ทีมงานทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร Thai Notary Law and Service Co., Ltd.
ทีมงานทนายความและเจ้าหน้าที่ประสานงานเอกสาร

ทีมงานและใบอนุญาตจริง

ทีมทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร (Notary Public) ที่ขึ้นทะเบียนจริง

งานรับรองเอกสารของเราดำเนินการโดยทนายความที่ขึ้นทะเบียนเป็นทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสารกับสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ ตามข้อบังคับสภาทนายความว่าด้วยการขึ้นทะเบียนทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร พ.ศ. 2551 ภาพใบอนุญาตด้านล่างปิดบังเลขที่ใบอนุญาตและข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อความปลอดภัยของข้อมูล ตรวจสอบตัวจริงได้เมื่อเข้ารับบริการ

ใบอนุญาต/หนังสือรับรองการขึ้นทะเบียน

  • หนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร ทนายอนุตรีย์

    ทนายอนุตรีย์

  • หนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร ทนายจิรพันธ์

    ทนายจิรพันธ์

  • หนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร ทนายจิรศักดิ์

    ทนายจิรศักดิ์

  • หนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร ทนายปฏิภาณ

    ทนายปฏิภาณ

  • หนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร ทนายวราวุธ

    ทนายวราวุธ

  • หนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร ทนายวิวัฒน์

    ทนายวิวัฒน์

ออกโดยสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ · ปิดบังข้อมูลส่วนบุคคลบางส่วน

ใบแสดงผลการเรียนและใบปริญญาที่เตรียมไว้สำหรับการแปล
ใบแสดงผลการเรียนและใบปริญญาที่เตรียมไว้สำหรับการแปล

เอกสารแปลรับรอง NAATI แยกตามหน่วยงานประเมินคุณวุฒิและวิชาชีพของออสเตรเลีย

แต่ละหน่วยงานกำหนดชุดเอกสารและรูปแบบคำแปลของตนเอง เลือกหน่วยงานที่ท่านจะยื่น เพื่อดูรายการเอกสารที่ต้องแปล ลำดับขั้นตอน และข้อผิดพลาดที่ทำให้ถูกขอเอกสารเพิ่ม

ข้อมูล ณ กรกฎาคม 2569 ข้อกำหนดของแต่ละหน่วยงานเปลี่ยนแปลงได้ โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานที่ท่านยื่นก่อนดำเนินการทุกครั้ง เราให้บริการแปลและรับรองคำแปล ไม่ใช่ตัวแทนของหน่วยงานเหล่านี้ และไม่ใช่ผู้ให้คำแนะนำด้านการย้ายถิ่นฐาน

ข้อควรระวัง: แปลรับรอง NAATI

สาเหตุที่พบบ่อยเมื่อเอกสารถูกตีกลับ พร้อมสิ่งที่ควรทำแทน — ข้อมูล ณ สิงหาคม 2026 โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานก่อนยื่น

  1. ส่งสแกนไม่ครบทุกหน้า ทุกตราประทับ

    คำแปลต้องสะท้อนต้นฉบับทั้งฉบับ รวมตราประทับ ลายเซ็น หมายเหตุท้ายหน้า และข้อความด้านหลัง หากสแกนขาดไปหนึ่งส่วน คำแปลจะไม่ตรงต้นฉบับและหน่วยงานปลายทางอาจให้ยื่นใหม่

  2. สะกดชื่อไม่ตรงหนังสือเดินทาง

    หน่วยงานออสเตรเลียเทียบชื่อกับหนังสือเดินทางเป็นหลัก หากคำแปลถอดเสียงต่างจากหน้าพาสปอร์ต ควรแจ้งการสะกดที่ต้องการมาพร้อมไฟล์ตั้งแต่ต้น และแนบสำเนาหน้าพาสปอร์ตให้ผู้แปลอ้างอิง

  3. เข้าใจผิดว่า NAATI รับรองเนื้อหาว่าจริง

    ตราประทับ NAATI รับรองว่าคำแปลตรงกับเอกสารที่ได้รับ ไม่ได้รับรองว่าข้อมูลในเอกสารเป็นจริง และไม่ได้แทนการรับรองนิติกรณ์ของกรมการกงสุลหรือการรับรองสถานทูต

  4. ใช้เอกสารเก่าเกินอายุที่หน่วยงานกำหนด

    หลายหน่วยงานกำหนดว่าเอกสารทะเบียนราษฎรหรือหนังสือรับรองความประพฤติต้องออกใหม่ภายในช่วงเวลาหนึ่ง ควรตรวจข้อกำหนดของหน่วยงานที่รับเรื่องก่อนสั่งแปล เพื่อไม่ต้องแปลซ้ำ

  5. ไม่อ่านข้อกำหนดของ 'หน่วยงานที่รับเรื่อง' ก่อนสั่งแปล

    ข้อกำหนดการแปลถูกกำหนดโดยหน่วยงานปลายทางแต่ละแห่ง (วีซ่า มหาวิทยาลัย สภาวิชาชีพ หน่วยงานประเมินทักษะ) ไม่ใช่โดยผู้แปล ส่งข้อความข้อกำหนดที่เป็นลายลักษณ์อักษรมาให้เจ้าหน้าที่ดูก่อนเสมอ

  6. แก้ไขไฟล์ PDF ที่มีลายเซ็นดิจิทัล

    การเปิดแล้วบันทึกทับ ครอบตัด หรือรวมไฟล์ จะทำให้ลายเซ็นดิจิทัลเสียสถานะและตรวจสอบไม่ผ่าน ให้ส่งต่อไฟล์ต้นฉบับที่ได้รับทางอีเมลโดยไม่ดัดแปลง

แหล่งอ้างอิงทางการ: NAATI · Department of Home Affairs

คำถามที่พบบ่อย

ตรวจทานเนื้อหาเมื่อ สิงหาคม 2026 — เงื่อนไขของหน่วยงานเปลี่ยนแปลงได้ โปรดยืนยันกับหน่วยงานปลายทางก่อนยื่น

หน่วยงานประเมินทักษะคืออะไร

คือองค์กรที่ได้รับมอบหมายให้ประเมินคุณวุฒิและประสบการณ์ของผู้สมัครเทียบกับมาตรฐานอาชีพของออสเตรเลีย โดยแต่ละอาชีพมีหน่วยงานและเกณฑ์เฉพาะของตน

แหล่งอ้างอิง: Department of Home Affairs

ต้องแปลเอกสารก่อนยื่นประเมินหรือไม่

เอกสารภาษาไทยต้องมีคำแปลตามมาตรฐานที่หน่วยงานยอมรับ และมักต้องยื่นคู่กับภาพต้นฉบับให้ครบทุกหน้า

แหล่งอ้างอิง: NAATI

ผลการประเมินมีอายุหรือไม่

หลายหน่วยงานกำหนดอายุผลการประเมินไว้ ซึ่งมีผลต่อกรอบเวลาการยื่นคำขอถัดไป ควรตรวจข้อกำหนดปัจจุบันของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ถ้าเอกสารประสบการณ์ทำงานไม่ครบต้องทำอย่างไร

สามารถใช้หลักฐานประกอบอื่นที่หน่วยงานระบุ เช่น สลิปเงินเดือน หลักฐานภาษี หรือหนังสือรับรองจากผู้บังคับบัญชา โดยต้องสอดคล้องกันทั้งชุด

ยื่นเอกสารเป็นไฟล์สีหรือขาวดำ

โดยทั่วไปแนะนำให้สแกนสีความละเอียดสูงเพื่อให้เห็นตราประทับและลายมือชื่อชัดเจน ซึ่งช่วยลดการถูกขอเอกสารซ้ำ

คำแปลต้องมีตราของผู้แปลทุกหน้าหรือไม่

แนวปฏิบัติที่พบบ่อยคือมีตราและลายมือชื่อผู้แปลบนคำแปล พร้อมข้อความรับรองความถูกต้อง ส่วนรายละเอียดต่อหน้าขึ้นกับข้อกำหนดของหน่วยงานผู้รับ

แหล่งอ้างอิง: NAATI

หน่วยงานประเมินขอเอกสารเพิ่มหลังยื่นไปแล้วทำอย่างไร

ส่งหนังสือแจ้งของหน่วยงานมาให้ทีมงานดู เราจะจัดคำแปลเพิ่มเฉพาะรายการที่ถูกขอ และคงรูปแบบให้สอดคล้องกับชุดที่ยื่นไปก่อนหน้า

หลักสูตรและคำอธิบายรายวิชาต้องแปลทั้งหมดไหม

ขึ้นกับหน่วยงานประเมิน บางแห่งขอเฉพาะรายวิชาที่เกี่ยวข้องกับสาขาที่ประเมิน การยืนยันขอบเขตก่อนช่วยลดจำนวนหน้าและระยะเวลาได้มาก

ต้องส่งเอกสารให้หน่วยงานประเมินเป็นชุดเดียวหรือทยอยส่งได้

หน่วยงานส่วนใหญ่ต้องการชุดเอกสารที่ครบตามเช็กลิสต์ในการยื่นครั้งเดียว เพราะการยื่นไม่ครบมักทำให้เรื่องถูกพักไว้และรอเอกสารเพิ่ม ตรวจเช็กลิสต์ของหน่วยงานนั้นก่อนสั่งแปล จะช่วยไม่ให้ต้องแปลรอบสอง

ทรานสคริปต์ต้องแปลด้านหลังด้วยไหม

ต้องแปลครบทุกด้านที่มีข้อความ รวมถึงตารางเกณฑ์การให้เกรด ตราประทับ และหมายเหตุท้ายเอกสาร การแปลไม่ครบเป็นสาเหตุที่พบบ่อยของการขอเอกสารเพิ่ม

หนังสือรับรองการทำงานที่เขียนเป็นภาษาไทยใช้ยื่นประเมินได้ไหม

ใช้ได้เมื่อมีคำแปลภาษาอังกฤษที่ทำโดยนักแปลตามระบบที่หน่วยงานยอมรับ และเนื้อหาระบุตำแหน่ง ช่วงเวลา ชั่วโมงทำงานต่อสัปดาห์ และลักษณะงานตามที่หน่วยงานกำหนด หากต้นฉบับไม่มีรายละเอียดเหล่านี้ คำแปลก็เพิ่มให้ไม่ได้ ต้องขอให้นายจ้างออกฉบับใหม่

หน่วยงานประเมินคุณวุฒิรับคำแปลแบบดิจิทัลไหม

ระบบยื่นออนไลน์ส่วนใหญ่รับไฟล์ PDF ที่รับรองแบบดิจิทัล แต่บางกระบวนการยังขอฉบับพิมพ์ที่มีตราจริง แจ้งชื่อหน่วยงานและช่องทางยื่นมาให้ชัด เราจะออกรูปแบบให้ตรง

แหล่งอ้างอิง: NAATI

ต้องแปล transcript ทั้งฉบับหรือเฉพาะหน้าเกรด

ต้องแปลทั้งฉบับ รวมด้านหลัง คำอธิบายระบบเกรด และตราประทับทุกจุด การแปลไม่ครบเป็นเหตุที่พบบ่อยที่สุดของการขอเอกสารเพิ่ม

ชื่อบนใบปริญญากับพาสปอร์ตสะกดไม่ตรงกันแก้อย่างไร

ส่งมาทั้งสองฉบับ เราแปลตามที่ปรากฏบนต้นฉบับ และเพิ่มหมายเหตุผู้แปลระบุการสะกดตามพาสปอร์ตเมื่อหน่วยงานอนุญาต ไม่ควรให้ผู้แปลแก้ชื่อให้ตรงกันเองโดยไม่มีหมายเหตุ

ผลการประเมินไม่ผ่าน จะยื่นใหม่ได้ไหม

แต่ละหน่วยงานมีกระบวนการทบทวนผลหรือยื่นใหม่ของตนเอง พร้อมกรอบเวลาและค่าธรรมเนียมที่กำหนดเอง เราช่วยได้ในส่วนของเอกสารและคำแปล แต่ผลการพิจารณาเป็นดุลพินิจของหน่วยงานนั้น

หน่วยงานประเมินทักษะของออสเตรเลียมีหน่วยงานใดบ้าง

ตัวอย่างที่พบบ่อยคือ VETASSESS, ACS, Engineers Australia, AITSL, ANMAC, TRA และสภาวิชาชีพเฉพาะสาขา แต่ละแห่งมีรายการเอกสารและรูปแบบคำแปลของตนเอง ต้องอ่านคู่มือของหน่วยงานที่จะยื่นโดยตรง

ทรานสคริปต์ต้องแปลทุกหน้าหรือไม่

ต้องครบทุกหน้ารวมด้านหลัง ตารางเกณฑ์การให้เกรด ตราประทับ และหมายเหตุ การแปลไม่ครบเป็นสาเหตุยอดนิยมของการถูกขอเอกสารเพิ่ม

หนังสือรับรองการทำงานต้องมีข้อมูลอะไร

หน่วยงานส่วนใหญ่ต้องการตำแหน่ง ช่วงเวลาทำงาน ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ลักษณะงานโดยละเอียด และข้อมูลติดต่อผู้ออกหนังสือบนหัวจดหมายของบริษัท เมื่อเอกสารเป็นภาษาไทยต้องมีคำแปลครบทุกองค์ประกอบ

ต้องรับรองสำเนาก่อนแปลไหม

หลายหน่วยงานขอ certified copy ของต้นฉบับควบคู่กับคำแปล โดยผู้มีอำนาจรับรองแตกต่างกันตามประเทศ ควรตรวจว่าใครรับรองได้ในประเทศที่คุณอยู่ก่อนดำเนินการ

ยื่นออนไลน์ใช้ไฟล์ PDF ได้เลยไหม

ระบบยื่นออนไลน์ส่วนใหญ่รับ PDF ที่มีลายเซ็นดิจิทัลของผู้แปลรับรอง แต่บางกระบวนการยังขอฉบับพิมพ์ที่มีตราจริง แจ้งชื่อหน่วยงานและช่องทางยื่นเพื่อให้เราออกไฟล์ในรูปแบบที่ถูกต้อง

แหล่งอ้างอิง: NAATI

ผลประเมินทักษะมีอายุเท่าไร

อายุผลประเมินกำหนดโดยหน่วยงานที่ออกและโดยโครงการวีซ่าที่นำไปใช้ ซึ่งไม่จำเป็นต้องเท่ากัน ควรตรวจทั้งสองด้านก่อนวางแผนยื่น เพราะผลอาจหมดอายุระหว่างรอคิว

แหล่งอ้างอิง: Department of Home Affairs

ถ้าเรียนหลักสูตรนานาชาติที่ออกเอกสารเป็นภาษาอังกฤษอยู่แล้ว

หากสถาบันออกเอกสารเป็นภาษาอังกฤษอย่างเป็นทางการ โดยทั่วไปไม่ต้องแปล แต่ยังต้องเป็นไปตามข้อกำหนดเรื่องสำเนารับรองหรือการส่งตรงจากสถาบัน

เอกสารถูกปฏิเสธเพราะคำแปลควรแก้อย่างไร

ขอเหตุผลเป็นลายลักษณ์อักษรจากหน่วยงาน แล้วเทียบกับคู่มือของหน่วยงานนั้น หากปัญหาอยู่ที่คำแปลหรือรูปแบบการรับรองที่เราจัดทำ เราจะแก้ไขและออกใหม่ให้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม

แหล่งอ้างอิงทางการ (ตรวจสอบได้)

ข้อมูลในหน้านี้อ้างอิงจากหน่วยงานทางการด้านล่าง ตรวจทานเมื่อ สิงหาคม 2026 — หลักเกณฑ์เปลี่ยนแปลงได้ โปรดยืนยันกับหน่วยงานปลายทางก่อนยื่นทุกครั้ง

ตัวอย่างสถานการณ์ที่พบบ่อย

ตัวอย่างสถานการณ์สมมติเพื่ออธิบายขั้นตอนการทำงาน ไม่ใช่กรณีของลูกค้ารายบุคคล และไม่ใช่การรับประกันผลการพิจารณาของหน่วยงานใด

ยื่นประเมินคุณวุฒิกับหน่วยงานวิชาชีพ

ผู้ใช้บริการ: คนไทย · พื้นที่: กรุงเทพฯ

บริการที่เกี่ยวข้อง
แปลรับรองเอกสารการศึกษาและการทำงาน
เอกสารที่เกี่ยวข้อง
ใบปริญญา · ผลการเรียน · หนังสือรับรองการทำงาน
สิ่งที่เราดูแล
  • ใช้รายการเอกสารของหน่วยงานประเมินเป็นตัวตั้ง
  • ตรวจว่าหน่วยงานรับคำแปลรูปแบบใด และต้องส่งจากสถาบันโดยตรงหรือไม่
จุดที่มักติดขัด
แปลทุกอย่างที่มี แทนที่จะแปลตามรายการที่หน่วยงานกำหนด
ผลลัพธ์เชิงกระบวนการ
ชุดเอกสารตรงกับรายการของหน่วยงานประเมิน

รายละเอียดรายวิชาที่หน่วยงานขอเพิ่ม

ผู้ใช้บริการ: คนไทย · พื้นที่: ต่างประเทศ (ออสเตรเลีย)

บริการที่เกี่ยวข้อง
แปลคำอธิบายรายวิชา
เอกสารที่เกี่ยวข้อง
คำอธิบายรายวิชา · ผลการเรียน
สิ่งที่เราดูแล
  • ตรวจว่าหน่วยงานขอรายวิชาทั้งหลักสูตรหรือเฉพาะบางรายวิชา
  • รักษารหัสวิชาและหน่วยกิตให้ตรงกับต้นฉบับ
จุดที่มักติดขัด
แปลทั้งเล่มหลักสูตรทั้งที่หน่วยงานขอเฉพาะบางรายวิชา
ผลลัพธ์เชิงกระบวนการ
ขอบเขตคำแปลตรงกับคำขอของหน่วยงาน

ตรวจทานเนื้อหาเมื่อ สิงหาคม 2569 · เงื่อนไขของหน่วยงานเปลี่ยนแปลงได้ โปรดยืนยันกับหน่วยงานปลายทางก่อนยื่น

ที่ปรึกษาเรื่องเอกสารยื่นองค์กรประเมินทักษะ

องค์กรประเมินทักษะแต่ละแห่งกำหนดรูปแบบเอกสารและช่องทางส่งต่างกัน หลายกรณีต้องให้สถาบันส่งตรง การแปลล่วงหน้าจึงอาจไม่จำเป็น เราตรวจก่อนเสมอ

สิ่งที่เราตรวจให้ก่อนเริ่มงาน

  • องค์กรประเมินที่คุณยื่นและรายการเอกสารเฉพาะของสาขาอาชีพนั้น
  • ต้องเป็นสำเนารับรองจากสถาบัน หรือส่งตรงจากสถาบันเท่านั้น
  • หนังสือรับรองประสบการณ์ทำงานมีรายละเอียดครบตามที่กำหนดหรือไม่
  • ชื่อและคุณวุฒิสะกดตรงกันทุกฉบับ

จุดที่เราจะบอกว่าไม่ต้องจ่าย

  • ถ้าสถาบันออกทรานสคริปต์ภาษาอังกฤษได้ ไม่ต้องแปล
  • ถ้าองค์กรรับไฟล์ดิจิทัล ไม่ต้องเสียค่าจัดส่งเอกสารกระดาษ

ขอบเขตที่เราไม่รับปาก

  • ผลการพิจารณาของหน่วยงานปลายทางเป็นดุลพินิจของหน่วยงานนั้น เราไม่รับปากผลลัพธ์
  • ค่าธรรมเนียมราชการและระยะเวลาของหน่วยงานผันแปรตามช่วงเวลาและปริมาณงาน
  • เราไม่ให้คำแนะนำทางกฎหมาย การเงิน หรือการแพทย์ นอกเหนือจากขอบเขตงานแปลและรับรอง

ทบทวนเนื้อหา ณ สิงหาคม 2568 · โปรดตรวจสอบเงื่อนไขล่าสุดกับหน่วยงานปลายทางก่อนยื่น

ปรึกษาเส้นทางเอกสารทาง LINE @NAATI

ขั้นตอนยื่นองค์กรประเมินทักษะและเอกสารที่ต้องเตรียม

องค์กรประเมินทักษะแต่ละแห่งกำหนดรูปแบบเอกสารและคำแปลต่างกัน การอ่านคู่มือของหน่วยงานก่อนเริ่มช่วยประหยัดรอบการแก้ไขได้มาก

  1. ขั้นที่ 1: ตรวจข้อกำหนดของหน่วยงานประเมินที่เกี่ยวข้อง

    หน่วยงานประเมินแต่ละแห่งกำหนดรูปแบบเอกสารและคำแปลต่างกัน ตรวจคู่มือฉบับล่าสุดจากเว็บไซต์ทางการของหน่วยงานนั้น

  2. ขั้นที่ 2: รวบรวมเอกสารการศึกษาและประสบการณ์

    จัดเตรียมปริญญาบัตร ทรานสคริปต์ หนังสือรับรองการทำงาน และเอกสารประกอบอื่นตามรายการที่กำหนด

  3. ขั้นที่ 3: จัดทำคำแปลรับรอง

    แปลเอกสารทั้งฉบับโดยไม่สรุปย่อ พร้อมคำรับรองคำแปลในรูปแบบที่หน่วยงานประเมินยอมรับ

  4. ขั้นที่ 4: อัปโหลดและติดตามผล

    อัปโหลดไฟล์ตามรูปแบบที่ระบบกำหนด ระยะเวลาพิจารณาแตกต่างกันตามหน่วยงานและปริมาณคำร้อง

เอกสารเบื้องต้นที่ต้องเตรียม

  • ปริญญาบัตรและใบแสดงผลการเรียนฉบับทางการ
  • หนังสือรับรองการทำงาน ระบุตำแหน่ง ระยะเวลา และหน้าที่โดยละเอียด
  • สลิปเงินเดือน หลักฐานการจ่ายภาษี หรือหลักฐานประกันสังคม ตามที่หน่วยงานขอ
  • หนังสือเดินทางและหลักฐานการเปลี่ยนชื่อ (ถ้ามี)
  • คำแปลรับรองของเอกสารที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษทุกฉบับ

ข้อควรระวังที่ทำให้ถูกตีกลับ

  • หนังสือรับรองการทำงานที่เขียนกว้างเกินไปมักถูกขอเอกสารเพิ่ม ควรระบุหน้าที่ให้ตรงกับรหัสอาชีพ
  • ต้องแปลทุกหน้ารวมด้านหลังที่มีตราประทับ ไม่ใช่เฉพาะหน้าหลัก
  • ผลการประเมินมีอายุจำกัด ควรวางแผนให้สอดคล้องกับกำหนดยื่นวีซ่า

ถ้าไม่อยากไล่ขั้นตอนเอง ส่งภาพเอกสารมาทาง LINE ได้เลย ทีมงานที่ดูแลงานลักษณะนี้มากว่า 15 ปีจะประเมินให้ก่อนว่าเส้นทางเอกสารของคุณควรจบที่ขั้นไหน ต้องใช้กี่ฉบับ และมีอะไรที่ทำไปแล้วเสียเปล่า จากนั้นค่อยตัดสินใจว่าจะทำเองหรือให้เราดำเนินการให้ทั้งหมด

เอกสารประเมินคุณวุฒิ ต้องใช้การรับรองแบบใด

หน่วยงานประเมินคุณวุฒิส่วนใหญ่กำหนดคำแปลรับรองและสำเนาที่รับรองแล้ว ตารางนี้เทียบทางเลือกที่ใช้ได้จริง

ทางเลือกรับรองอะไรผู้ลงนาม/ผู้ออกใช้เมื่อไรข้อจำกัด
คำแปลรับรอง NAATIคำแปลที่ลงนามโดยผู้แปลที่ได้รับการรับรองจาก NAATI พร้อมตราประทับ/ตราดิจิทัลระบุหมายเลขผู้แปลผู้แปลที่ได้รับการรับรองจาก NAATI (ออสเตรเลีย)ยื่นหน่วยงานออสเตรเลีย เช่น Department of Home Affairs, หน่วยงานประเมินคุณวุฒิ, มหาวิทยาลัย, หน่วยงานรัฐของรัฐต่าง ๆรับรองเฉพาะ “คำแปล” ไม่ได้รับรองว่าเอกสารต้นฉบับเป็นของแท้ และไม่ใช่การรับรองของกงสุลไทย
คำแปลรับรองโดยผู้แปลในไทยคำแปลพร้อมหนังสือรับรองคำแปลของผู้แปล/บริษัทแปลผู้แปลหรือบริษัทแปลในประเทศไทยใช้ภายในประเทศ หรือใช้เป็นตัวตั้งต้นก่อนส่งนิติกรณ์กรมการกงสุลหน่วยงานออสเตรเลียหลายแห่งไม่รับ หากไม่ใช่คำแปลของผู้แปลที่ได้รับการรับรองจาก NAATI
รับรองโดยทนายความ (Notary Public ไทย)การรับรองลายมือชื่อผู้ลงนาม หรือรับรองว่าสำเนาถูกต้องตรงกับต้นฉบับทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสารหนังสือมอบอำนาจ คำให้การ (affidavit) หนังสือยินยอมให้บุตรเดินทาง เอกสารบริษัท และสำเนารับรองสำหรับต่างประเทศไม่ได้รับรองว่าข้อความในเอกสารเป็นความจริง และไม่ทดแทนคำแปล NAATI
นิติกรณ์ กรมการกงสุลการรับรองลายมือชื่อเจ้าหน้าที่ผู้ออกเอกสารหรือผู้รับรองคำแปลกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศปลายทางกำหนดให้เอกสารไทยผ่านการรับรองจากกระทรวงการต่างประเทศก่อนยื่นสถานทูตรับรองลายมือชื่อ ไม่ใช่ความถูกต้องของเนื้อหา และไม่ใช่ Apostille
รับรองโดยสถานทูต/สถานกงสุลขั้นสุดท้ายของสายการรับรอง โดยผู้แทนของประเทศปลายทางสถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลของประเทศปลายทางประเทศปลายทางยังกำหนดให้ต้องรับรองซ้อนหลังนิติกรณ์แต่ละสถานทูตกำหนดเอกสารและคิวต่างกัน ต้องตรวจจากประกาศของสถานทูตนั้นทุกครั้ง
Apostilleการรับรองตามอนุสัญญา Apostille ที่ใช้แทนการรับรองซ้อนหลายชั้นระหว่างประเทศภาคีหน่วยงานผู้มีอำนาจของประเทศที่ออกเอกสารเอกสารจากประเทศภาคีที่จะใช้ในประเทศภาคีอีกแห่งหนึ่งสำหรับเอกสารไทย อนุสัญญาจะมีผลใช้บังคับวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 (ที่มา: HCCH) ก่อนหน้านั้นยังใช้นิติกรณ์ + สถานทูตตามเดิม
  • ยึด “หน่วยงานปลายทาง” เป็นตัวตั้งเสมอ แล้วไล่ย้อนกลับมาว่าต้องผ่านกี่ขั้น
  • ถ้าปลายทางอยู่ในออสเตรเลียและยื่นออนไลน์ ส่วนใหญ่จบที่คำแปลรับรอง NAATI
  • ถ้าปลายทางขอ “ฉบับจริงพร้อมตราประทับ” ให้ตรวจว่าต้องผ่านนิติกรณ์หรือสถานทูตเพิ่มหรือไม่
  • อย่าทำขั้นถัดไปก่อนได้คำตอบจากปลายทาง เพราะบางขั้นทำแล้วต้องเริ่มใหม่ทั้งชุด

ถ้าอ่านแล้วยังไม่แน่ใจว่าเอกสารของคุณต้องจบที่ขั้นไหน ส่งภาพเอกสารและชื่อหน่วยงานปลายทางมาทาง LINE ได้เลย ทีมที่ปรึกษาซึ่งดูแลงานลักษณะนี้มากกว่า 15 ปีจะไล่เส้นทางให้ก่อนว่าต้องทำกี่ขั้น เพื่อไม่ให้เสียเวลาและค่าใช้จ่ายกับขั้นที่ไม่จำเป็น