นักแปลกระทรวงยุติธรรม: ความหมายที่ถูกต้อง และเลือกผู้แปลให้ตรงกับปลายทาง

สรุปสั้น

คำว่า “นักแปลกระทรวงยุติธรรม” ที่คนไทยใช้กันทั่วไป ไม่ได้หมายถึงใบอนุญาตนักแปลใบเดียวที่ออกโดยกระทรวงยุติธรรม แต่มักหมายถึงผู้แปล/ล่ามที่ทำงานในกระบวนการยุติธรรม เช่น ล่ามและผู้แปลที่ขึ้นบัญชีไว้กับหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมหรือศาล ส่วนการยื่นเอกสารต่อกรมการกงสุลหรือหน่วยงานออสเตรเลียนั้นใช้เกณฑ์คนละชุด: กรมการกงสุลดูความถูกต้องของคำแปลเทียบต้นฉบับ ส่วนหน่วยงานออสเตรเลียในออสเตรเลียกำหนดให้ใช้ผู้แปลที่ได้รับการรับรองจาก NAATI

คำว่า “นักแปลขึ้นทะเบียน” ในไทยหมายถึงอะไรได้บ้าง

  • ผู้แปล/ล่ามในกระบวนการยุติธรรม

    หน่วยงานในกระบวนการยุติธรรม เช่น ศาล พนักงานสอบสวน และหน่วยงานภายใต้กระทรวงยุติธรรม จัดหาหรือขึ้นบัญชีล่ามและผู้แปลไว้ใช้ในคดี ตามสิทธิของผู้ที่ไม่เข้าใจภาษาไทยที่จะมีล่ามช่วยในกระบวนพิจารณา รายละเอียดการขึ้นบัญชีและอัตราค่าตอบแทนเป็นไปตามระเบียบของแต่ละหน่วยงาน

  • ผู้เชี่ยวชาญของศาลยุติธรรม

    สำนักงานศาลยุติธรรมมีระบบขึ้นทะเบียนผู้เชี่ยวชาญของศาลในหลายสาขา ซึ่งอาจรวมถึงด้านภาษาและการแปล เพื่อให้ศาลเรียกมาให้ความเห็นหรือแปลเอกสารประกอบคดี ไม่ใช่ระบบรับรองคำแปลสำหรับงานเอกสารทั่วไปของประชาชน

  • นักแปลของสมาคมวิชาชีพเอกชน

    มีสมาคมวิชาชีพนักแปลและล่ามในไทยที่ออกตราประทับและรายชื่อสมาชิกให้ผู้ผ่านเกณฑ์ของสมาคม สถานะนี้เป็นการรับรองโดยองค์กรเอกชน ไม่ใช่ใบอนุญาตของรัฐ และไม่ได้ทำให้คำแปลผ่านการรับรองของกรมการกงสุลโดยอัตโนมัติ

  • ผู้แปลที่ได้รับการรับรองจาก NAATI

    สำหรับเอกสารที่ยื่นต่อหน่วยงานออสเตรเลีย NAATI เป็นหน่วยงานรับรองมาตรฐานผู้แปล/ล่ามของออสเตรเลีย เอกสารที่แปลในออสเตรเลียโดยทั่วไปต้องมาจากผู้แปลที่ได้รับการรับรองจาก NAATI ส่วนเอกสารที่แปลนอกออสเตรเลียต้องแสดงชื่อเต็ม ที่อยู่ ข้อมูลติดต่อ และคุณวุฒิ/ประสบการณ์ของผู้แปล

ขั้นตอนโดยลำดับ

  1. 1. ระบุปลายทางของเอกสารก่อนเลือกผู้แปล

    ถามหน่วยงานปลายทางให้ชัดว่าจะยื่นที่ศาลไทย หน่วยงานราชการไทย สถานทูต หรือหน่วยงานออสเตรเลีย เพราะแต่ละปลายทางยอมรับผู้แปลคนละแบบ การเลือกผิดตั้งแต่ต้นทำให้ต้องแปลใหม่ทั้งชุด

  2. 2. เตรียมต้นฉบับหรือสำเนาที่หน่วยงานยอมรับ

    เอกสารทะเบียนราษฎรควรคัดฉบับล่าสุดจากสำนักทะเบียน เอกสารคดีความควรใช้สำเนาที่ศาลรับรอง สแกนสีทั้งหน้า เห็นตราครุฑ เลขที่เอกสาร ลายมือชื่อ และตราประทับครบทุกจุด

  3. 3. แปลให้ครบทุกองค์ประกอบของหน้า

    คำแปลต้องครอบคลุมข้อความ ตราประทับ ลายมือชื่อ หมายเหตุท้ายเอกสาร และเลขหน้า พร้อมสะกดชื่อบุคคลให้ตรงกับหนังสือเดินทางทุกฉบับ ห้ามสรุปย่อหรือตัดส่วนที่อ่านยากทิ้ง

  4. 4. แนบคำรับรองของผู้แปล

    คำรับรองควรระบุชื่อเต็มผู้แปล คุณวุฒิหรือหมายเลขรับรอง ข้อมูลติดต่อ คู่ภาษา วันที่ และข้อความยืนยันว่าคำแปลถูกต้องตรงกับต้นฉบับ สำหรับงานยื่นออสเตรเลียให้ระบุหมายเลขผู้ปฏิบัติงาน NAATI และวันหมดอายุการรับรอง

  5. 5. ยื่นรับรองชั้นถัดไปเมื่อจำเป็น

    หากปลายทางต้องการนิติกรณ์ ให้ยื่นคำแปลพร้อมต้นฉบับต่อกองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล และหากต้องรับรองสถานทูตต่อ ให้ทำตามลำดับชั้นที่สถานทูตนั้นกำหนด

เปรียบเทียบผู้แปลแต่ละประเภทกับปลายทางที่ยอมรับ

ประเภทผู้แปล/การรับรองใครกำหนดมาตรฐานใช้ได้กับปลายทางใดข้อจำกัดสำคัญ
ผู้แปล/ล่ามในกระบวนการยุติธรรมหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมและศาลคดีความและกระบวนพิจารณาในไทยไม่ใช่ระบบรับรองคำแปลสำหรับยื่นหน่วยงานต่างประเทศ
นักแปลสมาชิกสมาคมวิชาชีพสมาคมเอกชนงานเอกชน สัญญา และงานที่ผู้รับยอมรับตราของสมาคมไม่ใช่ใบอนุญาตของรัฐ ปลายทางบางแห่งไม่รับ
คำแปลที่ผ่านนิติกรณ์กรมการกงสุลกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศหน่วยงานไทยและสถานทูตต่างประเทศในไทยรับรองความถูกต้องของคำแปล ไม่ใช่การรับรองตัวผู้แปลเป็นรายบุคคล
ผู้แปลที่ได้รับการรับรองจาก NAATINAATI (ออสเตรเลีย)หน่วยงานออสเตรเลีย เช่น วีซ่า หน่วยงานประเมินคุณวุฒิ สถาบันการศึกษาใช้เกณฑ์ของออสเตรเลีย ไม่ทดแทนนิติกรณ์ของไทย

หากปลายทางคือหน่วยงานออสเตรเลีย อ่านเงื่อนไขคำแปลควบคู่กับ หน้าเปรียบเทียบระบบรับรอง NAATI กับการรับรองแบบอื่น

จุดที่มักถูกตีกลับ

  • เข้าใจว่ามี “ใบอนุญาตนักแปลกระทรวงยุติธรรม” ใบเดียวที่ใช้ได้กับทุกหน่วยงาน ทำให้เลือกผู้แปลไม่ตรงกับปลายทาง
  • ใช้คำแปลจากผู้แปลที่ปลายทางออสเตรเลียไม่รับ เพราะไม่มีข้อมูลผู้แปลครบตามที่หน่วยงานกำหนด
  • สะกดชื่อบุคคลในคำแปลไม่ตรงกับหนังสือเดินทางหรือเอกสารฉบับอื่นในชุดเดียวกัน
  • แปลไม่ครบตราประทับหรือหมายเหตุท้ายเอกสาร ทำให้ถูกตีกลับตอนยื่นนิติกรณ์
  • ยื่นคำแปลโดยไม่มีต้นฉบับหรือสำเนาที่หน่วยงานยอมรับแนบไปด้วย
  • ใช้เอกสารคัดสำเนาที่เก่าเกินกรอบเวลาที่ปลายทางกำหนด

คำถามที่พบบ่อย

กระทรวงยุติธรรมออกใบอนุญาตนักแปลให้บุคคลทั่วไปหรือไม่

ไม่มีใบอนุญาตนักแปลทั่วไปใบเดียวที่ออกให้ประชาชนใช้กับทุกหน่วยงาน สิ่งที่มีคือการจัดหาและขึ้นบัญชีล่าม/ผู้แปลเพื่อใช้ในกระบวนการยุติธรรม ซึ่งเป็นคนละเรื่องกับการรับรองคำแปลเพื่อยื่นหน่วยงานต่างประเทศ ควรตรวจสอบเงื่อนไขล่าสุดจากเว็บไซต์ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง

ถ้าจะยื่นเอกสารที่ออสเตรเลีย ต้องใช้นักแปลกระทรวงยุติธรรมไหม

ไม่ใช่ หน่วยงานออสเตรเลียอ้างอิงระบบ NAATI สำหรับคำแปลที่ทำในออสเตรเลีย และสำหรับคำแปลที่ทำนอกออสเตรเลียกำหนดให้ระบุชื่อเต็ม ที่อยู่ ข้อมูลติดต่อ และคุณวุฒิ/ประสบการณ์ของผู้แปลบนคำแปล

คำแปลของนักแปลสมาคมวิชาชีพใช้ยื่นกรมการกงสุลได้เลยหรือไม่

การเป็นสมาชิกสมาคมไม่ได้ทำให้คำแปลผ่านนิติกรณ์โดยอัตโนมัติ กรมการกงสุลพิจารณาความถูกต้องของคำแปลเทียบต้นฉบับตามหลักเกณฑ์ของกองสัญชาติและนิติกรณ์ จึงควรเตรียมคำแปลให้ครบถ้วนและยื่นตามขั้นตอนปกติ

เอกสารคดีความ เช่น คำพิพากษา ต้องแปลอย่างไร

ควรใช้สำเนาที่ศาลรับรองเป็นต้นฉบับในการแปล แปลให้ครบทั้งเลขคดี ชื่อศาล วันที่ ผลคำพิพากษา ตราประทับ และคำรับรองท้ายเอกสาร หากปลายทางเป็นออสเตรเลียให้แปลโดยผู้แปลที่ตรงตามเกณฑ์ของหน่วยงานนั้น

ค่าบริการและระยะเวลาเป็นเท่าไร

ขึ้นกับจำนวนหน้า คู่ภาษา ความหนาแน่นของข้อความ และชั้นการรับรองที่ต้องยื่นต่อ โดยทั่วไปงานแปลเอกสารมาตรฐานใช้เวลาไม่กี่วันทำการ ส่วนขั้นตอนนิติกรณ์และสถานทูตเป็นรอบเวลาของหน่วยงานนั้นและผันแปรตามช่วงเวลา แจ้งจำนวนหน้าและปลายทางมาทาง LINE เพื่อประเมินตามงานจริง

ต้องเดินทางมาที่สำนักงานไหม

ไม่จำเป็นสำหรับงานแปลและคำแปลแบบไฟล์ PDF ส่งไฟล์สแกนสีความละเอียดสูงมาได้ทุกประเทศ กรณีที่ปลายทางต้องการฉบับกระดาษพร้อมนิติกรณ์หรือรับรองสถานทูต จะมีขั้นตอนจัดส่งเอกสารเพิ่ม

แปลเองแล้วให้ผู้แปลอาชีพเซ็นรับรองได้ไหม

ผู้แปลที่ลงนามต้องรับผิดชอบความถูกต้องของคำแปลทั้งฉบับ ในทางปฏิบัติจึงต้องตรวจและแก้ทั้งฉบับอยู่ดี หลายกรณีใช้เวลามากกว่าการแปลใหม่ และคำแปลที่ผิดแม้จุดเดียวมักทำให้ถูกตีกลับทั้งชุด

อ่านต่อในเรื่องที่เกี่ยวข้อง

ข้อมูลตรวจทานเมื่อ สิงหาคม 2569 · เนื้อหานี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการเตรียมเอกสาร ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายเฉพาะราย โปรดตรวจสอบเงื่อนไขล่าสุดจาก กระทรวงยุติธรรม, สำนักงานศาลยุติธรรม, กรมการกงสุล และ NAATI