แปลและรับรองสูติบัตรเพื่อใช้ต่างประเทศ

คำตอบสั้น ๆ

คัดสูติบัตรฉบับล่าสุดจากสำนักทะเบียน แล้วแปลทั้งฉบับรวมตราประทับและหมายเหตุ จากนั้นจึงนำคำแปลไปรับรองตามที่หน่วยงานปลายทางกำหนด โดยทั่วไปงานแปลใช้เวลา 1–3 วันทำการ ส่วนขั้นรับรองแปรผันตามคิวของหน่วยงาน

สูติบัตรเป็นเอกสารทะเบียนราษฎรที่หน่วยงานต่างประเทศใช้ยืนยันวันเดือนปีเกิด สถานที่เกิด และความสัมพันธ์กับบิดามารดา จึงถูกเรียกใช้ทั้งในเรื่องวีซ่าติดตามครอบครัว การจดทะเบียนบุตร การขอสัญชาติ และการสมัครเรียน คำแปลต้องสะท้อนข้อความทุกส่วนของต้นฉบับ รวมถึงเลขที่เอกสาร ตราประทับ และข้อความท้ายเอกสาร

ข้อเท็จจริงหลักของ สูติบัตร
หน่วยงานผู้ออกเอกสารสำนักทะเบียนอำเภอ/เขต ภายใต้กรมการปกครอง
ต้องแปลทั้งฉบับหรือไม่ต้องแปลทั้งฉบับ รวมตราประทับ เลขที่เอกสาร ลายมือชื่อ และข้อความท้ายเอกสาร
รอบเวลาโดยประมาณงานแปลโดยทั่วไป 1–3 วันทำการต่อชุดเอกสาร ส่วนขั้นรับรองของหน่วยงานราชการแปรผันตามคิวและช่องทางที่ยื่น
ข้อมูล ณสิงหาคม 2569 · โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานก่อนดำเนินการ

กรณีที่มักต้องใช้เอกสารนี้

  • ยื่นวีซ่าติดตามครอบครัวหรือวีซ่าบุตรกับหน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองต่างประเทศ
  • แจ้งเกิดหรือขึ้นทะเบียนบุตรกับหน่วยงานของประเทศคู่สมรส
  • สมัครเรียนหรือขอทุนที่ต้องยืนยันอายุและความสัมพันธ์ในครอบครัว
  • ขอสัญชาติหรือถิ่นที่อยู่ถาวรที่ต้องพิสูจน์สายสัมพันธ์ทางสายเลือด
  • ใช้ประกอบเรื่องมรดกหรือสิทธิประโยชน์ที่อ้างอิงความเป็นบุตร

เอกสารและข้อมูลที่ต้องเตรียม

  • สูติบัตรต้นฉบับหรือฉบับคัดรับรองจากสำนักทะเบียนที่ยังอ่านชัดทุกบรรทัด
  • สำเนาหนังสือเดินทางของเจ้าของเอกสารและของบิดามารดา เพื่อยึดการสะกดชื่อให้ตรงกัน
  • ชื่อหน่วยงานและประเทศปลายทาง เพื่อกำหนดรูปแบบคำแปลและลำดับการรับรอง
  • เอกสารเปลี่ยนชื่อหรือนามสกุล หากชื่อปัจจุบันไม่ตรงกับที่ปรากฏในสูติบัตร
  • ไฟล์สแกนสีความละเอียดสูง เห็นขอบเอกสารครบและไม่มีเงาบัง

ขั้นตอนดำเนินการ

  1. 1. คัดสูติบัตรฉบับล่าสุด

    ติดต่อสำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตที่แจ้งเกิดเพื่อคัดฉบับใหม่ หากฉบับเดิมชำรุด ซีดจาง หรือคัดไว้นานจนหน่วยงานปลายทางอาจไม่รับ

  2. 2. ส่งไฟล์สแกนและแจ้งปลายทาง

    ส่งไฟล์สแกนสีพร้อมระบุประเทศและหน่วยงานที่จะยื่น เพื่อให้เลือกระบบคำแปลที่ปลายทางยอมรับ เช่น คำแปลโดยนักแปล NAATI สำหรับออสเตรเลีย

  3. 3. แปลทั้งฉบับและตรวจการสะกด

    แปลทุกข้อความรวมตราครุฑ เลขที่เอกสาร ข้อความท้ายเอกสาร และหมายเหตุ พร้อมตรวจการสะกดชื่อให้ตรงกับหนังสือเดินทางทุกใบในชุดเดียวกัน

  4. 4. ยื่นรับรองตามลำดับที่ปลายทางกำหนด

    หากปลายทางขอการรับรองคำแปล ให้ยื่นที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล และหากขอขั้นถัดไปจึงดำเนินการ Apostille หรือรับรองโดยสถานทูตต่อ

  5. 5. ตรวจไฟล์ก่อนยื่นจริง

    ตรวจว่าเลขที่เอกสาร วันที่ และชื่อในคำแปลตรงกับต้นฉบับ และไฟล์ PDF เปิดได้ครบทุกหน้าโดยไม่ถูกตัดขอบ

จุดที่มักทำให้เอกสารถูกตีกลับ

  • แปลไม่ครบข้อความด้านหลังหรือหมายเหตุที่เขียนด้วยลายมือ
  • สะกดชื่อบิดามารดาไม่ตรงกับหนังสือเดินทางในชุดเอกสารเดียวกัน
  • ใช้ไฟล์ถ่ายจากมือถือที่ขอบเอียงจนตราประทับอ่านไม่ออก
  • คัดเอกสารไว้นานเกินเกณฑ์อายุที่หน่วยงานปลายทางกำหนด
  • ข้ามขั้นรับรองที่ปลายทางกำหนดไว้ ทำให้ต้องเริ่มกระบวนการใหม่

คำถามที่พบบ่อย

ใช้สำเนาสูติบัตรแทนต้นฉบับได้ไหม

แปลจากสำเนาที่ชัดเจนได้ แต่ขั้นรับรองของหน่วยงานราชการมักขอต้นฉบับหรือสำเนาที่หน่วยงานผู้ออกรับรองสำเนาถูกต้อง จึงควรเตรียมต้นฉบับไว้

สูติบัตรแบบเก่าที่เขียนด้วยลายมือแปลได้หรือไม่

แปลได้ แต่ต้องอ่านข้อความให้ครบ หากบางจุดเลือนจนอ่านไม่ได้ ควรคัดฉบับใหม่จากสำนักทะเบียนเพื่อลดความเสี่ยงถูกตีกลับ

ต้องแปลตราประทับด้วยไหม

ต้อง ตราประทับและข้อความรับรองท้ายเอกสารถือเป็นส่วนหนึ่งของเอกสาร การละไว้ทำให้คำแปลไม่ครบถ้วน

ยื่นออสเตรเลียต้องใช้คำแปลแบบไหน

โดยทั่วไปใช้คำแปลโดยนักแปลที่ได้รับการรับรองจาก NAATI พร้อมตรา ชื่อผู้แปล หมายเลข และวันที่ ควรอ่านประกาศของหน่วยงานที่จะยื่นประกอบเสมอ

ชื่อในสูติบัตรกับหนังสือเดินทางต่างกันต้องทำอย่างไร

หากเกิดจากการเปลี่ยนชื่อ ให้แนบหนังสือสำคัญการเปลี่ยนชื่อและแปลไปพร้อมกัน เพื่อให้เจ้าหน้าที่เชื่อมโยงตัวบุคคลได้

แปลชุดเดียวใช้ได้กับหลายหน่วยงานหรือไม่

ใช้ได้หากทุกหน่วยงานยอมรับระบบคำแปลเดียวกัน แต่บางประเทศกำหนดผู้แปลเฉพาะระบบของตน จึงควรแจ้งปลายทางทั้งหมดตั้งแต่ต้น

ให้ทีมงานตรวจชุดเอกสารก่อนเริ่มงาน

ส่งภาพเอกสารต้นฉบับและแจ้งประเทศหรือหน่วยงานปลายทาง ทีมงานจะช่วยตรวจว่าต้องผ่านขั้นรับรองใดบ้าง เพื่อลดโอกาสถูกตีกลับ

ปรึกษาทาง LINE @NAATI

เอกสารที่เกี่ยวข้อง

บริการที่เกี่ยวเนื่อง

ข้อมูลตรวจทานเมื่อ สิงหาคม 2569 · เนื้อหานี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการเตรียมเอกสาร ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายเฉพาะราย โปรดตรวจสอบเงื่อนไขล่าสุดกับ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ และ กรมการปกครอง