
แปลเอกสารรับบุตรบุญธรรม ให้ความสัมพันธ์ทางกฎหมายชัดเจน
คำตอบสั้น ๆ
การยื่นเรื่องที่อ้างความสัมพันธ์บุตรบุญธรรมต้องใช้ทะเบียนรับบุตรบุญธรรม (คร.14) พร้อมคำสั่งศาลหรือหนังสืออนุมัติที่เกี่ยวข้อง ฉบับแปลรับรอง คำแปลต้องระบุชื่อคู่ความ วันที่มีผล และเลขคดีให้ครบ เพื่อให้ผู้พิจารณาตรวจสอบย้อนกลับไปยังต้นฉบับได้
เอกสารบุตรบุญธรรมเป็นชุดที่ผู้พิจารณาตรวจละเอียดกว่าปกติ เพราะเกี่ยวกับสิทธิของผู้เยาว์ ชุดเอกสารจึงต้องเล่าลำดับเหตุการณ์ทางกฎหมายได้ครบ ตั้งแต่คำสั่งอนุมัติจนถึงการจดทะเบียน บทความนี้สรุปสิ่งที่ควรเตรียมและจุดที่มักตกหล่น
เอกสารที่ต้องเตรียม
- ทะเบียนรับบุตรบุญธรรม (คร.14) ฉบับล่าสุดจากสำนักทะเบียน
- คำสั่งศาลหรือหนังสืออนุมัติจากหน่วยงานที่รับผิดชอบ ครบทุกหน้า
- สูติบัตรของผู้เยาว์
- บัตรประชาชนหรือหนังสือเดินทางของผู้รับบุตรบุญธรรมและบิดามารดาโดยกำเนิด
- ทะเบียนบ้านที่แสดงการย้ายเข้าหรือความสัมพันธ์ในครัวเรือน หากปลายทางระบุ
ขั้นตอนการดำเนินงาน
- 1รวบรวมลำดับเอกสารทางกฎหมาย — เรียงเอกสารตามลำดับเวลา ตั้งแต่คำสั่งอนุมัติจนถึงวันจดทะเบียน เพื่อให้ผู้พิจารณาเห็นเส้นทางที่ต่อเนื่องโดยไม่ขาดช่วง
- 2ตรวจการสะกดชื่อทุกฝ่าย — ยึดการสะกดจากหนังสือเดินทางของแต่ละคน และแจ้งชื่อทุกฝ่ายให้ทีมงานตั้งแต่ต้น เพื่อให้คำแปลทุกฉบับสะกดตรงกัน
- 3แปลครบทุกหน้ารวมท้ายคำสั่ง — คำสั่งศาลมักมีหน้าท้ายที่ระบุวันที่ถึงที่สุดและตราประทับรับรองสำเนา หน้าเหล่านี้ต้องอยู่ในคำแปลด้วย
- 4ยืนยันขั้นรับรองนิติกรณ์ก่อนยื่น — ตรวจกับหน่วยงานปลายทางว่าต้องผ่านการรับรองเพิ่มหรือไม่ และควรรับรองต้นฉบับหรือคำแปล เพื่อจัดลำดับงานให้ถูกตั้งแต่แรก
จุดที่ผู้พิจารณาตรวจเป็นพิเศษ
- วันที่คำสั่งมีผลกับวันที่จดทะเบียนสอดคล้องกันหรือไม่
- ชื่อผู้เยาว์ในสูติบัตรตรงกับในทะเบียนรับบุตรบุญธรรมหรือไม่
- มีหน้าใดของคำสั่งขาดหายไปจากชุดที่ยื่นหรือไม่
- ตราประทับรับรองสำเนาถูกถอดความไว้ในคำแปลครบหรือไม่
สำเนารับรองต้องมาจากหน่วยงานต้นทาง
คำสั่งศาลและทะเบียนต้องเป็นสำเนาที่หน่วยงานต้นทางรับรอง ไม่ใช่สำเนาที่คู่ความถ่ายเอง ผู้แปลไม่มีอำนาจรับรองความถูกต้องของต้นฉบับ ทำได้เพียงรับรองว่าคำแปลตรงกับเอกสารที่ได้รับ
ให้เราวางลำดับงานทั้งชุดให้
งานบุตรบุญธรรมมักมีหลายขั้นและหลายหน่วยงาน ทีมงานจะช่วยประเมินว่าควรคัดเอกสารใหม่ส่วนใด แปลลำดับใดก่อน และควรรับรองที่ขั้นตอนไหน เพื่อลดการยื่นซ้ำ ส่งไฟล์ทั้งชุดมาทาง LINE @NAATI เพื่อให้ตรวจก่อนเริ่ม
ข้อควรระวัง
- อย่าส่งคำสั่งศาลแบบขาดหน้า โดยเฉพาะหน้าท้ายที่มีตราประทับ
- อย่าใช้สำเนาที่ถ่ายเอง ต้องเป็นสำเนาที่หน่วยงานรับรอง
- อย่าปิดบังข้อมูลบางส่วนในเอกสารก่อนสแกน
- อย่าสรุปสถานะทางกฎหมายลงในคำแปลเกินกว่าที่ต้นฉบับระบุ
คำถามที่พบบ่อย
ต้องแปลคำสั่งศาลทั้งฉบับหรือแปลเฉพาะส่วนสรุป
โดยทั่วไปต้องแปลทั้งฉบับตามที่ยื่น เพราะการแปลเฉพาะบางส่วนทำให้เอกสารไม่ครบและเสี่ยงถูกขอเพิ่ม เว้นแต่ปลายทางระบุขอบเขตไว้ชัดเจน
ทะเบียนรับบุตรบุญธรรมกับสูติบัตรต้องยื่นคู่กันไหม
หลายหน่วยงานขอทั้งคู่ เพราะสูติบัตรระบุบิดามารดาโดยกำเนิด ส่วนทะเบียนแสดงความสัมพันธ์ตามกฎหมายที่เกิดขึ้นภายหลัง
เอกสารต้องคัดใหม่หรือใช้ฉบับเดิมได้
ขึ้นกับอายุเอกสารที่ปลายทางกำหนด หากกำหนดช่วงเวลานับจากวันออก ควรคัดใหม่ก่อนเริ่มแปลเพื่อไม่ให้คำแปลหมดอายุไปพร้อมต้นฉบับ
ใช้เวลานานเท่าไร
ผันแปรตามจำนวนหน้าและจำนวนคำสั่งที่ต้องแปล ชุดเอกสารที่มีคำสั่งศาลหลายฉบับใช้เวลามากกว่าชุดที่มีเฉพาะทะเบียน
ผู้แปลรับรองความถูกต้องของคำสั่งศาลได้หรือไม่
ไม่ได้ ผู้แปลรับรองได้เฉพาะว่าคำแปลตรงกับเอกสารที่ได้รับ ส่วนความถูกต้องของต้นฉบับเป็นอำนาจของหน่วยงานที่ออกเอกสาร
ให้ทีมงานจัดการให้ทั้งชุด
ถ้าไม่อยากไล่ขั้นตอนเอง ส่งไฟล์สแกนพร้อมชื่อหน่วยงานปลายทางมาทาง LINE ทีมงานจะตรวจเอกสาร วางลำดับงาน และแจ้งสิ่งที่ต้องเตรียมเพิ่มให้ก่อนเริ่มงานทุกครั้ง
ปรึกษาทาง LINE @NAATIบริการที่เกี่ยวข้อง
บทความที่เกี่ยวข้อง
ตรวจทานเนื้อหาเมื่อ สิงหาคม 2026 · บทความนี้อธิบายกระบวนการทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำด้านกฎหมายหรือการย้ายถิ่นฐาน โปรดตรวจสอบเงื่อนไขล่าสุดกับหน่วยงานปลายทาง






