รับรองลายมือชื่อในสัญญาและข้อตกลงระหว่างประเทศ

คำตอบสั้น ๆ

การรับรองสัญญาโดยทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร คือการรับรองว่าคู่สัญญาลงนามต่อหน้าจริงและได้ตรวจตัวตนแล้ว ไม่ใช่การรับรองว่าเนื้อหาสัญญาถูกต้องหรือมีผลบังคับได้ หากต้องใช้ในต่างประเทศ โดยทั่วไปต้องผ่านชั้นแปล รับรองคำแปลที่กรมการกงสุล และ Apostille หรือสถานทูตตามระบบของปลายทาง

สัญญาข้ามประเทศมักกำหนดให้ลายมือชื่อของคู่สัญญาผ่านการรับรอง เพื่อลดข้อโต้แย้งเรื่องตัวตนผู้ลงนามในภายหลัง ธนาคาร ผู้ให้ทุน และคู่ค้าต่างประเทศจึงขอเอกสารที่มีตรารับรองประกอบทุกครั้งที่มีการลงนามข้ามเขตอำนาจ

กรณีที่มักต้องใช้เอกสารนี้

  • สัญญาซื้อขายและสัญญาจัดจำหน่ายระหว่างประเทศ
  • สัญญาร่วมทุนและข้อตกลงผู้ถือหุ้น
  • สัญญาจ้างงานสำหรับผู้ที่จะไปทำงานต่างประเทศ
  • ข้อตกลงรักษาความลับและข้อตกลงอนุญาตให้ใช้สิทธิ
  • เอกสารประกอบสินเชื่อหรือหลักประกันกับสถาบันการเงินต่างประเทศ

เอกสารและข้อมูลที่ต้องเตรียม

  • ร่างสัญญาฉบับสมบูรณ์ที่คู่สัญญาตกลงเนื้อหาแล้ว
  • เอกสารแสดงตนฉบับจริงของผู้ลงนามทุกฝ่ายที่จะลงนามต่อหน้า
  • หนังสือรับรองบริษัทและหลักฐานอำนาจลงนาม กรณีลงนามในนามนิติบุคคล
  • หนังสือมอบอำนาจ หากผู้ลงนามเป็นผู้รับมอบอำนาจ

ขั้นตอนดำเนินการ

  1. 1. ตรวจอำนาจลงนามก่อนนัดหมาย

    ตรวจว่าผู้ลงนามมีอำนาจตามหนังสือรับรองหรือหนังสือมอบอำนาจ และตรวจว่าต้องลงนามร่วมกันกี่คนตามเงื่อนไขที่จดทะเบียนไว้

  2. 2. ลงนามต่อหน้าทนายความ

    คู่สัญญาลงนามต่อหน้าพร้อมแสดงเอกสารแสดงตน ทนายความบันทึกรายการและลงนามรับรองพร้อมประทับตรา

  3. 3. แปลตามภาษาที่ปลายทางกำหนด

    หากคู่สัญญาหรือหน่วยงานปลายทางต้องการภาษาอื่น ให้แปลโดยผู้แปลที่ปลายทางยอมรับ และรักษาความสอดคล้องของคำศัพท์ทั้งฉบับ

  4. 4. ผ่านชั้นรับรองสำหรับใช้ต่างประเทศ

    รับรองคำแปลที่กรมการกงสุล แล้วขอ Apostille หากปลายทางเป็นภาคีอนุสัญญากรุงเฮก หรือรับรองที่สถานทูตปลายทางหากไม่เป็นภาคี

จุดที่มักทำให้เอกสารถูกตีกลับ

  • ลงนามมาก่อนแล้วจึงนำมาขอรับรองลายมือชื่อ
  • ผู้ลงนามไม่ครบตามเงื่อนไขอำนาจลงนามที่จดทะเบียนไว้
  • เนื้อหาฉบับภาษาไทยกับฉบับแปลไม่ตรงกันในสาระสำคัญ
  • ไม่ได้ระบุว่าฉบับภาษาใดเป็นฉบับที่ใช้บังคับเมื่อมีข้อขัดแย้ง
  • เอกสารประกอบ เช่น หนังสือรับรองบริษัท คัดไว้นานเกินกำหนดของปลายทาง

คำถามที่พบบ่อย

ทนายความรับรองว่าสัญญามีผลบังคับได้หรือไม่

ไม่ การรับรองลายมือชื่อยืนยันเฉพาะว่าผู้ลงนามลงนามต่อหน้าจริง ความสมบูรณ์และผลบังคับของสัญญาเป็นคนละเรื่อง ควรให้ทนายความตรวจเนื้อหาแยกต่างหาก

คู่สัญญาอยู่คนละประเทศทำอย่างไร

โดยทั่วไปแต่ละฝ่ายลงนามและรับรองในประเทศของตน แล้วรวมชุดเอกสารเข้าด้วยกัน ควรตกลงรูปแบบนี้ไว้ในสัญญาตั้งแต่ต้น

สัญญาสองภาษาควรทำอย่างไร

ควรจัดวางแบบคู่ขนานและระบุชัดเจนว่าภาษาใดเป็นฉบับที่ใช้บังคับ เพื่อลดข้อโต้แย้งเมื่อถ้อยคำสองฉบับตีความต่างกัน

ต้องรับรองทุกหน้าหรือเฉพาะหน้าลงนาม

แนวปฏิบัติทั่วไปคือลงลายมือชื่อกำกับทุกหน้าและรับรองที่หน้าลงนาม แต่บางปลายทางขอตราประทับทุกหน้า ควรตรวจเงื่อนไขก่อน

ใช้ลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์ได้ไหม

การรับรองลายมือชื่อโดยทนายความตั้งอยู่บนการลงนามต่อหน้า หากปลายทางรับลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์ ควรยืนยันรูปแบบที่ยอมรับกับปลายทางโดยตรง

ใช้เวลาเท่าไร

ขั้นรับรองโดยทั่วไป 1–2 วันทำการเมื่อผู้ลงนามพร้อม ส่วนขั้นแปลขึ้นกับความยาวและศัพท์เฉพาะของสัญญา

ให้ทีมงานตรวจเอกสารก่อนนัดลงนาม

ส่งร่างเอกสารและแจ้งประเทศ/หน่วยงานปลายทาง ทีมงานจะช่วยตรวจว่าต้องผ่านขั้นใดบ้าง เพื่อไม่ต้องกลับมาทำซ้ำภายหลัง

ปรึกษาทาง LINE @NAATI

เอกสารที่เกี่ยวข้อง

บริการที่เกี่ยวเนื่อง

ข้อมูลตรวจทานเมื่อ สิงหาคม 2569 · เนื้อหานี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการเตรียมเอกสาร ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายเฉพาะราย โปรดตรวจสอบเงื่อนไขล่าสุดกับ สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ และ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ