| คำแปลรับรอง NAATI | คำแปลที่ลงนามโดยผู้แปลที่ได้รับการรับรองจาก NAATI พร้อมตราประทับ/ตราดิจิทัลระบุหมายเลขผู้แปล | ผู้แปลที่ได้รับการรับรองจาก NAATI (ออสเตรเลีย) | ยื่นหน่วยงานออสเตรเลีย เช่น Department of Home Affairs, หน่วยงานประเมินคุณวุฒิ, มหาวิทยาลัย, หน่วยงานรัฐของรัฐต่าง ๆ | รับรองเฉพาะ “คำแปล” ไม่ได้รับรองว่าเอกสารต้นฉบับเป็นของแท้ และไม่ใช่การรับรองของกงสุลไทย |
|---|
| คำแปลรับรองโดยผู้แปลในไทย | คำแปลพร้อมหนังสือรับรองคำแปลของผู้แปล/บริษัทแปล | ผู้แปลหรือบริษัทแปลในประเทศไทย | ใช้ภายในประเทศ หรือใช้เป็นตัวตั้งต้นก่อนส่งนิติกรณ์กรมการกงสุล | หน่วยงานออสเตรเลียหลายแห่งไม่รับ หากไม่ใช่คำแปลของผู้แปลที่ได้รับการรับรองจาก NAATI |
|---|
| รับรองโดยทนายความ (Notary Public ไทย) | การรับรองลายมือชื่อผู้ลงนาม หรือรับรองว่าสำเนาถูกต้องตรงกับต้นฉบับ | ทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร | หนังสือมอบอำนาจ คำให้การ (affidavit) หนังสือยินยอมให้บุตรเดินทาง เอกสารบริษัท และสำเนารับรองสำหรับต่างประเทศ | ไม่ได้รับรองว่าข้อความในเอกสารเป็นความจริง และไม่ทดแทนคำแปล NAATI |
|---|
| นิติกรณ์ กรมการกงสุล | การรับรองลายมือชื่อเจ้าหน้าที่ผู้ออกเอกสารหรือผู้รับรองคำแปล | กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ | ปลายทางกำหนดให้เอกสารไทยผ่านการรับรองจากกระทรวงการต่างประเทศก่อนยื่นสถานทูต | รับรองลายมือชื่อ ไม่ใช่ความถูกต้องของเนื้อหา และไม่ใช่ Apostille |
|---|
| รับรองโดยสถานทูต/สถานกงสุล | ขั้นสุดท้ายของสายการรับรอง โดยผู้แทนของประเทศปลายทาง | สถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลของประเทศปลายทาง | ประเทศปลายทางยังกำหนดให้ต้องรับรองซ้อนหลังนิติกรณ์ | แต่ละสถานทูตกำหนดเอกสารและคิวต่างกัน ต้องตรวจจากประกาศของสถานทูตนั้นทุกครั้ง |
|---|
| Apostille | การรับรองตามอนุสัญญา Apostille ที่ใช้แทนการรับรองซ้อนหลายชั้นระหว่างประเทศภาคี | หน่วยงานผู้มีอำนาจของประเทศที่ออกเอกสาร | เอกสารจากประเทศภาคีที่จะใช้ในประเทศภาคีอีกแห่งหนึ่ง | สำหรับเอกสารไทย อนุสัญญาจะมีผลใช้บังคับวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 (ที่มา: HCCH) ก่อนหน้านั้นยังใช้นิติกรณ์ + สถานทูตตามเดิม |
|---|