
แปลเอกสารทางการแพทย์และเอกสารสุขภาพเป็นภาษาอังกฤษโดยผู้แปลที่ได้รับการรับรองจาก NAATI
สรุปสั้น
เอกสารทางการแพทย์ภาษาไทย เช่น ใบรับรองแพทย์ ประวัติการรักษา ผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ สมุดวัคซีน และใบสั่งยา เมื่อต้องยื่นต่อหน่วยงานหรือสถานพยาบาลในออสเตรเลีย ต้องแนบคำแปลภาษาอังกฤษ หากแปลในออสเตรเลียต้องใช้ผู้แปลที่ได้รับการรับรองจาก NAATI หากแปลนอกออสเตรเลียคำแปลต้องระบุชื่อเต็ม ที่อยู่ ข้อมูลติดต่อ และคุณวุฒิของผู้แปล การตรวจสุขภาพเพื่อวีซ่า (health examination) ต้องทำกับคลินิกที่ได้รับมอบหมายและส่งผลผ่านระบบ eMedical โดยตรง ไม่ใช่การแปลเอกสารเอง งานแปลตามปกติใช้เวลา 1–3 วันทำการ
ข้อมูลสำคัญโดยย่อ
| ผู้รับเอกสาร | Department of Home Affairs (เอกสารสุขภาพประกอบคำขอวีซ่า) โรงพยาบาล/แพทย์ผู้รักษาในออสเตรเลีย บริษัทประกัน และหน่วยงานกำกับวิชาชีพ เช่น AHPRA |
|---|---|
| รูปแบบคำแปลที่ยอมรับ | แปลในออสเตรเลีย: ผู้แปลที่ได้รับการรับรองจาก NAATI · แปลนอกออสเตรเลีย: คำแปลต้องระบุชื่อเต็ม ที่อยู่ ข้อมูลติดต่อ และคุณวุฒิของผู้แปล |
| เอกสารที่มักต้องแปล | ใบรับรองแพทย์ ประวัติการรักษาและใบสรุปการนอนโรงพยาบาล ผลตรวจแล็บและภาพถ่ายรังสี สมุดบันทึกวัคซีน ใบสั่งยา และใบรับรองการฝากครรภ์/คลอด |
| สิ่งที่ไม่ใช่งานแปล | ผลตรวจสุขภาพเพื่อวีซ่าออกโดยคลินิกที่ได้รับมอบหมายและส่งผ่านระบบ eMedical โดยตรง ผู้สมัครไม่ต้องแปลเอง |
| ระยะเวลางานแปล | โดยทั่วไป 1–3 วันทำการ ขึ้นกับจำนวนหน้าและความคมชัดของไฟล์ |
| รูปแบบส่งมอบ | ไฟล์ PDF พร้อมตราประทับและหมายเลข CPN ของผู้แปล และฉบับพิมพ์เมื่อร้องขอ |
เอกสารที่มักต้องแปล
ใบรับรองแพทย์
ใช้ยืนยันอาการ ระยะเวลาพักรักษา หรือความเหมาะสมในการเดินทาง คำแปลต้องคงชื่อสถานพยาบาล เลขที่ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพของแพทย์ วันที่ออก และข้อความวินิจฉัยตามต้นฉบับ ไม่ย่อความและไม่เพิ่มข้อสรุปทางการแพทย์ใหม่
ประวัติการรักษาและใบสรุปการนอนโรงพยาบาล
มักถูกขอเมื่อรักษาต่อเนื่องในออสเตรเลียหรือใช้ประกอบคำอธิบายเรื่องสุขภาพในคำขอวีซ่า ควรแปลครบทุกหน้าเรียงตามลำดับวันที่ พร้อมคงรหัสโรคและชื่อยาไว้ตามที่ปรากฏในต้นฉบับ
ผลตรวจทางห้องปฏิบัติการและผลภาพถ่ายรังสี
ค่าตัวเลข หน่วย และช่วงอ้างอิงต้องคัดลอกให้ตรงตัว ห้ามแปลงหน่วยหรือปัดตัวเลขในคำแปล หากรายงานมีตารางควรจัดรูปแบบให้อ่านเทียบกับต้นฉบับได้ชัดเจน
สมุดบันทึกวัคซีน
ใช้กับโรงเรียน สถานรับเลี้ยงเด็ก และผู้ให้บริการสุขภาพในออสเตรเลีย ต้องแปลชื่อวัคซีน วันที่ได้รับแต่ละเข็ม เลขล็อต และผู้ให้บริการ โดยคงชื่อการค้าและชื่อสามัญของวัคซีนตามที่บันทึกไว้
ใบสั่งยาและรายการยาที่ใช้ประจำ
ช่วยให้แพทย์ปลายทางสั่งจ่ายยาต่อเนื่องได้ และใช้ประกอบการนำยาติดตัวเข้าประเทศ คำแปลควรระบุชื่อสามัญ ความแรง ขนาดที่ใช้ และระยะเวลาที่แพทย์สั่ง
เอกสารสุขภาพแม่และเด็ก
สมุดฝากครรภ์ ใบรับรองการคลอด และบันทึกพัฒนาการเด็ก มักใช้ประกอบการลงทะเบียนกับผู้ให้บริการสุขภาพหรือโรงเรียน ควรแปลพร้อมสูติบัตรเป็นชุดเดียวกันเพื่อให้ชื่อและวันที่ตรงกัน
ขั้นตอนโดยลำดับ
1. ยืนยันว่าผู้รับต้องการคำแปลรูปแบบใด
ถามหน่วยงานหรือสถานพยาบาลปลายทางว่าต้องการคำแปลที่ได้รับการรับรองจาก NAATI คำแปลพร้อมข้อมูลผู้แปล หรือสำเนารับรองของต้นฉบับด้วย เพราะข้อกำหนดต่างกันตามผู้รับ
2. สแกนต้นฉบับให้ครบและอ่านออก
สแกนสีความละเอียดอย่างน้อย 300 dpi ทุกหน้า รวมหน้าที่มีตราประทับ ลายมือแพทย์ และหน้าว่างที่มีเลขหน้า หากลายมือไม่ชัด ควรขอให้สถานพยาบาลออกฉบับพิมพ์ใหม่
3. ตรวจการสะกดชื่อให้ตรงกับหนังสือเดินทาง
แจ้งการสะกดชื่อ-นามสกุลภาษาอังกฤษตามหน้าหนังสือเดินทาง เพื่อให้เอกสารสุขภาพ เอกสารตัวตน และแบบฟอร์มของหน่วยงานใช้ชื่อเดียวกันทั้งชุด
4. แปลโดยผู้แปลที่ได้รับการรับรองในคู่ภาษาที่ถูกต้อง
งานแปลไทย–อังกฤษดำเนินการโดยผู้แปลที่ได้รับการรับรองในทิศทางภาษานั้น พร้อมตราประทับ วันที่ และหมายเลข CPN ซึ่งตรวจสอบย้อนกลับได้จากไดเรกทอรีของ NAATI
5. ตรวจทานศัพท์เฉพาะทางกับต้นฉบับอีกครั้ง
ตรวจชื่อยา หน่วยวัด ค่าผลตรวจ และวันที่ทีละบรรทัดเทียบต้นฉบับ ก่อนส่งมอบไฟล์ PDF ที่มีตราประทับ และเก็บต้นฉบับไว้แสดงเมื่อหน่วยงานร้องขอ
จุดที่มักถูกตีกลับ
- • แปลเฉพาะหน้าที่คิดว่าเกี่ยวข้อง ทำให้ชุดเอกสารไม่ครบและถูกขอเพิ่มภายหลัง
- • แปลงหน่วยหรือปัดค่าผลตรวจในคำแปล ทำให้ตัวเลขไม่ตรงกับต้นฉบับ
- • สรุปหรือย่อความวินิจฉัยของแพทย์ แทนการแปลข้อความตามที่ปรากฏจริง
- • ตกหล่นตราประทับ ลายมือชื่อแพทย์ หรือเลขที่ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพในคำแปล
- • สะกดชื่อผู้ป่วยไม่ตรงกับหนังสือเดินทาง ทำให้เชื่อมโยงกับคำขอไม่ได้
- • เข้าใจผิดว่าการตรวจสุขภาพเพื่อวีซ่าเป็นงานแปล ทั้งที่ต้องทำกับคลินิกที่ได้รับมอบหมายและส่งผ่าน eMedical
- • ใช้ภาพถ่ายจากมือถือที่เอียงหรือเบลอ ทำให้ตัวเลขในผลแล็บอ่านไม่ออก
คำถามที่พบบ่อย
เอกสารทางการแพทย์ภาษาไทยต้องแปลโดย NAATI เสมอหรือไม่
ขึ้นกับว่าคำแปลจัดทำที่ใด หากจัดทำในออสเตรเลีย หน่วยงานออสเตรเลียกำหนดให้ใช้ผู้แปลที่ได้รับการรับรองจาก NAATI หากจัดทำนอกออสเตรเลีย คำแปลต้องระบุชื่อเต็ม ที่อยู่ ข้อมูลติดต่อ และคุณวุฒิของผู้แปล อย่างไรก็ตาม โรงพยาบาลและหน่วยงานหลายแห่งคุ้นเคยกับคำแปลที่มีตราประทับ NAATI มากที่สุด จึงเป็นตัวเลือกที่ลดความเสี่ยงถูกขอเอกสารเพิ่ม
ผลตรวจสุขภาพเพื่อยื่นวีซ่าออสเตรเลียต้องแปลด้วยหรือไม่
โดยทั่วไปไม่ต้อง เพราะการตรวจสุขภาพเพื่อวีซ่าดำเนินการโดยคลินิกที่ได้รับมอบหมายจาก Department of Home Affairs และผลจะถูกส่งเข้าระบบ eMedical โดยตรง สิ่งที่มักต้องแปลคือเอกสารประวัติการรักษาเดิม ผลตรวจย้อนหลัง หรือใบรับรองแพทย์ที่คลินิกหรือเจ้าหน้าที่ขอให้แนบเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณา
สมุดวัคซีนของลูกต้องแปลก่อนเข้าโรงเรียนที่ออสเตรเลียไหม
โรงเรียนและสถานรับเลี้ยงเด็กในออสเตรเลียมักขอหลักฐานการได้รับวัคซีนเป็นภาษาอังกฤษ จึงควรแปลสมุดวัคซีนทุกหน้าที่มีการบันทึก ทั้งชื่อวัคซีน วันที่ของแต่ละเข็ม และผู้ให้บริการ จากนั้นผู้ให้บริการสุขภาพในออสเตรเลียจะเป็นผู้พิจารณาบันทึกข้อมูลเข้าระบบทะเบียนวัคซีนของประเทศตามหลักเกณฑ์ของหน่วยงาน
ต้องแปลประวัติการรักษาทั้งเล่มหรือแปลเฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้อง
หลักปลอดภัยที่สุดคือแปลครบตามชุดเอกสารที่ยื่น เพราะการเลือกแปลบางหน้าอาจถูกมองว่าเอกสารไม่ครบถ้วน หากประวัติหนามาก ควรขอให้สถานพยาบาลออกใบสรุปการรักษาอย่างเป็นทางการก่อน แล้วจึงแปลใบสรุปนั้นทั้งฉบับ พร้อมแนบต้นฉบับภาษาไทยประกอบเสมอ
คำแปลเอกสารการแพทย์ต้องผ่านนิติกรณ์กงสุลหรือ Notary Public เพิ่มไหม
สำหรับการยื่นต่อหน่วยงานออสเตรเลียโดยทั่วไปไม่จำเป็น เพราะคำแปลที่มีตราประทับผู้แปลที่ได้รับการรับรองก็เพียงพอ แต่หากปลายทางเป็นการใช้งานทางกฎหมาย เช่น คดีเรียกร้องค่าสินไหม หรือหน่วยงานในประเทศอื่นที่กำหนดการรับรองเป็นชั้น ๆ อาจต้องเพิ่มการรับรองโดยทนายความผู้ทำคำรับรองหรือกรมการกงสุล ควรถามผู้รับให้ชัดก่อน
ลายมือแพทย์อ่านไม่ออก จะแปลอย่างไร
ผู้แปลจะไม่เดาเนื้อความ หากข้อความอ่านไม่ได้จะระบุหมายเหตุว่าอ่านไม่ออกตามหลักการแปลเอกสารราชการ ซึ่งอาจทำให้ผู้รับขอเอกสารเพิ่ม ทางที่ดีคือขอให้สถานพยาบาลออกฉบับพิมพ์หรือใบสรุปที่พิมพ์ด้วยระบบคอมพิวเตอร์ แล้วนำฉบับนั้นมาแปลแทน
แปลเอกสารการแพทย์ใช้เวลากี่วัน
งานทั่วไปประมาณ 1–3 วันทำการนับจากได้รับไฟล์ที่ชัดเจนและข้อมูลการสะกดชื่อครบ เอกสารที่มีตารางผลตรวจจำนวนมาก ประวัติหลายสิบหน้า หรือหลายภาษาในเล่มเดียวจะใช้เวลามากกว่านั้น หากมีกำหนดยื่นแน่นอนควรแจ้งวันที่ต้องใช้ตั้งแต่ส่งงาน
ข้อมูลสุขภาพเป็นข้อมูลอ่อนไหว มีการดูแลอย่างไร
ควรส่งไฟล์ผ่านช่องทางที่ควบคุมได้ เช่น อีเมลหรือ LINE ของผู้ให้บริการโดยตรง หลีกเลี่ยงการส่งผ่านกลุ่มสาธารณะ ผู้แปลใช้ข้อมูลเพื่อจัดทำคำแปลเท่านั้น และสามารถขอให้ลบไฟล์เมื่องานเสร็จสิ้นได้ หากต้องการข้อตกลงรักษาความลับเป็นลายลักษณ์อักษรควรแจ้งก่อนเริ่มงาน
เอกสารการแพทย์ที่แปลแล้วใช้กับ Medicare หรือบริษัทประกันได้ไหม
ใช้เป็นเอกสารประกอบได้ แต่การรับสิทธิ์หรือการอนุมัติเคลมเป็นดุลพินิจของหน่วยงานหรือบริษัทประกันแต่ละแห่ง ซึ่งมักขอทั้งคำแปล ต้นฉบับ และแบบฟอร์มของตนเอง จึงควรตรวจรายการเอกสารจากผู้รับก่อน แล้วจึงจัดชุดคำแปลให้ครบในครั้งเดียว
แพทย์หรือพยาบาลไทยที่จะขึ้นทะเบียนกับ AHPRA ต้องแปลเอกสารกลุ่มไหน
ส่วนใหญ่เป็นเอกสารวิชาชีพมากกว่าเอกสารผู้ป่วย เช่น ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ หนังสือรับรองสถานภาพการขึ้นทะเบียน (Certificate of Good Standing) ทรานสคริปต์ และหนังสือรับรองประสบการณ์ทำงาน รายละเอียดของแต่ละวิชาชีพดูได้ที่หน้าเอกสารสภาวิชาชีพไทยของเรา และควรตรวจเกณฑ์ล่าสุดจากเว็บไซต์ AHPRA ประกอบเสมอ
อ่านต่อในเรื่องที่เกี่ยวข้อง
ข้อมูลตรวจทานเมื่อ 7 สิงหาคม 2569 · เนื้อหานี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการเตรียมเอกสาร ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์หรือคำแนะนำด้านการย้ายถิ่นฐาน โปรดตรวจสอบเกณฑ์ล่าสุดจาก Department of Home Affairs และ NAATI
ข้อควรระวัง: แปลรับรอง NAATI
สาเหตุที่พบบ่อยเมื่อเอกสารถูกตีกลับ พร้อมสิ่งที่ควรทำแทน — ข้อมูล ณ สิงหาคม 2026 โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานก่อนยื่น
ส่งสแกนไม่ครบทุกหน้า ทุกตราประทับ
คำแปลต้องสะท้อนต้นฉบับทั้งฉบับ รวมตราประทับ ลายเซ็น หมายเหตุท้ายหน้า และข้อความด้านหลัง หากสแกนขาดไปหนึ่งส่วน คำแปลจะไม่ตรงต้นฉบับและหน่วยงานปลายทางอาจให้ยื่นใหม่
สะกดชื่อไม่ตรงหนังสือเดินทาง
หน่วยงานออสเตรเลียเทียบชื่อกับหนังสือเดินทางเป็นหลัก หากคำแปลถอดเสียงต่างจากหน้าพาสปอร์ต ควรแจ้งการสะกดที่ต้องการมาพร้อมไฟล์ตั้งแต่ต้น และแนบสำเนาหน้าพาสปอร์ตให้ผู้แปลอ้างอิง
เข้าใจผิดว่า NAATI รับรองเนื้อหาว่าจริง
ตราประทับ NAATI รับรองว่าคำแปลตรงกับเอกสารที่ได้รับ ไม่ได้รับรองว่าข้อมูลในเอกสารเป็นจริง และไม่ได้แทนการรับรองนิติกรณ์ของกรมการกงสุลหรือการรับรองสถานทูต
ใช้เอกสารเก่าเกินอายุที่หน่วยงานกำหนด
หลายหน่วยงานกำหนดว่าเอกสารทะเบียนราษฎรหรือหนังสือรับรองความประพฤติต้องออกใหม่ภายในช่วงเวลาหนึ่ง ควรตรวจข้อกำหนดของหน่วยงานที่รับเรื่องก่อนสั่งแปล เพื่อไม่ต้องแปลซ้ำ
ไม่อ่านข้อกำหนดของ 'หน่วยงานที่รับเรื่อง' ก่อนสั่งแปล
ข้อกำหนดการแปลถูกกำหนดโดยหน่วยงานปลายทางแต่ละแห่ง (วีซ่า มหาวิทยาลัย สภาวิชาชีพ หน่วยงานประเมินทักษะ) ไม่ใช่โดยผู้แปล ส่งข้อความข้อกำหนดที่เป็นลายลักษณ์อักษรมาให้เจ้าหน้าที่ดูก่อนเสมอ
แก้ไขไฟล์ PDF ที่มีลายเซ็นดิจิทัล
การเปิดแล้วบันทึกทับ ครอบตัด หรือรวมไฟล์ จะทำให้ลายเซ็นดิจิทัลเสียสถานะและตรวจสอบไม่ผ่าน ให้ส่งต่อไฟล์ต้นฉบับที่ได้รับทางอีเมลโดยไม่ดัดแปลง
แหล่งอ้างอิงทางการ: NAATI · Department of Home Affairs
แหล่งอ้างอิงทางการ (ตรวจสอบได้)
ข้อมูลในหน้านี้อ้างอิงจากหน่วยงานทางการด้านล่าง ตรวจทานเมื่อ สิงหาคม 2026 — หลักเกณฑ์เปลี่ยนแปลงได้ โปรดยืนยันกับหน่วยงานปลายทางก่อนยื่นทุกครั้ง
- NAATI — Find a Translator (naati.com.au)ฐานข้อมูลตรวจสอบสถานะนักแปล/ล่ามที่ได้รับการรับรองจาก NAATI
- Department of Home Affairs — Translation of documentsข้อกำหนดเอกสารและคำแปลสำหรับการยื่นวีซ่าออสเตรเลีย
- กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศระเบียบและขั้นตอนการรับรองนิติกรณ์เอกสาร






