แปลและรับรองเอกสารราชการไทยเพื่อใช้ต่างประเทศ

สรุปสั้น

ลำดับมาตรฐานคือคัดเอกสารต้นฉบับฉบับล่าสุด แปลทั้งฉบับรวมตราประทับและหมายเหตุ แล้วจึงรับรองตามที่หน่วยงานปลายทางกำหนด งานแปลโดยทั่วไป 1–3 วันทำการต่อชุด ส่วนขั้นรับรองของหน่วยงานราชการแปรผันตามคิว จึงควรเผื่อเวลาเสมอ

คู่มือรายเอกสาร

ขอบเขตที่เราดำเนินการให้ได้

  • แปลเอกสารราชการไทยเป็นภาษาอังกฤษหรือภาษาปลายทาง โดยคงรูปแบบ ตราครุฑ เลขที่เอกสาร และลายมือชื่อไว้ในตำแหน่งเดิม
  • จัดทำคำแปลให้ตรงเงื่อนไขของระบบที่ปลายทางยอมรับ เช่น NAATI สำหรับออสเตรเลีย หรือคำแปลที่ใช้ยื่นรับรองนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล
  • ตรวจทานการสะกดชื่อ–นามสกุลให้ตรงกับหนังสือเดินทางและเอกสารประกอบชุดเดียวกัน
  • จัดเรียงชุดเอกสารและอธิบายลำดับขั้นรับรองที่ปลายทางกำหนด
  • ช่วยประสานงานยื่นรับรองในขั้นถัดไปตามที่ผู้ใช้บริการมอบหมาย

สิ่งที่อยู่นอกขอบเขต

  • ไม่สามารถออกเอกสารราชการต้นฉบับแทนหน่วยงานเจ้าของเรื่องได้ — ต้องขอคัดจากหน่วยงานผู้ออกเท่านั้น
  • ไม่สามารถรับรองนิติกรณ์แทนกรมการกงสุลได้ การรับรองนิติกรณ์เป็นอำนาจของกรมการกงสุลเท่านั้น
  • ไม่สามารถออก Apostille ได้ และไม่ยืนยันสถานะการเข้าเป็นภาคีอนุสัญญา Apostille แทนหน่วยงาน โปรดตรวจสอบจาก HCCH และกรมการกงสุลโดยตรง
  • ไม่รับประกันผลการพิจารณาของหน่วยงานปลายทาง เพราะเป็นดุลพินิจของหน่วยงานนั้น
  • ไม่แก้ไขข้อความในเอกสารต้นฉบับ หากข้อมูลผิดต้องกลับไปแก้ที่หน่วยงานผู้ออก

ลำดับขั้นเอกสาร: จากสำนักทะเบียนถึงหน่วยงานปลายทาง

ขั้นตอนผู้ดำเนินการรับรองอะไรระยะเวลาโดยทั่วไป
1. คัดเอกสารต้นฉบับหน่วยงานผู้ออกเอกสาร เช่น สำนักทะเบียนอำเภอ/เขต กรมการปกครองความถูกต้องของข้อมูลตามทะเบียนราชการปกติทำได้ภายในวันเดียวหากไปด้วยตนเอง
2. แปลเป็นภาษาปลายทางนักแปลตามระบบที่ปลายทางยอมรับ (NAATI / นักแปลที่ยื่นกงสุลได้ / MoJ)ความถูกต้องและครบถ้วนของคำแปล1–3 วันทำการต่อชุดเอกสาร
3. รับรองนิติกรณ์คำแปลกองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุลความถูกต้องของคำแปลเทียบต้นฉบับ และลายมือชื่อเจ้าหน้าที่แปรผันตามคิวและช่องทางที่ยื่น
4. Apostille หรือรับรองโดยสถานทูตปลายทางหน่วยงานผู้มีอำนาจ / สถานเอกอัครราชทูตในไทยตราและลายมือชื่อของขั้นก่อนหน้าแปรผันตามระเบียบของแต่ละสถานทูต

คำถามที่พบบ่อย

เอกสารราชการไทยต้องแปลก่อนหรือรับรองก่อน

ลำดับมาตรฐานคือคัดต้นฉบับให้ใหม่และชัดเจนก่อน แล้วจึงแปล แล้วจึงนำคำแปลไปยื่นรับรอง ถ้าแปลจากสำเนาที่ไม่ตรงกับต้นฉบับล่าสุด อาจต้องแปลใหม่ทั้งชุด

ยื่นออสเตรเลียต้องรับรองนิติกรณ์ที่กรมการกงสุลด้วยไหม

หน่วยงานออสเตรเลียส่วนใหญ่กำหนดเพียงคำแปลที่ทำโดยนักแปล NAATI ที่มีตราและวันที่ครบถ้วน แต่บางกรณี เช่น การใช้เอกสารกับหน่วยงานราชการอื่นหรือขั้นตอนทะเบียนครอบครัว อาจขอการรับรองเพิ่ม จึงควรอ่านประกาศของหน่วยงานที่จะยื่นทุกครั้ง

คำแปลต้องแปลทั้งฉบับหรือแปลเฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้อง

ต้องแปลทั้งฉบับรวมถึงตราประทับ ข้อความท้ายเอกสาร หมายเหตุ และข้อความด้านหลัง การตัดทอนเป็นสาเหตุที่ทำให้เอกสารถูกตีกลับบ่อยที่สุด

เอกสารเก่าที่คัดไว้หลายปีแล้วใช้ได้ไหม

ขึ้นกับหน่วยงานปลายทาง หลายแห่งกำหนดอายุการคัดเอกสารเป็นช่วงเดือน จึงควรตรวจประกาศของหน่วยงานนั้นและคัดใหม่หากไม่แน่ใจ

ชื่อสะกดในเอกสารแต่ละใบไม่ตรงกันต้องทำอย่างไร

ยึดการสะกดตามหนังสือเดินทางเป็นหลัก และแจ้งทีมงานให้ทำหมายเหตุการสะกดที่ต่างกันไว้ในคำแปล หากความต่างมาจากข้อมูลทะเบียนผิด ต้องแก้ที่หน่วยงานผู้ออกก่อน

ต้องใช้ต้นฉบับตัวจริงในการยื่นรับรองหรือไม่

การรับรองนิติกรณ์โดยทั่วไปต้องแสดงต้นฉบับหรือสำเนาที่หน่วยงานผู้ออกรับรองสำเนาถูกต้อง สแกนอย่างเดียวมักไม่พอ ควรตรวจเงื่อนไขช่องทางที่ยื่นก่อนเดินทาง

ระยะเวลาทั้งกระบวนการนานเท่าไร

ส่วนที่ควบคุมได้คือขั้นแปล ปกติ 1–3 วันทำการต่อชุด ส่วนขั้นรับรองของหน่วยงานราชการแปรผันตามคิว จึงควรเผื่อเวลาและไม่ยึดตัวเลขตายตัว

Apostille ใช้กับเอกสารไทยได้แล้วหรือยัง

สถานะการใช้ Apostille กับเอกสารไทยและวันที่มีผล ควรตรวจสอบจากประกาศของกรมการกงสุลและฐานข้อมูล HCCH โดยตรง เพราะเป็นข้อมูลที่มีวันที่บังคับใช้เฉพาะและอาจเปลี่ยนแปลง

บริการที่เกี่ยวเนื่อง

ข้อมูลตรวจทานเมื่อ สิงหาคม 2569 · เนื้อหานี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการเตรียมเอกสาร ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายเฉพาะราย โปรดตรวจสอบเงื่อนไขล่าสุดกับ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ และ กรมการปกครอง