ทีมงานทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร Thai Notary Law and Service Co., Ltd.
ทีมงานทนายความและเจ้าหน้าที่ประสานงานเอกสาร

ทีมงานและใบอนุญาตจริง

ทีมทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร (Notary Public) ที่ขึ้นทะเบียนจริง

งานรับรองเอกสารของเราดำเนินการโดยทนายความที่ขึ้นทะเบียนเป็นทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสารกับสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ ตามข้อบังคับสภาทนายความว่าด้วยการขึ้นทะเบียนทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร พ.ศ. 2551 ภาพใบอนุญาตด้านล่างปิดบังเลขที่ใบอนุญาตและข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อความปลอดภัยของข้อมูล ตรวจสอบตัวจริงได้เมื่อเข้ารับบริการ

ใบอนุญาต/หนังสือรับรองการขึ้นทะเบียน

  • หนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร ทนายอนุตรีย์

    ทนายอนุตรีย์

  • หนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร ทนายจิรพันธ์

    ทนายจิรพันธ์

  • หนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร ทนายจิรศักดิ์

    ทนายจิรศักดิ์

  • หนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร ทนายปฏิภาณ

    ทนายปฏิภาณ

  • หนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร ทนายวราวุธ

    ทนายวราวุธ

  • หนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร ทนายวิวัฒน์

    ทนายวิวัฒน์

ออกโดยสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ · ปิดบังข้อมูลส่วนบุคคลบางส่วน

เอกสารคำแปลที่จัดรูปแบบพร้อมแนบคำรับรอง
เอกสารคำแปลที่จัดรูปแบบพร้อมแนบคำรับรอง

แปลเอกสารทางการแพทย์และเอกสารสุขภาพเป็นภาษาอังกฤษโดยผู้แปลที่ได้รับการรับรองจาก NAATI

สรุปสั้น

เอกสารทางการแพทย์ภาษาไทย เช่น ใบรับรองแพทย์ ประวัติการรักษา ผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ สมุดวัคซีน และใบสั่งยา เมื่อต้องยื่นต่อหน่วยงานหรือสถานพยาบาลในออสเตรเลีย ต้องแนบคำแปลภาษาอังกฤษ หากแปลในออสเตรเลียต้องใช้ผู้แปลที่ได้รับการรับรองจาก NAATI หากแปลนอกออสเตรเลียคำแปลต้องระบุชื่อเต็ม ที่อยู่ ข้อมูลติดต่อ และคุณวุฒิของผู้แปล การตรวจสุขภาพเพื่อวีซ่า (health examination) ต้องทำกับคลินิกที่ได้รับมอบหมายและส่งผลผ่านระบบ eMedical โดยตรง ไม่ใช่การแปลเอกสารเอง งานแปลตามปกติใช้เวลา 1–3 วันทำการ

ข้อมูลสำคัญโดยย่อ

ผู้รับเอกสารDepartment of Home Affairs (เอกสารสุขภาพประกอบคำขอวีซ่า) โรงพยาบาล/แพทย์ผู้รักษาในออสเตรเลีย บริษัทประกัน และหน่วยงานกำกับวิชาชีพ เช่น AHPRA
รูปแบบคำแปลที่ยอมรับแปลในออสเตรเลีย: ผู้แปลที่ได้รับการรับรองจาก NAATI · แปลนอกออสเตรเลีย: คำแปลต้องระบุชื่อเต็ม ที่อยู่ ข้อมูลติดต่อ และคุณวุฒิของผู้แปล
เอกสารที่มักต้องแปลใบรับรองแพทย์ ประวัติการรักษาและใบสรุปการนอนโรงพยาบาล ผลตรวจแล็บและภาพถ่ายรังสี สมุดบันทึกวัคซีน ใบสั่งยา และใบรับรองการฝากครรภ์/คลอด
สิ่งที่ไม่ใช่งานแปลผลตรวจสุขภาพเพื่อวีซ่าออกโดยคลินิกที่ได้รับมอบหมายและส่งผ่านระบบ eMedical โดยตรง ผู้สมัครไม่ต้องแปลเอง
ระยะเวลางานแปลโดยทั่วไป 1–3 วันทำการ ขึ้นกับจำนวนหน้าและความคมชัดของไฟล์
รูปแบบส่งมอบไฟล์ PDF พร้อมตราประทับและหมายเลข CPN ของผู้แปล และฉบับพิมพ์เมื่อร้องขอ

เอกสารที่มักต้องแปล

  • ใบรับรองแพทย์

    ใช้ยืนยันอาการ ระยะเวลาพักรักษา หรือความเหมาะสมในการเดินทาง คำแปลต้องคงชื่อสถานพยาบาล เลขที่ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพของแพทย์ วันที่ออก และข้อความวินิจฉัยตามต้นฉบับ ไม่ย่อความและไม่เพิ่มข้อสรุปทางการแพทย์ใหม่

  • ประวัติการรักษาและใบสรุปการนอนโรงพยาบาล

    มักถูกขอเมื่อรักษาต่อเนื่องในออสเตรเลียหรือใช้ประกอบคำอธิบายเรื่องสุขภาพในคำขอวีซ่า ควรแปลครบทุกหน้าเรียงตามลำดับวันที่ พร้อมคงรหัสโรคและชื่อยาไว้ตามที่ปรากฏในต้นฉบับ

  • ผลตรวจทางห้องปฏิบัติการและผลภาพถ่ายรังสี

    ค่าตัวเลข หน่วย และช่วงอ้างอิงต้องคัดลอกให้ตรงตัว ห้ามแปลงหน่วยหรือปัดตัวเลขในคำแปล หากรายงานมีตารางควรจัดรูปแบบให้อ่านเทียบกับต้นฉบับได้ชัดเจน

  • สมุดบันทึกวัคซีน

    ใช้กับโรงเรียน สถานรับเลี้ยงเด็ก และผู้ให้บริการสุขภาพในออสเตรเลีย ต้องแปลชื่อวัคซีน วันที่ได้รับแต่ละเข็ม เลขล็อต และผู้ให้บริการ โดยคงชื่อการค้าและชื่อสามัญของวัคซีนตามที่บันทึกไว้

  • ใบสั่งยาและรายการยาที่ใช้ประจำ

    ช่วยให้แพทย์ปลายทางสั่งจ่ายยาต่อเนื่องได้ และใช้ประกอบการนำยาติดตัวเข้าประเทศ คำแปลควรระบุชื่อสามัญ ความแรง ขนาดที่ใช้ และระยะเวลาที่แพทย์สั่ง

  • เอกสารสุขภาพแม่และเด็ก

    สมุดฝากครรภ์ ใบรับรองการคลอด และบันทึกพัฒนาการเด็ก มักใช้ประกอบการลงทะเบียนกับผู้ให้บริการสุขภาพหรือโรงเรียน ควรแปลพร้อมสูติบัตรเป็นชุดเดียวกันเพื่อให้ชื่อและวันที่ตรงกัน

ขั้นตอนโดยลำดับ

  1. 1. ยืนยันว่าผู้รับต้องการคำแปลรูปแบบใด

    ถามหน่วยงานหรือสถานพยาบาลปลายทางว่าต้องการคำแปลที่ได้รับการรับรองจาก NAATI คำแปลพร้อมข้อมูลผู้แปล หรือสำเนารับรองของต้นฉบับด้วย เพราะข้อกำหนดต่างกันตามผู้รับ

  2. 2. สแกนต้นฉบับให้ครบและอ่านออก

    สแกนสีความละเอียดอย่างน้อย 300 dpi ทุกหน้า รวมหน้าที่มีตราประทับ ลายมือแพทย์ และหน้าว่างที่มีเลขหน้า หากลายมือไม่ชัด ควรขอให้สถานพยาบาลออกฉบับพิมพ์ใหม่

  3. 3. ตรวจการสะกดชื่อให้ตรงกับหนังสือเดินทาง

    แจ้งการสะกดชื่อ-นามสกุลภาษาอังกฤษตามหน้าหนังสือเดินทาง เพื่อให้เอกสารสุขภาพ เอกสารตัวตน และแบบฟอร์มของหน่วยงานใช้ชื่อเดียวกันทั้งชุด

  4. 4. แปลโดยผู้แปลที่ได้รับการรับรองในคู่ภาษาที่ถูกต้อง

    งานแปลไทย–อังกฤษดำเนินการโดยผู้แปลที่ได้รับการรับรองในทิศทางภาษานั้น พร้อมตราประทับ วันที่ และหมายเลข CPN ซึ่งตรวจสอบย้อนกลับได้จากไดเรกทอรีของ NAATI

  5. 5. ตรวจทานศัพท์เฉพาะทางกับต้นฉบับอีกครั้ง

    ตรวจชื่อยา หน่วยวัด ค่าผลตรวจ และวันที่ทีละบรรทัดเทียบต้นฉบับ ก่อนส่งมอบไฟล์ PDF ที่มีตราประทับ และเก็บต้นฉบับไว้แสดงเมื่อหน่วยงานร้องขอ

จุดที่มักถูกตีกลับ

  • แปลเฉพาะหน้าที่คิดว่าเกี่ยวข้อง ทำให้ชุดเอกสารไม่ครบและถูกขอเพิ่มภายหลัง
  • แปลงหน่วยหรือปัดค่าผลตรวจในคำแปล ทำให้ตัวเลขไม่ตรงกับต้นฉบับ
  • สรุปหรือย่อความวินิจฉัยของแพทย์ แทนการแปลข้อความตามที่ปรากฏจริง
  • ตกหล่นตราประทับ ลายมือชื่อแพทย์ หรือเลขที่ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพในคำแปล
  • สะกดชื่อผู้ป่วยไม่ตรงกับหนังสือเดินทาง ทำให้เชื่อมโยงกับคำขอไม่ได้
  • เข้าใจผิดว่าการตรวจสุขภาพเพื่อวีซ่าเป็นงานแปล ทั้งที่ต้องทำกับคลินิกที่ได้รับมอบหมายและส่งผ่าน eMedical
  • ใช้ภาพถ่ายจากมือถือที่เอียงหรือเบลอ ทำให้ตัวเลขในผลแล็บอ่านไม่ออก

คำถามที่พบบ่อย

เอกสารทางการแพทย์ภาษาไทยต้องแปลโดย NAATI เสมอหรือไม่

ขึ้นกับว่าคำแปลจัดทำที่ใด หากจัดทำในออสเตรเลีย หน่วยงานออสเตรเลียกำหนดให้ใช้ผู้แปลที่ได้รับการรับรองจาก NAATI หากจัดทำนอกออสเตรเลีย คำแปลต้องระบุชื่อเต็ม ที่อยู่ ข้อมูลติดต่อ และคุณวุฒิของผู้แปล อย่างไรก็ตาม โรงพยาบาลและหน่วยงานหลายแห่งคุ้นเคยกับคำแปลที่มีตราประทับ NAATI มากที่สุด จึงเป็นตัวเลือกที่ลดความเสี่ยงถูกขอเอกสารเพิ่ม

ผลตรวจสุขภาพเพื่อยื่นวีซ่าออสเตรเลียต้องแปลด้วยหรือไม่

โดยทั่วไปไม่ต้อง เพราะการตรวจสุขภาพเพื่อวีซ่าดำเนินการโดยคลินิกที่ได้รับมอบหมายจาก Department of Home Affairs และผลจะถูกส่งเข้าระบบ eMedical โดยตรง สิ่งที่มักต้องแปลคือเอกสารประวัติการรักษาเดิม ผลตรวจย้อนหลัง หรือใบรับรองแพทย์ที่คลินิกหรือเจ้าหน้าที่ขอให้แนบเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณา

สมุดวัคซีนของลูกต้องแปลก่อนเข้าโรงเรียนที่ออสเตรเลียไหม

โรงเรียนและสถานรับเลี้ยงเด็กในออสเตรเลียมักขอหลักฐานการได้รับวัคซีนเป็นภาษาอังกฤษ จึงควรแปลสมุดวัคซีนทุกหน้าที่มีการบันทึก ทั้งชื่อวัคซีน วันที่ของแต่ละเข็ม และผู้ให้บริการ จากนั้นผู้ให้บริการสุขภาพในออสเตรเลียจะเป็นผู้พิจารณาบันทึกข้อมูลเข้าระบบทะเบียนวัคซีนของประเทศตามหลักเกณฑ์ของหน่วยงาน

ต้องแปลประวัติการรักษาทั้งเล่มหรือแปลเฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้อง

หลักปลอดภัยที่สุดคือแปลครบตามชุดเอกสารที่ยื่น เพราะการเลือกแปลบางหน้าอาจถูกมองว่าเอกสารไม่ครบถ้วน หากประวัติหนามาก ควรขอให้สถานพยาบาลออกใบสรุปการรักษาอย่างเป็นทางการก่อน แล้วจึงแปลใบสรุปนั้นทั้งฉบับ พร้อมแนบต้นฉบับภาษาไทยประกอบเสมอ

คำแปลเอกสารการแพทย์ต้องผ่านนิติกรณ์กงสุลหรือ Notary Public เพิ่มไหม

สำหรับการยื่นต่อหน่วยงานออสเตรเลียโดยทั่วไปไม่จำเป็น เพราะคำแปลที่มีตราประทับผู้แปลที่ได้รับการรับรองก็เพียงพอ แต่หากปลายทางเป็นการใช้งานทางกฎหมาย เช่น คดีเรียกร้องค่าสินไหม หรือหน่วยงานในประเทศอื่นที่กำหนดการรับรองเป็นชั้น ๆ อาจต้องเพิ่มการรับรองโดยทนายความผู้ทำคำรับรองหรือกรมการกงสุล ควรถามผู้รับให้ชัดก่อน

ลายมือแพทย์อ่านไม่ออก จะแปลอย่างไร

ผู้แปลจะไม่เดาเนื้อความ หากข้อความอ่านไม่ได้จะระบุหมายเหตุว่าอ่านไม่ออกตามหลักการแปลเอกสารราชการ ซึ่งอาจทำให้ผู้รับขอเอกสารเพิ่ม ทางที่ดีคือขอให้สถานพยาบาลออกฉบับพิมพ์หรือใบสรุปที่พิมพ์ด้วยระบบคอมพิวเตอร์ แล้วนำฉบับนั้นมาแปลแทน

แปลเอกสารการแพทย์ใช้เวลากี่วัน

งานทั่วไปประมาณ 1–3 วันทำการนับจากได้รับไฟล์ที่ชัดเจนและข้อมูลการสะกดชื่อครบ เอกสารที่มีตารางผลตรวจจำนวนมาก ประวัติหลายสิบหน้า หรือหลายภาษาในเล่มเดียวจะใช้เวลามากกว่านั้น หากมีกำหนดยื่นแน่นอนควรแจ้งวันที่ต้องใช้ตั้งแต่ส่งงาน

ข้อมูลสุขภาพเป็นข้อมูลอ่อนไหว มีการดูแลอย่างไร

ควรส่งไฟล์ผ่านช่องทางที่ควบคุมได้ เช่น อีเมลหรือ LINE ของผู้ให้บริการโดยตรง หลีกเลี่ยงการส่งผ่านกลุ่มสาธารณะ ผู้แปลใช้ข้อมูลเพื่อจัดทำคำแปลเท่านั้น และสามารถขอให้ลบไฟล์เมื่องานเสร็จสิ้นได้ หากต้องการข้อตกลงรักษาความลับเป็นลายลักษณ์อักษรควรแจ้งก่อนเริ่มงาน

เอกสารการแพทย์ที่แปลแล้วใช้กับ Medicare หรือบริษัทประกันได้ไหม

ใช้เป็นเอกสารประกอบได้ แต่การรับสิทธิ์หรือการอนุมัติเคลมเป็นดุลพินิจของหน่วยงานหรือบริษัทประกันแต่ละแห่ง ซึ่งมักขอทั้งคำแปล ต้นฉบับ และแบบฟอร์มของตนเอง จึงควรตรวจรายการเอกสารจากผู้รับก่อน แล้วจึงจัดชุดคำแปลให้ครบในครั้งเดียว

แพทย์หรือพยาบาลไทยที่จะขึ้นทะเบียนกับ AHPRA ต้องแปลเอกสารกลุ่มไหน

ส่วนใหญ่เป็นเอกสารวิชาชีพมากกว่าเอกสารผู้ป่วย เช่น ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ หนังสือรับรองสถานภาพการขึ้นทะเบียน (Certificate of Good Standing) ทรานสคริปต์ และหนังสือรับรองประสบการณ์ทำงาน รายละเอียดของแต่ละวิชาชีพดูได้ที่หน้าเอกสารสภาวิชาชีพไทยของเรา และควรตรวจเกณฑ์ล่าสุดจากเว็บไซต์ AHPRA ประกอบเสมอ

อ่านต่อในเรื่องที่เกี่ยวข้อง

ข้อมูลตรวจทานเมื่อ 7 สิงหาคม 2569 · เนื้อหานี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการเตรียมเอกสาร ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์หรือคำแนะนำด้านการย้ายถิ่นฐาน โปรดตรวจสอบเกณฑ์ล่าสุดจาก Department of Home Affairs และ NAATI

ข้อควรระวัง: แปลรับรอง NAATI

สาเหตุที่พบบ่อยเมื่อเอกสารถูกตีกลับ พร้อมสิ่งที่ควรทำแทน — ข้อมูล ณ สิงหาคม 2026 โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานก่อนยื่น

  1. ส่งสแกนไม่ครบทุกหน้า ทุกตราประทับ

    คำแปลต้องสะท้อนต้นฉบับทั้งฉบับ รวมตราประทับ ลายเซ็น หมายเหตุท้ายหน้า และข้อความด้านหลัง หากสแกนขาดไปหนึ่งส่วน คำแปลจะไม่ตรงต้นฉบับและหน่วยงานปลายทางอาจให้ยื่นใหม่

  2. สะกดชื่อไม่ตรงหนังสือเดินทาง

    หน่วยงานออสเตรเลียเทียบชื่อกับหนังสือเดินทางเป็นหลัก หากคำแปลถอดเสียงต่างจากหน้าพาสปอร์ต ควรแจ้งการสะกดที่ต้องการมาพร้อมไฟล์ตั้งแต่ต้น และแนบสำเนาหน้าพาสปอร์ตให้ผู้แปลอ้างอิง

  3. เข้าใจผิดว่า NAATI รับรองเนื้อหาว่าจริง

    ตราประทับ NAATI รับรองว่าคำแปลตรงกับเอกสารที่ได้รับ ไม่ได้รับรองว่าข้อมูลในเอกสารเป็นจริง และไม่ได้แทนการรับรองนิติกรณ์ของกรมการกงสุลหรือการรับรองสถานทูต

  4. ใช้เอกสารเก่าเกินอายุที่หน่วยงานกำหนด

    หลายหน่วยงานกำหนดว่าเอกสารทะเบียนราษฎรหรือหนังสือรับรองความประพฤติต้องออกใหม่ภายในช่วงเวลาหนึ่ง ควรตรวจข้อกำหนดของหน่วยงานที่รับเรื่องก่อนสั่งแปล เพื่อไม่ต้องแปลซ้ำ

  5. ไม่อ่านข้อกำหนดของ 'หน่วยงานที่รับเรื่อง' ก่อนสั่งแปล

    ข้อกำหนดการแปลถูกกำหนดโดยหน่วยงานปลายทางแต่ละแห่ง (วีซ่า มหาวิทยาลัย สภาวิชาชีพ หน่วยงานประเมินทักษะ) ไม่ใช่โดยผู้แปล ส่งข้อความข้อกำหนดที่เป็นลายลักษณ์อักษรมาให้เจ้าหน้าที่ดูก่อนเสมอ

  6. แก้ไขไฟล์ PDF ที่มีลายเซ็นดิจิทัล

    การเปิดแล้วบันทึกทับ ครอบตัด หรือรวมไฟล์ จะทำให้ลายเซ็นดิจิทัลเสียสถานะและตรวจสอบไม่ผ่าน ให้ส่งต่อไฟล์ต้นฉบับที่ได้รับทางอีเมลโดยไม่ดัดแปลง

แหล่งอ้างอิงทางการ: NAATI · Department of Home Affairs

แหล่งอ้างอิงทางการ (ตรวจสอบได้)

ข้อมูลในหน้านี้อ้างอิงจากหน่วยงานทางการด้านล่าง ตรวจทานเมื่อ สิงหาคม 2026 — หลักเกณฑ์เปลี่ยนแปลงได้ โปรดยืนยันกับหน่วยงานปลายทางก่อนยื่นทุกครั้ง