ทีมงานทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร Thai Notary Law and Service Co., Ltd.
ทีมงานทนายความและเจ้าหน้าที่ประสานงานเอกสาร

ทีมงานและใบอนุญาตจริง

ทีมทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร (Notary Public) ที่ขึ้นทะเบียนจริง

งานรับรองเอกสารของเราดำเนินการโดยทนายความที่ขึ้นทะเบียนเป็นทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสารกับสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ ตามข้อบังคับสภาทนายความว่าด้วยการขึ้นทะเบียนทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร พ.ศ. 2551 ภาพใบอนุญาตด้านล่างปิดบังเลขที่ใบอนุญาตและข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อความปลอดภัยของข้อมูล ตรวจสอบตัวจริงได้เมื่อเข้ารับบริการ

ใบอนุญาต/หนังสือรับรองการขึ้นทะเบียน

  • หนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร ทนายอนุตรีย์

    ทนายอนุตรีย์

  • หนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร ทนายจิรพันธ์

    ทนายจิรพันธ์

  • หนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร ทนายจิรศักดิ์

    ทนายจิรศักดิ์

  • หนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร ทนายปฏิภาณ

    ทนายปฏิภาณ

  • หนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร ทนายวราวุธ

    ทนายวราวุธ

  • หนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร ทนายวิวัฒน์

    ทนายวิวัฒน์

ออกโดยสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ · ปิดบังข้อมูลส่วนบุคคลบางส่วน

ชุดเอกสารนิติบุคคลที่จัดเตรียมสำหรับใช้ในต่างประเทศ
ชุดเอกสารนิติบุคคลที่จัดเตรียมสำหรับใช้ในต่างประเทศ

เอกสารบริษัทและนิติบุคคล: แปล รับรอง และจัดลำดับการรับรองสำหรับใช้ต่างประเทศ

สรุปสั้น

เอกสารนิติบุคคลไทยที่นำไปใช้ต่างประเทศ เช่น หนังสือรับรองการจดทะเบียน บอจ.5 หนังสือบริคณห์สนธิ และงบการเงิน โดยทั่วไปต้องเป็นฉบับคัดรับรองจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้าที่ออกใหม่ แล้วแปลเป็นภาษาปลายทาง จากนั้นนำคำแปลไปรับรองที่กรมการกงสุล และหากประเทศปลายทางกำหนด ต้องผ่านสถานทูตของประเทศนั้นต่ออีกขั้น หากเอกสารใช้ในออสเตรเลียมักต้องการคำแปลจากผู้แปลที่ NAATI รับรอง ระยะเวลาจัดชุดโดยทั่วไป 2–5 วันทำการ ไม่รวมคิวหน่วยงาน

ข้อมูลสำคัญโดยย่อ

เอกสารที่ใช้บ่อยหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล · บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (บอจ.5) · หนังสือบริคณห์สนธิและข้อบังคับ · งบการเงินและ ภ.พ.20 · หนังสือมอบอำนาจของบริษัท · หนังสือรับรองการทำงานของพนักงาน
อายุของเอกสารหน่วยงานปลายทางส่วนใหญ่รับหนังสือรับรองบริษัทที่คัดใหม่ไม่เกิน 3–6 เดือน จึงควรคัดฉบับใหม่ก่อนเริ่มแปลเสมอ
ลำดับการรับรองขาออกคัดฉบับรับรองจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า → แปล → รับรองคำแปลที่กรมการกงสุล → สถานทูตประเทศปลายทาง (เฉพาะกรณีที่ปลายทางกำหนด)
กรณีใช้ในออสเตรเลียหน่วยงานและสถาบันการเงินออสเตรเลียมักขอคำแปลภาษาอังกฤษจากผู้แปลที่ NAATI รับรอง โดยไม่จำเป็นต้องผ่านสถานทูตในหลายกรณี ควรยืนยันกับผู้รับเอกสารก่อน
การลงนามของกรรมการหนังสือมอบอำนาจของบริษัทต้องลงนามโดยกรรมการผู้มีอำนาจตามที่ระบุในหนังสือรับรอง พร้อมประทับตราบริษัทหากข้อบังคับกำหนดไว้
ระยะเวลาโดยประมาณแปลและจัดชุด 2–5 วันทำการตามจำนวนหน้า · รับรองคำแปลและสถานทูตขึ้นกับรอบบริการของแต่ละหน่วยงาน

เอกสารที่มักต้องใช้

  • หนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคลฉบับคัดใหม่

    คัดจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ควรระบุวัตถุประสงค์และรายชื่อกรรมการผู้มีอำนาจให้ครบตามที่ปลายทางขอ

  • บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (บอจ.5)

    ใช้แสดงโครงสร้างการถือหุ้น หลายประเทศขอฉบับล่าสุดที่ยื่นต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า

  • หนังสือบริคณห์สนธิและข้อบังคับบริษัท

    ใช้เมื่อปลายทางต้องการตรวจอำนาจการลงนามและขอบเขตกิจการ แปลครบทุกข้อรวมภาคผนวก

  • งบการเงินและใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม

    ใช้ในการยื่นประมูล เปิดบัญชี หรือขอวีซ่าธุรกิจ ควรใช้ฉบับที่ผ่านการรับรองโดยผู้สอบบัญชีตามที่ปลายทางกำหนด

  • หนังสือมอบอำนาจของบริษัท

    ระบุชื่อผู้รับมอบอำนาจ ขอบเขต และระยะเวลา ลงนามโดยกรรมการผู้มีอำนาจพร้อมตราบริษัทหากข้อบังคับกำหนด

  • สำเนาบัตรประชาชนหรือหนังสือเดินทางของกรรมการ

    ใช้ยืนยันตัวตนผู้ลงนาม และให้การสะกดชื่อในคำแปลตรงกับเอกสารแสดงตน

ขั้นตอนโดยลำดับ

  1. 1) ยืนยันรายการเอกสารกับผู้รับปลายทาง

    ถามให้ชัดว่าต้องการเอกสารใด ต้องการฉบับคัดใหม่ภายในกี่เดือน ต้องการคำแปลภาษาใด และต้องผ่านสถานทูตหรือไม่ แล้วสรุปเป็นรายการก่อนเดินเรื่อง

  2. 2) คัดเอกสารฉบับรับรองจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า

    คัดหนังสือรับรองและ บอจ.5 ฉบับใหม่ ตรวจว่าชื่อบริษัทภาษาอังกฤษในเอกสารตรงกับที่ใช้ในสัญญาและเว็บไซต์ของบริษัท

  3. 3) จัดทำคำแปลโดยผู้แปลที่ปลายทางยอมรับ

    แปลครบทั้งฉบับรวมตราประทับ ใช้ชื่อบริษัทภาษาอังกฤษตามที่จดทะเบียนไว้ ไม่แปลชื่อบริษัทใหม่เอง และรักษาความสอดคล้องของศัพท์ทุกฉบับในชุดเดียวกัน

  4. 4) รับรองคำแปลและผ่านสถานทูตตามที่กำหนด

    ยื่นรับรองคำแปลที่กรมการกงสุล จากนั้นหากประเทศปลายทางกำหนด ให้ยื่นต่อสถานทูตของประเทศนั้นในไทยตามลำดับ ห้ามข้ามขั้นเพราะสถานทูตมักไม่รับเอกสารที่ยังไม่มีตรากงสุล

  5. 5) ส่งมอบและเก็บชุดสำรอง

    ส่งมอบฉบับจริงพร้อมไฟล์สแกนคุณภาพสูงทุกหน้า และเก็บชุดสำรองไว้สำหรับการยื่นครั้งถัดไป เพื่อลดเวลาคัดเอกสารรอบใหม่

จุดที่มักถูกตีกลับ

  • ใช้หนังสือรับรองบริษัทที่คัดไว้นานเกินกำหนดของหน่วยงานปลายทาง
  • แปลชื่อบริษัทเป็นภาษาอังกฤษไม่ตรงกับชื่อที่จดทะเบียนไว้กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
  • ลงนามโดยกรรมการที่ไม่มีอำนาจตามเงื่อนไขในหนังสือรับรอง
  • ข้ามขั้นตอนรับรองคำแปลแล้วไปสถานทูตโดยตรง
  • แปลไม่ครบหน้า โดยเฉพาะหน้าเงื่อนไขการลงนามและตราประทับท้ายเอกสาร
  • ใช้ศัพท์ไม่สอดคล้องกันระหว่างเอกสารในชุดเดียวกัน ทำให้ผู้รับสงสัยว่าเป็นคนละนิติบุคคล

ไม่อยากจัดการเองทั้งหมด

งานเอกสารนิติบุคคลมีต้นทุนความผิดพลาดสูง เพราะการตีกลับหนึ่งครั้งมักหมายถึงการคัดเอกสารใหม่ทั้งชุดและเสียรอบการรับรอง ทีมงานของเราให้คำปรึกษาเรื่องเอกสารข้ามประเทศมากว่า 15 ปี ช่วยวางลำดับตั้งแต่คัดเอกสาร แปล รับรองคำแปล จนถึงสถานทูต และดูแลความสอดคล้องของศัพท์และชื่อบริษัททุกฉบับในชุดเดียวกัน

คำถามที่พบบ่อย

หนังสือรับรองบริษัทต้องคัดใหม่ทุกครั้งหรือไม่

ในทางปฏิบัติควรคัดใหม่ทุกครั้งที่ยื่นเรื่องสำคัญ เพราะหน่วยงานและคู่ค้าต่างประเทศส่วนใหญ่รับเฉพาะฉบับที่ออกใหม่ภายใน 3–6 เดือน และข้อมูลกรรมการหรือทุนจดทะเบียนอาจเปลี่ยนไปแล้ว การใช้ฉบับเก่ามักทำให้ต้องเริ่มขั้นตอนรับรองใหม่ทั้งชุด

เอกสารบริษัทไทยใช้ในออสเตรเลียต้องผ่านสถานทูตหรือไม่

ในหลายกรณีหน่วยงานและสถาบันการเงินในออสเตรเลียต้องการเพียงคำแปลภาษาอังกฤษที่จัดทำโดยผู้แปลซึ่งได้รับการรับรองจาก NAATI ไม่ได้ขอตราสถานทูต แต่หากเป็นการยื่นต่อศาลหรือหน่วยงานที่กำหนดชั้นการรับรองเพิ่ม อาจต้องผ่านกรมการกงสุลและสถานทูตด้วย จึงควรยืนยันกับผู้รับเอกสารก่อนเสมอ

แปลชื่อบริษัทเป็นภาษาอังกฤษเองได้ไหม

ไม่ควร ให้ใช้ชื่อภาษาอังกฤษที่จดทะเบียนไว้กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเท่านั้น หากบริษัทยังไม่ได้จดชื่อภาษาอังกฤษ ควรพิจารณาจดเพิ่มก่อนเริ่มงานเอกสารระหว่างประเทศ เพราะชื่อที่ไม่ตรงกันระหว่างเอกสารแต่ละฉบับเป็นเหตุถูกตีกลับที่พบบ่อย

ไทยเข้าเป็นภาคีอนุสัญญา Apostille แล้วจะใช้ Apostille แทนได้เลยหรือไม่

ต้องตรวจสถานะและวันที่มีผลบังคับใช้กับกรมการกงสุลก่อนทุกครั้ง และต้องตรวจด้วยว่าประเทศปลายทางยอมรับรูปแบบนั้นสำหรับเอกสารประเภทของคุณหรือไม่ ในช่วงเปลี่ยนผ่าน หน่วยงานปลายทางบางแห่งยังขอการรับรองจากสถานทูตตามแนวปฏิบัติเดิม

งบการเงินต้องให้ผู้สอบบัญชีรับรองก่อนแปลไหม

หากปลายทางใช้งบการเงินเพื่อประเมินฐานะทางการเงิน มักขอฉบับที่ผ่านการตรวจสอบและลงนามโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาต ควรจัดให้เรียบร้อยก่อนแปล เพราะการแปลฉบับร่างแล้วเปลี่ยนตัวเลขภายหลังทำให้ต้องแปลและรับรองใหม่ทั้งชุด

หนังสือมอบอำนาจของบริษัทใช้แบบฟอร์มทั่วไปได้หรือไม่

ได้ในหลายกรณี แต่ต้องระบุขอบเขต ระยะเวลา และชื่อผู้รับมอบอำนาจให้ชัด และลงนามโดยกรรมการผู้มีอำนาจตามเงื่อนไขในหนังสือรับรอง หากปลายทางเป็นหน่วยงานราชการหรือธนาคาร ควรขอแบบฟอร์มของหน่วยงานนั้นมาใช้แทนเพื่อลดความเสี่ยง

ต้องแปลตราประทับบริษัทด้วยหรือไม่

ต้องแปลหรืออธิบายข้อความในตราประทับทุกดวงที่ปรากฏบนเอกสาร รวมถึงตราของหน่วยงานผู้ออกเอกสาร คำแปลที่ข้ามตราประทับถือว่าไม่ครบฉบับ และเป็นเหตุที่หน่วยงานผู้รับรองคำแปลปฏิเสธได้

ใช้เอกสารชุดเดิมยื่นหลายประเทศพร้อมกันได้ไหม

ทำได้ถ้าเตรียมหลายชุดตั้งแต่ต้น เพราะเอกสารที่ผ่านการรับรองสำหรับประเทศหนึ่งมักถูกเก็บไว้ที่ผู้รับ ควรคัดเอกสารต้นทางเป็นจำนวนชุดเท่าที่ต้องใช้ แล้วเดินขั้นตอนรับรองคู่ขนาน จะประหยัดเวลามากกว่าการทำทีละประเทศ

ข้อมูลตรวจทานเมื่อ 13 สิงหาคม 2569 โปรดยืนยันข้อกำหนดล่าสุดกับหน่วยงานผู้รับก่อนยื่นทุกครั้ง

อ่านต่อในเรื่องที่เกี่ยวข้อง

แหล่งอ้างอิงทางการ

Read this page in English