
แปลทรานสคริปต์และปริญญาบัตรเพื่อยื่นสถาบันในออสเตรเลีย
คำตอบสั้น ๆ
ทรานสคริปต์และปริญญาบัตรที่ใช้ในออสเตรเลียต้องแปลครบทุกหน้า คงชื่อวิชา หน่วยกิต และเกรดตามต้นฉบับโดยไม่แปลงเป็นระบบเกรดออสเตรเลีย ชื่อผู้สำเร็จการศึกษาต้องตรงหนังสือเดินทาง และคำอธิบายระบบเกรดด้านหลังเอกสารต้องถูกแปลด้วย ระยะเวลาผันแปรตามจำนวนหน้าและคู่ภาษา
เอกสารการศึกษาเป็นชุดที่ถูกตรวจละเอียดที่สุดชุดหนึ่ง เพราะสถาบันและหน่วยงานประเมินต้องเทียบหน่วยกิตและผลการเรียนจริง ปัญหาที่พบบ่อยคือแปลไม่ครบหน้า ข้ามคำอธิบายระบบเกรด หรือพยายามเทียบเกรดให้เอง บทความนี้อธิบายว่าคำแปลที่ใช้ได้ควรมีหน้าตาอย่างไร
เอกสารที่ต้องเตรียม
- ทรานสคริปต์ฉบับทางการจากสถาบัน ครบทุกหน้าทั้งด้านหน้าและด้านหลัง
- ปริญญาบัตรหรือหนังสือรับรองสำเร็จการศึกษา
- หน้าข้อมูลหนังสือเดินทาง เพื่อยึดการสะกดชื่อ
- หนังสือเปลี่ยนชื่อ-สกุล หากชื่อในเอกสารการศึกษาต่างจากปัจจุบัน
- ชื่อสถาบันหรือหน่วยงานปลายทางและเช็กลิสต์ที่ได้รับ
ขั้นตอนการดำเนินงาน
- 1รวบรวมเอกสารให้ครบหน้า — สแกนทรานสคริปต์ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง รวมหน้าคำอธิบายระบบเกรดและหมายเหตุ เพราะเป็นส่วนที่ผู้ประเมินใช้เทียบผลการเรียน
- 2ยืนยันการสะกดชื่อและชื่อหลักสูตร — แจ้งการสะกดชื่อตามหนังสือเดินทาง และชื่อหลักสูตรภาษาอังกฤษที่สถาบันใช้อย่างเป็นทางการ หากมี เพื่อให้ตรงกับเว็บไซต์สถาบัน
- 3แปลโดยคงโครงตาราง — คำแปลควรคงลำดับรายวิชา หน่วยกิต และเกรดตามต้นฉบับ ไม่จัดเรียงใหม่และไม่แปลงระบบคะแนน เพื่อให้ผู้ประเมินเทียบกับต้นฉบับได้ทีละบรรทัด
- 4ตรวจทานและออกใบรับรองคำแปล — ตรวจตัวเลขหน่วยกิตและเกรดซ้ำ แล้วแนบใบรับรองคำแปลที่ระบุนักแปล คู่ภาษา และวันที่ ก่อนส่งมอบไฟล์ที่หน่วยงานรับได้
ทำไมห้ามเทียบเกรดให้เอง
การเทียบเกรดเป็นอำนาจของผู้ประเมินหรือสถาบันปลายทาง คำแปลที่แปลงเกรดไทยเป็นระบบออสเตรเลียถือว่าเพิ่มข้อมูลที่ไม่มีในต้นฉบับ และอาจทำให้เอกสารถูกตั้งคำถาม สิ่งที่ถูกต้องคือคงตัวเลขเดิมและแปลคำอธิบายระบบเกรดที่สถาบันพิมพ์ไว้
จุดที่มักถูกตีกลับ
- แปลเฉพาะด้านหน้า ไม่แปลคำอธิบายระบบเกรดด้านหลัง
- ตกรายวิชาที่ถอนหรือโอนหน่วยกิต ทำให้ยอดหน่วยกิตไม่ตรง
- ชื่อสถาบันในคำแปลต่างจากชื่อทางการที่สถาบันใช้
- ชื่อผู้สำเร็จการศึกษาไม่ตรงหนังสือเดินทางโดยไม่มีเอกสารอธิบาย
- สแกนเอียงหรือมืดจนตัวเลขหน่วยกิตอ่านไม่ชัด
เมื่อสถาบันขอให้ส่งจากต้นทางโดยตรง
บางสถาบันในออสเตรเลียกำหนดให้ทรานสคริปต์ถูกส่งจากสถาบันต้นทางโดยตรง ซึ่งเป็นคนละเรื่องกับการแปล กรณีนี้ให้ดำเนินสองทางคู่กัน คือประสานสถาบันเดิมเรื่องการส่ง และเตรียมคำแปลรับรองไว้สำหรับส่วนที่ต้องยื่นเอง
ไม่อยากยุ่งยาก ให้เราดูแลทั้งชุด
เราไม่ได้รับแค่งานแปล แต่ช่วยวางลำดับว่าควรแปลอะไรก่อน ต้องรับรองเพิ่มหรือไม่ และควรขอเอกสารใดจากสถาบันเดิม เพื่อให้ชุดเอกสารสอดคล้องกับเช็กลิสต์ที่ได้รับ ส่งไฟล์มาทาง LINE @NAATI เพื่อให้ทีมงานตรวจเบื้องต้นก่อนเริ่มงาน
ข้อควรระวัง
- อย่าแปลงเกรดหรือคำนวณ GPA ใหม่ในคำแปล
- อย่าข้ามหน้าคำอธิบายระบบเกรดและหมายเหตุท้ายเอกสาร
- อย่าใช้สำเนาที่ตัดขอบจนตราประทับสถาบันหายไป
- ข้อกำหนดของแต่ละสถาบันและหน่วยงานประเมินแตกต่างกัน ให้ยึดเช็กลิสต์ที่ได้รับ
คำถามที่พบบ่อย
ต้องแปลทรานสคริปต์ทุกหน้าไหม
ใช่ รวมถึงด้านหลังที่พิมพ์คำอธิบายระบบเกรด เพราะผู้ประเมินใช้ส่วนนั้นตีความผลการเรียน การแปลไม่ครบทำให้เอกสารถูกขอเพิ่มภายหลัง
ปริญญาบัตรกับหนังสือรับรองสำเร็จการศึกษาใช้แทนกันได้ไหม
ขึ้นกับหน่วยงานปลายทาง บางแห่งรับหนังสือรับรองระหว่างรอปริญญาบัตร บางแห่งขอปริญญาบัตรเท่านั้น ให้ยึดเช็กลิสต์ที่ได้รับและเตรียมทั้งสองฉบับหากไม่แน่ใจ
ชื่อในเอกสารการศึกษาเป็นชื่อเดิมก่อนเปลี่ยนชื่อ ทำอย่างไร
ให้แปลตามต้นฉบับ แล้วแนบคำแปลหนังสือเปลี่ยนชื่อ-สกุลไว้ในชุดเดียวกัน เพื่อให้เจ้าหน้าที่เชื่อมโยงตัวตนได้โดยไม่ต้องสอบถามเพิ่ม
ต้องรับรองเพิ่มจากกระทรวงหรือสถานทูตไหม
ขึ้นกับวัตถุประสงค์ การสมัครเรียนส่วนใหญ่ใช้คำแปลรับรอง แต่บางกรณีที่ใช้กับหน่วยงานราชการอาจต้องรับรองเพิ่ม ส่งเช็กลิสต์มาให้เจ้าหน้าที่ดูเพื่อยืนยันเส้นทาง
ใช้เวลาดำเนินการนานเท่าใด
ผันแปรตามจำนวนหน้าและจำนวนรายวิชา ทรานสคริปต์หลายปีการศึกษาใช้เวลามากกว่าเอกสารหน้าเดียว ส่งไฟล์มาทาง LINE เพื่อยืนยันกำหนดส่งมอบก่อนเริ่ม
ให้ทีมงานจัดการให้ทั้งชุด
ถ้าไม่อยากไล่ขั้นตอนเอง ส่งไฟล์สแกนพร้อมชื่อหน่วยงานปลายทางมาทาง LINE ทีมงานจะตรวจเอกสาร วางลำดับงาน และแจ้งสิ่งที่ต้องเตรียมเพิ่มให้ก่อนเริ่มงานทุกครั้ง
ปรึกษาทาง LINE @NAATIบริการที่เกี่ยวข้อง
บทความที่เกี่ยวข้อง
ตรวจทานเนื้อหาเมื่อ สิงหาคม 2026 · บทความนี้อธิบายกระบวนการทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำด้านกฎหมายหรือการย้ายถิ่นฐาน โปรดตรวจสอบเงื่อนไขล่าสุดกับหน่วยงานปลายทาง






