รับรอง Affidavit และ Statutory Declaration โดยทนายความในประเทศไทย

คำตอบสั้น ๆ

Affidavit ที่จะใช้ในต่างประเทศ ผู้ให้ถ้อยคำต้องลงนามและกล่าวคำยืนยันต่อหน้าทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร ทนายความรับรองว่าผู้ให้ถ้อยคำลงนามต่อหน้าจริง ไม่ได้รับรองว่าข้อความเป็นความจริง จากนั้นหากปลายทางกำหนด จึงนำไปแปลและผ่านชั้นรับรองคำแปลของกรมการกงสุลและ Apostille หรือสถานทูต

Affidavit คือคำแถลงข้อเท็จจริงที่ผู้ให้ถ้อยคำยืนยันความถูกต้องและลงนามต่อหน้าผู้มีอำนาจรับรอง มักถูกใช้เมื่อไม่มีเอกสารราชการรองรับข้อเท็จจริงบางอย่างโดยตรง เช่น การยืนยันว่าเป็นบุคคลเดียวกันแม้ชื่อสะกดต่างกัน หรือการยืนยันสถานะการเงินและความสัมพันธ์

กรณีที่มักต้องใช้เอกสารนี้

  • ยืนยันว่าชื่อที่สะกดต่างกันในเอกสารหลายฉบับเป็นบุคคลเดียวกัน (One and the Same Person)
  • ยืนยันสถานะโสด สถานะครอบครัว หรือความสัมพันธ์ เพื่อประกอบการยื่นต่างประเทศ
  • คำแถลงสนับสนุนทางการเงิน (financial support) สำหรับผู้สมัครเรียนต่อ
  • คำแถลงประกอบคดีหรือกระบวนพิจารณาในศาลต่างประเทศ
  • คำแถลงยืนยันการสูญหายของเอกสารต้นฉบับ

เอกสารและข้อมูลที่ต้องเตรียม

  • ร่าง affidavit ที่ระบุข้อเท็จจริงเป็นข้อ ๆ ชัดเจน พร้อมถ้อยคำยืนยันความถูกต้อง
  • หนังสือเดินทางหรือบัตรประชาชนตัวจริงของผู้ให้ถ้อยคำ
  • เอกสารประกอบที่อ้างถึงในคำแถลง เช่น สูติบัตร ทะเบียนบ้าน ใบเปลี่ยนชื่อ
  • แบบฟอร์มเฉพาะของหน่วยงานปลายทาง หากหน่วยงานนั้นกำหนดรูปแบบไว้

ขั้นตอนดำเนินการ

  1. 1. เรียบเรียงข้อเท็จจริงเป็นข้อ ๆ

    เขียนเฉพาะข้อเท็จจริงที่ผู้ให้ถ้อยคำรู้เห็นด้วยตนเอง หลีกเลี่ยงความเห็นหรือข้อสรุปทางกฎหมาย ระบุวันที่ สถานที่ และเลขเอกสารอ้างอิงให้ครบ

  2. 2. ตรวจสอบชื่อและตัวสะกดกับหนังสือเดินทาง

    ชื่อในคำแถลงต้องสะกดตรงกับหนังสือเดินทาง หากมีการสะกดแบบอื่นในเอกสารเก่า ให้ระบุทุกรูปแบบไว้ในคำแถลงพร้อมเอกสารอ้างอิง

  3. 3. ลงนามและกล่าวคำยืนยันต่อหน้าทนายความ

    ผู้ให้ถ้อยคำลงนามต่อหน้าทนายความพร้อมแสดงเอกสารแสดงตน ทนายความบันทึกรายการและลงนามรับรองพร้อมประทับตรา

  4. 4. แปลและรับรองชั้นถัดไปตามที่ปลายทางกำหนด

    หากต้องยื่นในประเทศที่ไม่ใช้ภาษาอังกฤษ ให้แปลโดยผู้แปลที่ปลายทางยอมรับ แล้วรับรองคำแปลที่กรมการกงสุล และขอ Apostille หรือรับรองสถานทูตตามระบบของประเทศนั้น

จุดที่มักทำให้เอกสารถูกตีกลับ

  • เขียนความเห็นหรือข้อสรุปแทนข้อเท็จจริง ทำให้ปลายทางไม่รับคำแถลง
  • ไม่แนบเอกสารประกอบที่อ้างถึงในคำแถลง
  • ใช้แบบฟอร์มทั่วไปทั้งที่หน่วยงานปลายทางมีแบบฟอร์มของตนเอง
  • ลงนามล่วงหน้ามาก่อน ทำให้ไม่สามารถรับรองลายมือชื่อได้
  • ระบุวันที่ในคำแถลงไม่ตรงกับวันที่ลงนามต่อหน้าทนายความ

คำถามที่พบบ่อย

Affidavit กับ statutory declaration ต่างกันอย่างไร

ทั้งสองเป็นคำแถลงยืนยันข้อเท็จจริงที่ลงนามต่อหน้าผู้มีอำนาจรับรอง ต่างกันที่ระบบกฎหมายและถ้อยคำที่แต่ละประเทศกำหนด ควรใช้ชื่อเรียกและรูปแบบตามที่หน่วยงานปลายทางระบุ

ทนายความรับรองว่าข้อความในคำแถลงเป็นความจริงหรือไม่

ไม่ ทนายความรับรองว่าผู้ให้ถ้อยคำลงนามต่อหน้าจริงและตรวจสอบตัวตนแล้ว ความรับผิดในความถูกต้องของข้อความยังอยู่กับผู้ให้ถ้อยคำ

เขียนเป็นภาษาไทยได้ไหม

ได้ แต่หากปลายทางเป็นหน่วยงานต่างประเทศ โดยทั่วไปควรจัดทำเป็นภาษาอังกฤษหรือทำสองภาษาพร้อมคำแปลที่ผ่านการรับรองตามที่ปลายทางกำหนด

ต้องมีพยานหรือไม่

ขึ้นกับรูปแบบที่ปลายทางกำหนด บางแบบฟอร์มต้องมีพยานลงนามด้วย ควรตรวจแบบฟอร์มก่อนนัดหมาย

ใช้เวลาดำเนินการนานไหม

ขั้นรับรองโดยทั่วไป 1–2 วันทำการหลังจากร่างเอกสารเรียบร้อยและผู้ให้ถ้อยคำพร้อมลงนาม

ถ้าอยู่ต่างประเทศทำอย่างไร

โดยทั่วไปสามารถดำเนินการกับ notary ในประเทศที่พำนัก แล้วผ่านชั้นรับรองของประเทศนั้น หรือดำเนินการที่สถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลไทย ขึ้นกับว่าเอกสารจะนำไปใช้ที่ใด

ให้ทีมงานตรวจเอกสารก่อนนัดลงนาม

ส่งร่างเอกสารและแจ้งประเทศ/หน่วยงานปลายทาง ทีมงานจะช่วยตรวจว่าต้องผ่านขั้นใดบ้าง เพื่อไม่ต้องกลับมาทำซ้ำภายหลัง

ปรึกษาทาง LINE @NAATI

เอกสารที่เกี่ยวข้อง

บริการที่เกี่ยวเนื่อง

ข้อมูลตรวจทานเมื่อ สิงหาคม 2569 · เนื้อหานี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการเตรียมเอกสาร ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายเฉพาะราย โปรดตรวจสอบเงื่อนไขล่าสุดกับ สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ และ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ