รับรองเอกสารไทยเพื่อใช้ในจีน: ลำดับนิติกรณ์และสถานทูตจีน

สรุปสั้น

เอกสารไทยที่จะใช้ในจีนตามปกติต้องผ่านการรับรองเป็นลำดับ คือคัดต้นฉบับใหม่จากหน่วยงานผู้ออก แปลตามภาษาที่ปลายทางกำหนด ยื่นนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล แล้วจึงยื่นให้สถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลจีนรับรองต่อ ทั้งนี้จีนเป็นภาคีอนุสัญญา Apostille แล้ว และเมื่ออนุสัญญามีผลใช้บังคับกับไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 กระบวนการระหว่างสองประเทศอาจใช้ Apostille แทนได้

ใครต้องใช้ขั้นตอนนี้

  • ผู้ไปศึกษาต่อหรือทำงานในจีน ที่ต้องใช้ทรานสคริปต์ ปริญญาบัตร และหนังสือรับรองความประพฤติ
  • ผู้จดทะเบียนสมรสหรือดำเนินการเรื่องสถานะบุคคลในจีน
  • นิติบุคคลไทยที่ต้องใช้หนังสือรับรองบริษัทและหนังสือมอบอำนาจกับคู่ค้าหรือหน่วยงานในจีน

ภาษาและรูปแบบคำแปลที่ต้องใช้

ตรวจสอบกับสถานทูตว่าปลายทางรับคำแปลภาษาอังกฤษหรือกำหนดคำแปลภาษาจีน บางหน่วยงานในจีนกำหนดคำแปลภาษาจีนเท่านั้น

ขั้นตอนโดยลำดับ

  1. 1. คัดต้นฉบับใหม่

    ขอฉบับคัดใหม่จากหน่วยงานผู้ออก เพื่อให้ตราและลายมือชื่ออยู่ในฐานตัวอย่างที่กรมการกงสุลตรวจสอบได้

  2. 2. ยืนยันภาษาที่ปลายทางต้องการ

    สอบถามหน่วยงานผู้รับในจีนหรืออ่านประกาศของสถานทูตว่าต้องการคำแปลภาษาใด ก่อนสั่งแปลเพื่อไม่ต้องแปลซ้ำ

  3. 3. แปลครบทั้งฉบับ

    แปลทุกข้อความ ตราประทับ ลายมือชื่อ และหมายเหตุ พร้อมสะกดชื่อบุคคลตามหนังสือเดินทาง

  4. 4. ยื่นนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล

    ยื่นต้นฉบับพร้อมคำแปลตามช่องทางและเอกสารประกอบที่กรมการกงสุลประกาศ ณ เวลาที่ยื่น

  5. 5. ยื่นสถานทูตหรือสถานกงสุลจีน

    นัดหมายและยื่นตามระเบียบของสถานทูต โดยตรวจว่าเอกสารผ่านนิติกรณ์แล้วและกรอกแบบฟอร์มครบถ้วน

ข้อควรระวัง

  • หากปลายทางกำหนดคำแปลภาษาจีน คำแปลภาษาอังกฤษจะไม่ได้รับการยอมรับ
  • ชื่อบุคคลที่ถอดเป็นอักษรจีนต้องสอดคล้องกับเอกสารเดิมที่เคยใช้ในจีน หากมีเอกสารเก่าให้แจ้งผู้แปล
  • อายุเอกสารบางประเภทถูกกำหนดโดยหน่วยงานผู้รับ ควรวางแผนวันคัดต้นฉบับให้สัมพันธ์กับวันยื่น

สถานะ Apostille ที่ต้องรู้

ประเทศไทยยื่นภาคยานุวัติสารเข้าเป็นภาคีอนุสัญญา Apostille เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2569 และอนุสัญญาจะมีผลใช้บังคับกับประเทศไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ตามประกาศของ HCCH เมื่อมีผลใช้บังคับแล้ว เอกสารมหาชนไทยที่จะนำไปใช้ในประเทศภาคีอื่นจะใช้ Apostille แทนการรับรองซ้อนที่สถานทูตได้ ส่วนช่วงก่อนวันดังกล่าวยังต้องใช้ลำดับนิติกรณ์ + สถานทูตตามเดิม และกรณีประเทศปลายทางที่ไม่ได้เป็นภาคี ยังต้องรับรองที่สถานทูตต่อไป

คำถามที่พบบ่อย

จีนเป็นภาคี Apostille แล้วไทยยังต้องรับรองสถานทูตอยู่ไหม

ตราบใดที่อนุสัญญายังไม่มีผลใช้บังคับกับประเทศไทย เอกสารที่ออกในไทยยังต้องใช้ลำดับนิติกรณ์และรับรองที่สถานทูตจีนตามเดิม เมื่ออนุสัญญามีผลกับไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 จึงจะใช้ Apostille ระหว่างสองประเทศได้ตามที่ HCCH ประกาศ

ต้องยื่นด้วยตนเองหรือไม่

เงื่อนไขต่างกันตามประเภทเอกสารและช่องทางบริการ บางกรณีอนุญาตให้ผู้รับมอบอำนาจยื่นแทนพร้อมหนังสือมอบอำนาจ ควรตรวจสอบระเบียบล่าสุดของสถานทูตก่อนเดินทางไป

หนังสือรับรองบริษัทใช้ฉบับถ่ายสำเนาได้ไหม

ตามปกติต้องใช้ฉบับที่นายทะเบียนรับรองและคัดใหม่ภายในกรอบเวลาที่ปลายทางกำหนด สำเนาที่ถ่ายเองมักไม่ผ่านชั้นนิติกรณ์

แปลเองแล้วให้กรมการกงสุลรับรองได้ไหม

กรมการกงสุลรับรองคำแปลโดยเทียบกับต้นฉบับตามหลักเกณฑ์ที่ประกาศไว้ แต่ในทางปฏิบัติคำแปลที่ผิดรูปแบบหรือไม่ครบมักถูกตีกลับ การใช้ผู้แปลที่คุ้นเคยกับรูปแบบเอกสารราชการช่วยลดการแก้ไขซ้ำ

ใช้เวลานานเท่าไร

รอบเวลาขึ้นกับช่องทางบริการของกรมการกงสุลและคิวของสถานทูต ณ ช่วงเวลานั้น ควรตรวจสอบจากประกาศทางการและเผื่อเวลากรณีถูกขอให้แก้ไขเอกสาร

เอกสารที่ออกในจีนจะใช้ในไทยต้องทำอย่างไร

ให้หน่วยงานของจีนรับรองก่อน แล้วยื่นสถานเอกอัครราชทูตไทยในจีน จากนั้นนำเข้ามาแปลเป็นภาษาไทยและยื่นรับรองคำแปลที่กรมการกงสุลตามเงื่อนไขที่ประกาศ

ปลายทางอื่นและเรื่องที่เกี่ยวข้อง

แหล่งอ้างอิงทางการ

กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล

ทบทวนเนื้อหาล่าสุด: สิงหาคม 2569