อความในเอกสารเป็นความจริง

ไทยเข้าเป็นภาคี Apostille แล้วยังต้องรับรองที่สถานทูตอยู่ไหม

ไทยยื่นภาคยานุวัติสารเมื่อ 30 มิถุนายน 2569 และอนุสัญญาจะมีผลใช้บังคับกับไทยวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ตามประกาศของ HCCH ก่อนวันมีผลใช้บังคับยังต้องใช้ลำดับนิติกรณ์และรับรองสถานทูตตามเดิม หลังจากนั้นเอกสารที่จะใช้ในประเทศภาคีจะใช้ Apostille แทนได้ แต่ประเทศที่ไม่ได้เป็นภาคียังต้องรับรองที่สถานทูตต่อไป ควรตรวจสถานะประเทศปลายทางจากตารางสถานะของ HCCH ก่อนดำเนินการ

ต้องแปลก่อนหรือรับรองก่อน

ลำดับที่ปลอดภัยที่สุดคือคัดต้นฉบับใหม่ก่อน แล้วจึงแปล จากนั้นยื่นนิติกรณ์พร้อมกันทั้งต้นฉบับและคำแปล เพราะกรมการกงสุลรับรองคำแปลโดยเทียบกับต้นฉบับที่ยื่นคู่กัน ถ้าแปลจากสำเนาเก่าหรือฉบับที่ยังไม่ได้คัดใหม่ อาจต้องแปลซ้ำเมื่อคัดฉบับใหม่

เอกสารต้องเป็นภาษาอังกฤษหรือภาษาของประเทศปลายทาง

ขึ้นกับข้อกำหนดของหน่วยงานปลายทาง บางประเทศรับคำแปลภาษาอังกฤษ บางแห่งกำหนดให้แปลเป็นภาษาราชการของประเทศนั้น และบางแห่งกำหนดให้ผู้แปลต้องขึ้นทะเบียนกับสถานทูต ควรตรวจสอบจากประกาศของสถานทูตนั้นก่อนสั่งแปล เพื่อไม่ต้องแปลซ้ำ

ไปยื่นด้วยตนเองไม่ได้ ใช้ผู้รับมอบอำนาจได้ไหม

หลายหน่วยงานอนุญาตให้ผู้รับมอบอำนาจยื่นแทนได้โดยต้องมีหนังสือมอบอำนาจและสำเนาบัตรประจำตัวของทั้งสองฝ่าย แต่เงื่อนไขต่างกันในแต่ละสถานทูต บางแห่งกำหนดให้เจ้าของเอกสารมาแสดงตน ควรยืนยันกับสถานทูตนั้นล่วงหน้าเสมอ

ค่าธรรมเนียมและระยะเวลาเท่าไร

ค่าธรรมเนียมและรอบเวลาเป็นไปตามประกาศของกรมการกงสุลและของแต่ละสถานทูต ณ เวลาที่ยื่น มีการปรับปรุงเป็นระยะและต่างกันตามช่องทางบริการ จึงควรตรวจสอบจากเว็บไซต์ทางการก่อนวางแผนวันยื่น และเผื่อเวลาสำหรับกรณีเอกสารถูกขอให้แก้ไข

เอกสารที่ออกในต่างประเทศจะนำมาใช้ในไทยต้องทำอย่างไร

ทิศทางกลับกัน คือให้หน่วยงานของประเทศผู้ออกรับรองก่อน แล้วให้สถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลไทยในประเทศนั้นรับรอง จากนั้นเมื่อนำเข้ามาในไทยจึงแปลเป็นไทยและยื่นนิติกรณ์ที่กรมการกงสุลเพื่อรับรองคำแปล ตามเงื่อนไขที่ประกาศไว้

อ่านต่อในเรื่องที่เกี่ยวข้อง

แหล่งอ้างอิงทางการ

ทบทวนเนื้อหาล่าสุด: สิงหาคม 2569

คำถามที่พบบ่อยเรื่องการรับรองสถานทูต

ตรวจทานเนื้อหาเมื่อ สิงหาคม 2026 — เงื่อนไขของหน่วยงานเปลี่ยนแปลงได้ โปรดยืนยันกับหน่วยงานปลายทางก่อนยื่น

ทำไมบางสถานทูตไม่รับเอกสารที่ยังไม่ผ่านกรมการกงสุล

เพราะสถานทูตรับรองต่อจากลายมือชื่อของเจ้าหน้าที่กรมการกงสุลที่อยู่ในตัวอย่างลายมือชื่อที่สถานทูตมี หากยังไม่ผ่านขั้นนั้น สถานทูตจะไม่มีฐานให้เทียบ จึงต้องเรียงลำดับตามที่สถานทูตกำหนด

ต้องนัดหมายล่วงหน้ากับสถานทูตหรือไม่

สถานทูตหลายแห่งใช้ระบบนัดหมายออนไลน์และมีวันหยุดตามปฏิทินของประเทศตนเพิ่มจากวันหยุดไทย ควรตรวจปฏิทินและช่องทางนัดหมายบนเว็บไซต์ของสถานทูตนั้นก่อนวางแผนวันยื่น

สถานทูตแต่ละแห่งใช้เงื่อนไขเดียวกันหรือไม่

ไม่เหมือนกัน แต่ละสถานทูตกำหนดแบบฟอร์ม ภาษาของคำแปล จำนวนชุด และการนัดหมายของตนเอง จึงต้องตรวจประกาศของสถานทูตที่เกี่ยวข้องโดยตรงก่อนเตรียมเอกสาร

ต้องนัดหมายล่วงหน้าหรือไม่

หลายแห่งใช้ระบบนัดหมายออนไลน์และมีคิวจำกัดต่อวัน ควรตรวจช่องทางนัดหมายและเตรียมเอกสารให้ครบก่อนถึงวันนัด เพราะการขาดเอกสารมักทำให้ต้องนัดใหม่

การรับรองที่สถานทูตต้องทำก่อนหรือหลังกรมการกงสุล

ตามลำดับที่พบบ่อย เอกสารไทยจะผ่านกรมการกงสุลก่อน แล้วจึงนำไปรับรองต่อที่สถานทูตของประเทศปลายทาง แต่ลำดับอาจต่างออกไปตามข้อกำหนดของแต่ละแห่ง

แหล่งอ้างอิง: กรมการกงสุล

เอกสารที่ผ่านสถานทูตแล้วต้องแปลอีกหรือไม่

หากตราหรือข้อความที่สถานทูตประทับเป็นภาษาที่ปลายทางไม่รับ อาจต้องแปลส่วนที่เพิ่มเข้ามาด้วย จึงควรถามปลายทางว่าต้องการคำแปลครอบคลุมถึงตรารับรองหรือไม่

สถานทูตออสเตรเลียรับรองคำแปลเอกสารให้หรือไม่

โดยทั่วไปสถานทูตและสถานกงสุลให้บริการนิติกรณ์ตามขอบเขตที่ประกาศไว้ ซึ่งมักไม่รวมการรับรองคุณภาพคำแปล สำหรับเอกสารที่ใช้กับหน่วยงานออสเตรเลีย จุดอ้างอิงหลักคือคำแปลโดยผู้ได้รับการรับรองจาก NAATI โปรดตรวจบริการที่เปิดให้จากเว็บไซต์ของสถานทูตนั้น ๆ

แหล่งอ้างอิง: NAATI

ต้องรับรองกรมการกงสุลก่อนยื่นสถานทูตเสมอไหม

หลายสถานทูตกำหนดให้เอกสารไทยผ่านการรับรองจากกรมการกงสุลก่อนจึงจะรับรองต่อได้ แต่ลำดับขั้นตอนต่างกันตามประเทศและประเภทเอกสาร ควรยืนยันลำดับกับสถานทูตปลายทางก่อนเริ่ม เพื่อไม่ต้องเสียเวลาย้อนขั้นตอน

แหล่งอ้างอิง: กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ

ข้อควรระวัง: รับรองสถานทูต

สาเหตุที่พบบ่อยเมื่อเอกสารถูกตีกลับ พร้อมสิ่งที่ควรทำแทน — ข้อมูล ณ สิงหาคม 2026 โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานก่อนยื่น

  1. ข้ามขั้นตอนรับรองนิติกรณ์

    สถานทูตรับรองลายมือชื่อของเจ้าหน้าที่กรมการกงสุล ไม่ใช่รับรองเอกสารต้นทางโดยตรง หากยังไม่ผ่านนิติกรณ์ ส่วนใหญ่จะถูกปฏิเสธที่เคาน์เตอร์

  2. แปลผิดภาษาที่ปลายทางกำหนด

    บางสถานทูตกำหนดให้แปลเป็นภาษาราชการของประเทศตน ไม่ใช่ภาษาอังกฤษ ควรตรวจประกาศของสถานทูตนั้นก่อนสั่งแปล

  3. เข้าใจว่า Apostille ใช้ได้ทันที

    ตามตาราง HCCH ไทยจะมีผลใช้อนุสัญญา Apostille ในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2027 ก่อนหน้านั้นยังใช้ห่วงโซ่นิติกรณ์–สถานทูตตามเดิม และประเทศที่ไม่ใช่ภาคีก็ยังคงใช้ห่วงโซ่เดิมต่อไป

  4. ไม่ได้จองคิว/ไม่ได้กรอกแบบฟอร์มเฉพาะของสถานทูต

    แต่ละสถานทูตมีแบบฟอร์ม เอกสารประกอบ และระบบนัดหมายของตนเอง ต่างกันมาก ควรเช็กหน้าเว็บของสถานทูตนั้นในวันที่จะไปยื่น

  5. ใช้เอกสารที่เกินอายุที่ปลายทางกำหนด

    หลายประเทศรับเฉพาะเอกสารที่ออกภายใน 3–6 เดือน ควรวางลำดับให้คัดเอกสารใหม่ก่อนเริ่มห่วงโซ่การรับรอง ไม่ใช่ระหว่างทาง

แหล่งอ้างอิงทางการ: กรมการกงสุล · HCCH Apostille status table

แหล่งอ้างอิงทางการ (ตรวจสอบได้)

ข้อมูลในหน้านี้อ้างอิงจากหน่วยงานทางการด้านล่าง ตรวจทานเมื่อ สิงหาคม 2026 — หลักเกณฑ์เปลี่ยนแปลงได้ โปรดยืนยันกับหน่วยงานปลายทางก่อนยื่นทุกครั้ง

ตัวอย่างสถานการณ์ที่พบบ่อย

ตัวอย่างสถานการณ์สมมติเพื่ออธิบายขั้นตอนการทำงาน ไม่ใช่กรณีของลูกค้ารายบุคคล และไม่ใช่การรับประกันผลการพิจารณาของหน่วยงานใด

สถานทูตขอให้รับรองเอกสารก่อนยื่น

ผู้ใช้บริการ: คนไทย · พื้นที่: กรุงเทพฯ

บริการที่เกี่ยวข้อง
ตรวจรายการเอกสารตามประกาศของสถานทูต · แปลรับรอง
เอกสารที่เกี่ยวข้อง
ทะเบียนสมรส · หนังสือรับรองการทำงาน
สิ่งที่เราดูแล
  • ใช้รายการเอกสารจากเว็บไซต์ทางการของสถานทูตเป็นตัวตั้ง
  • ตรวจว่ารายการใดต้องรับรองก่อน และรายการใดยื่นได้เลย
จุดที่มักติดขัด
ใช้รายการเอกสารเก่าที่คัดลอกต่อกันมาจากเว็บไซต์อื่น
ผลลัพธ์เชิงกระบวนการ
ชุดเอกสารตรงกับประกาศฉบับปัจจุบันของสถานทูต

เอกสารต่างประเทศจะนำมาใช้ในไทย

ผู้ใช้บริการ: ชาวต่างชาติ · พื้นที่: ต่างประเทศ (เอเชีย)

บริการที่เกี่ยวข้อง
ให้ข้อมูลลำดับการรับรองขาเข้า · แปลเอกสาร
เอกสารที่เกี่ยวข้อง
ใบรับรองความประพฤติ · สูติบัตร
สิ่งที่เราดูแล
  • อธิบายว่าเอกสารต่างประเทศมักต้องผ่านการรับรองในประเทศผู้ออก ก่อนนำมาใช้ในไทย
  • ตรวจว่าหน่วยงานผู้รับในไทยกำหนดรูปแบบคำแปลไว้อย่างไร
จุดที่มักติดขัด
แปลก่อนรับรอง ทำให้ต้องแปลซ้ำหลังมีตราประทับเพิ่ม
ผลลัพธ์เชิงกระบวนการ
ลำดับการรับรองและการแปลตรงตามที่หน่วยงานผู้รับกำหนด

เอกสารหมดอายุระหว่างรอคิว

ผู้ใช้บริการ: คนไทย · พื้นที่: กรุงเทพฯ

บริการที่เกี่ยวข้อง
วางแผนอายุเอกสาร · แปลรับรอง
เอกสารที่เกี่ยวข้อง
หนังสือรับรองโสด · หนังสือรับรองนิติบุคคล
สิ่งที่เราดูแล
  • ตรวจว่าเอกสารประเภทใดมีอายุการออกที่ปลายทางกำหนดไว้สั้น
  • จัดคิวขอเอกสารใหม่ให้ใกล้กับวันยื่นมากที่สุด
จุดที่มักติดขัด
ขอเอกสารทั้งหมดล่วงหน้าพร้อมกัน แล้วบางฉบับเกินอายุที่ยอมรับ
ผลลัพธ์เชิงกระบวนการ
เอกสารที่มีข้อจำกัดอายุยังอยู่ในช่วงที่ปลายทางรับ

ตรวจทานเนื้อหาเมื่อ สิงหาคม 2569 · เงื่อนไขของหน่วยงานเปลี่ยนแปลงได้ โปรดยืนยันกับหน่วยงานปลายทางก่อนยื่น

ที่ปรึกษาเรื่องการรับรองสถานทูตและกงสุล

งานรับรองสถานทูตเสียเวลาที่สุดเมื่อเดินลำดับผิด เช่น นำเอกสารไปสถานทูตก่อนผ่านหน่วยงานภายในประเทศ เราตรวจลำดับและรูปแบบให้ก่อนคุณเดินทาง

สิ่งที่เราตรวจให้ก่อนเริ่มงาน

  • ลำดับที่ปลายทางกำหนด เอกสารต้องผ่านหน่วยงานภายในประเทศก่อนถึงสถานทูตหรือไม่
  • สถานทูตปลายทางรับคำแปลจากผู้แปลกลุ่มใด และต้องรับรองคำแปลก่อนหรือไม่
  • อายุเอกสารที่ปลายทางยอมรับ เช่น เอกสารต้องออกใหม่ภายในระยะเวลาที่กำหนด
  • จำนวนชุดสำเนาที่ต้องเตรียม เพื่อไม่ต้องเดินซ้ำรอบ

จุดที่เราจะบอกว่าไม่ต้องจ่าย

  • บางประเทศยกเลิกขั้นตอนรับรองสถานทูตหลังเข้าร่วมระบบ Apostille เราจะตรวจให้ก่อน
  • ถ้าปลายทางรับสำเนารับรองจากหน่วยงานผู้ออกเอกสาร ไม่ต้องรับรองซ้ำที่สถานทูต

ขอบเขตที่เราไม่รับปาก

  • ผลการพิจารณาของหน่วยงานปลายทางเป็นดุลพินิจของหน่วยงานนั้น เราไม่รับปากผลลัพธ์
  • ค่าธรรมเนียมราชการและระยะเวลาของหน่วยงานผันแปรตามช่วงเวลาและปริมาณงาน
  • เราไม่ให้คำแนะนำทางกฎหมาย การเงิน หรือการแพทย์ นอกเหนือจากขอบเขตงานแปลและรับรอง

ทบทวนเนื้อหา ณ สิงหาคม 2568 · โปรดตรวจสอบเงื่อนไขล่าสุดกับหน่วยงานปลายทางก่อนยื่น

ปรึกษาเส้นทางเอกสารทาง LINE @NAATI

ขั้นตอนยื่นรับรองสถานทูตและเอกสารที่ต้องเตรียม

สถานทูตปลายทางมักรับรองต่อจากกรมการกงสุลเท่านั้น จึงต้องเรียงลำดับให้ถูก ระยะเวลารวมมักอยู่ที่ 1–4 สัปดาห์ ขึ้นกับคิวของแต่ละสถานทูต

  1. ขั้นที่ 1: ตรวจข้อกำหนดของสถานทูตปลายทาง

    แต่ละสถานทูตกำหนดลำดับและรูปแบบเอกสารต่างกัน ตรวจข้อกำหนดล่าสุดจากเว็บไซต์ทางการของสถานทูตนั้นก่อนเริ่มดำเนินการ

  2. ขั้นที่ 2: เตรียมต้นฉบับและคำแปล

    จัดเตรียมเอกสารต้นฉบับที่ออกโดยหน่วยงานราชการ พร้อมคำแปลตามภาษาที่สถานทูตกำหนด

  3. ขั้นที่ 3: รับรองกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ

    ยื่นรับรองนิติกรณ์เอกสารที่กรมการกงสุล ระยะเวลาโดยทั่วไป 2–5 วันทำการ ขึ้นกับประเภทบริการและคิวของหน่วยงาน

  4. ขั้นที่ 4: ยื่นสถานทูตและรับเอกสารคืน

    นำเอกสารที่ผ่านการรับรองไปยื่นสถานทูตหรือสถานกงสุลปลายทาง ระยะเวลาพิจารณาเป็นดุลพินิจของสถานทูตแต่ละแห่ง

เอกสารเบื้องต้นที่ต้องเตรียม

  • เอกสารต้นฉบับที่ผ่านการรับรองนิติกรณ์จากกรมการกงสุลแล้ว
  • คำแปลภาษาที่สถานทูตปลายทางกำหนด พร้อมคำรับรองคำแปล
  • สำเนาหนังสือเดินทางของเจ้าของเอกสาร และของผู้ยื่นแทน
  • แบบฟอร์มคำร้องของสถานทูตนั้น ๆ และหนังสือมอบอำนาจกรณียื่นแทน

ข้อควรระวังที่ทำให้ถูกตีกลับ

  • แต่ละสถานทูตกำหนดรายชื่อนักแปลหรือรูปแบบคำรับรองไม่เหมือนกัน ใช้ข้ามสถานทูตไม่ได้
  • เอกสารบางประเภทมีอายุ 3–6 เดือน หากคิวสถานทูตยาวอาจหมดอายุระหว่างรอ
  • ถ้าปลายทางรับ Apostille ได้ ไม่ต้องยื่นสถานทูตซ้ำ ควรตรวจก่อนเพื่อไม่เสียรอบ

ถ้าไม่อยากไล่ขั้นตอนเอง ส่งภาพเอกสารมาทาง LINE ได้เลย ทีมงานที่ดูแลงานลักษณะนี้มากว่า 15 ปีจะประเมินให้ก่อนว่าเส้นทางเอกสารของคุณควรจบที่ขั้นไหน ต้องใช้กี่ฉบับ และมีอะไรที่ทำไปแล้วเสียเปล่า จากนั้นค่อยตัดสินใจว่าจะทำเองหรือให้เราดำเนินการให้ทั้งหมด

ลำดับการรับรองก่อนยื่นสถานทูต

การรับรองของสถานทูตเป็นขั้นสุดท้าย ต้องมีขั้นก่อนหน้าครบจึงจะรับเรื่อง ตารางนี้เรียงลำดับให้เห็นทั้งสาย

ทางเลือกรับรองอะไรผู้ลงนาม/ผู้ออกใช้เมื่อไรข้อจำกัด
คำแปลรับรอง NAATIคำแปลที่ลงนามโดยผู้แปลที่ได้รับการรับรองจาก NAATI พร้อมตราประทับ/ตราดิจิทัลระบุหมายเลขผู้แปลผู้แปลที่ได้รับการรับรองจาก NAATI (ออสเตรเลีย)ยื่นหน่วยงานออสเตรเลีย เช่น Department of Home Affairs, หน่วยงานประเมินคุณวุฒิ, มหาวิทยาลัย, หน่วยงานรัฐของรัฐต่าง ๆรับรองเฉพาะ “คำแปล” ไม่ได้รับรองว่าเอกสารต้นฉบับเป็นของแท้ และไม่ใช่การรับรองของกงสุลไทย
คำแปลรับรองโดยผู้แปลในไทยคำแปลพร้อมหนังสือรับรองคำแปลของผู้แปล/บริษัทแปลผู้แปลหรือบริษัทแปลในประเทศไทยใช้ภายในประเทศ หรือใช้เป็นตัวตั้งต้นก่อนส่งนิติกรณ์กรมการกงสุลหน่วยงานออสเตรเลียหลายแห่งไม่รับ หากไม่ใช่คำแปลของผู้แปลที่ได้รับการรับรองจาก NAATI
รับรองโดยทนายความ (Notary Public ไทย)การรับรองลายมือชื่อผู้ลงนาม หรือรับรองว่าสำเนาถูกต้องตรงกับต้นฉบับทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสารหนังสือมอบอำนาจ คำให้การ (affidavit) หนังสือยินยอมให้บุตรเดินทาง เอกสารบริษัท และสำเนารับรองสำหรับต่างประเทศไม่ได้รับรองว่าข้อความในเอกสารเป็นความจริง และไม่ทดแทนคำแปล NAATI
นิติกรณ์ กรมการกงสุลการรับรองลายมือชื่อเจ้าหน้าที่ผู้ออกเอกสารหรือผู้รับรองคำแปลกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศปลายทางกำหนดให้เอกสารไทยผ่านการรับรองจากกระทรวงการต่างประเทศก่อนยื่นสถานทูตรับรองลายมือชื่อ ไม่ใช่ความถูกต้องของเนื้อหา และไม่ใช่ Apostille
รับรองโดยสถานทูต/สถานกงสุลขั้นสุดท้ายของสายการรับรอง โดยผู้แทนของประเทศปลายทางสถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลของประเทศปลายทางประเทศปลายทางยังกำหนดให้ต้องรับรองซ้อนหลังนิติกรณ์แต่ละสถานทูตกำหนดเอกสารและคิวต่างกัน ต้องตรวจจากประกาศของสถานทูตนั้นทุกครั้ง
Apostilleการรับรองตามอนุสัญญา Apostille ที่ใช้แทนการรับรองซ้อนหลายชั้นระหว่างประเทศภาคีหน่วยงานผู้มีอำนาจของประเทศที่ออกเอกสารเอกสารจากประเทศภาคีที่จะใช้ในประเทศภาคีอีกแห่งหนึ่งสำหรับเอกสารไทย อนุสัญญาจะมีผลใช้บังคับวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 (ที่มา: HCCH) ก่อนหน้านั้นยังใช้นิติกรณ์ + สถานทูตตามเดิม
  • ยึด “หน่วยงานปลายทาง” เป็นตัวตั้งเสมอ แล้วไล่ย้อนกลับมาว่าต้องผ่านกี่ขั้น
  • ถ้าปลายทางอยู่ในออสเตรเลียและยื่นออนไลน์ ส่วนใหญ่จบที่คำแปลรับรอง NAATI
  • ถ้าปลายทางขอ “ฉบับจริงพร้อมตราประทับ” ให้ตรวจว่าต้องผ่านนิติกรณ์หรือสถานทูตเพิ่มหรือไม่
  • อย่าทำขั้นถัดไปก่อนได้คำตอบจากปลายทาง เพราะบางขั้นทำแล้วต้องเริ่มใหม่ทั้งชุด

ถ้าอ่านแล้วยังไม่แน่ใจว่าเอกสารของคุณต้องจบที่ขั้นไหน ส่งภาพเอกสารและชื่อหน่วยงานปลายทางมาทาง LINE ได้เลย ทีมที่ปรึกษาซึ่งดูแลงานลักษณะนี้มากกว่า 15 ปีจะไล่เส้นทางให้ก่อนว่าต้องทำกี่ขั้น เพื่อไม่ให้เสียเวลาและค่าใช้จ่ายกับขั้นที่ไม่จำเป็น