เอกสารสำหรับ Centrelink และ Medicare (Services Australia): แปลรับรองและจัดชุดให้ผ่านรอบเดียว
สรุปสั้น
Services Australia ดูแลทั้ง Centrelink และ Medicare และรับเอกสารเป็นภาษาอังกฤษ เอกสารไทย เช่น สูติบัตร ทะเบียนสมรส ทะเบียนบ้าน หรือใบรับรองแพทย์ ต้องแนบคำแปลภาษาอังกฤษ หากแปลในออสเตรเลียโดยทั่วไปต้องเป็นผู้แปลที่ได้รับการรับรองจาก NAATI หากแปลนอกออสเตรเลีย คำแปลต้องระบุชื่อเต็ม ที่อยู่ ข้อมูลติดต่อและคุณวุฒิของผู้แปล ระยะเวลาจัดชุดคำแปลโดยทั่วไป 1–3 วันทำการ ส่วนการพิจารณาคำร้องเป็นดุลพินิจของหน่วยงาน
ข้อมูลสำคัญโดยย่อ
| Services Australia คือใคร | หน่วยงานรัฐบาลออสเตรเลียที่ให้บริการ Centrelink (สวัสดิการและเงินช่วยเหลือ), Medicare (สิทธิรักษาพยาบาล) และ Child Support |
|---|---|
| เอกสารไทยที่ใช้บ่อย | สูติบัตร ทะเบียนสมรส/หย่า ทะเบียนบ้าน บัตรประชาชน หนังสือรับรองการเปลี่ยนชื่อ-สกุล ใบรับรองแพทย์ และเอกสารรายได้ |
| ข้อกำหนดคำแปล | ต้องเป็นภาษาอังกฤษ แปลครบทั้งฉบับรวมตราประทับ · แปลในออสเตรเลียโดยทั่วไปต้องใช้ผู้แปลที่ NAATI รับรอง · แปลนอกออสเตรเลียต้องระบุตัวตนและคุณวุฒิของผู้แปลบนคำแปล |
| สำเนาเอกสาร | หลายกรณีต้องแสดงต้นฉบับที่ศูนย์บริการ หรือส่งสำเนาที่รับรองโดยผู้มีอำนาจตามรายชื่อที่หน่วยงานยอมรับ อย่าส่งสำเนาที่ไม่มีการรับรองเมื่อระบบขอสำเนารับรอง |
| ระยะเวลาโดยประมาณ | งานแปลและจัดชุด 1–3 วันทำการต่อชุดเอกสารมาตรฐาน · ระยะเวลาพิจารณาคำร้องขึ้นกับ Services Australia |
| ข้อจำกัดของบริการเรา | เรารับดูแลงานแปล รับรอง และจัดชุดเอกสาร ไม่ใช่ตัวแทนของ Services Australia และไม่รับประกันผลการพิจารณาสิทธิใด ๆ |
เอกสารที่มักต้องใช้
หนังสือเดินทางและวีซ่า
ใช้ยืนยันตัวตนและสถานะการพำนัก การสะกดชื่อในคำแปลทุกฉบับต้องตรงกับหน้าหนังสือเดินทาง
สูติบัตร (สำหรับสิทธิที่เกี่ยวกับบุตร)
ใช้แสดงความสัมพันธ์บิดามารดา-บุตร หากเป็นฉบับเก่าลายมือควรขอฉบับคัดสำเนาใหม่จากสำนักทะเบียนก่อนแปล
ทะเบียนสมรสหรือใบสำคัญการหย่า
ใช้แสดงสถานภาพ หน่วยงานมักขอทั้งใบสำคัญ (คร.3/คร.7) และทะเบียน (คร.2/คร.6) ควรเตรียมทั้งคู่
หนังสือรับรองการเปลี่ยนชื่อหรือนามสกุล
จำเป็นเมื่อชื่อในเอกสารเก่าไม่ตรงกับหนังสือเดินทางปัจจุบัน เพื่อเชื่อมโยงตัวบุคคลให้เจ้าหน้าที่เห็นเส้นทางชื่อครบ
ทะเบียนบ้านหรือหลักฐานที่อยู่
ใช้ประกอบการพิจารณาถิ่นที่อยู่ในบางคำร้อง แปลครบทุกหน้าที่แนบรวมหน้าที่มีรายการแก้ไข
ใบรับรองแพทย์หรือเอกสารทางการแพทย์
สำหรับสิทธิที่เกี่ยวกับสุขภาพ ควรใช้ฉบับที่ออกโดยสถานพยาบาลพร้อมตราประทับ และแปลศัพท์ทางการแพทย์อย่างระมัดระวัง
ขั้นตอนโดยลำดับ
1) ตรวจรายการเอกสารจากหนังสือแจ้งของหน่วยงาน
อ่านจดหมายหรือข้อความในบัญชี myGov ให้ครบว่าขอเอกสารใด ต้องเป็นต้นฉบับหรือสำเนารับรอง และกำหนดส่งเมื่อใด แล้วทำรายการตรวจสอบก่อนเริ่มแปล
2) ขอเอกสารไทยฉบับล่าสุดจากสำนักทะเบียน
เอกสารทะเบียนราษฎรฉบับเก่าที่เขียนด้วยลายมือหรือเลือนราง ควรขอฉบับคัดรับรองใหม่จากสำนักงานเขตหรืออำเภอก่อน เพื่อให้คำแปลอ่านได้ครบถ้วน
3) จัดทำคำแปลภาษาอังกฤษที่ตรงข้อกำหนด
แปลครบทั้งฉบับรวมตราประทับและลายเซ็น สะกดชื่อบุคคลตามหนังสือเดินทาง และแนบคำรับรองผู้แปลที่ระบุตัวตนและคุณวุฒิตามที่หน่วยงานกำหนด
4) จัดการสำเนารับรองให้ถูกวิธี
หากต้องส่งสำเนา ให้ผู้มีอำนาจตามรายชื่อที่หน่วยงานยอมรับรับรองทุกหน้า พร้อมระบุชื่อ ตำแหน่ง และวันที่ อย่าใช้สำเนาที่ประทับเพียงคำว่าสำเนาถูกต้องโดยไม่มีผู้รับรอง
5) ยื่นและเก็บหลักฐานการยื่น
อัปโหลดผ่านบัญชี myGov หรือยื่นที่ศูนย์บริการตามที่หน่วยงานระบุ เก็บภาพหน้าจอยืนยันการอัปโหลดและสำเนาชุดที่ยื่นไว้ทั้งหมดเผื่อถูกขอเอกสารเพิ่ม
จุดที่มักถูกตีกลับ
- ส่งเอกสารภาษาไทยโดยไม่มีคำแปลภาษาอังกฤษแนบ
- คำแปลไม่ระบุชื่อ ที่อยู่ ข้อมูลติดต่อ และคุณวุฒิของผู้แปลตามที่หน่วยงานกำหนด
- ชื่อในสูติบัตรหรือทะเบียนสมรสไม่ตรงกับหนังสือเดินทางและไม่มีหนังสือรับรองการเปลี่ยนชื่อแนบ
- อัปโหลดไฟล์ถ่ายจากมือถือที่มืดหรือเบลอจนอ่านตราประทับไม่ออก
- แปลเฉพาะหน้าแรกของทะเบียนบ้าน ทั้งที่หน่วยงานขอทุกหน้าที่มีรายการ
- ส่งสำเนาแทนต้นฉบับในกรณีที่หนังสือแจ้งระบุให้แสดงต้นฉบับที่ศูนย์บริการ
ไม่อยากจัดการเองทั้งหมด
คำร้อง Centrelink และ Medicare ที่ล่าช้าส่วนใหญ่ไม่ได้ถูกปฏิเสธ แต่ถูกขอเอกสารเพิ่มเพราะคำแปลไม่ครบหรือชื่อไม่เชื่อมกัน ทีมงานของเราดูแลเอกสารสำหรับหน่วยงานออสเตรเลียมากว่า 15 ปี เราช่วยตรวจรายการที่หน่วยงานขอ วางลำดับเอกสาร จัดคำแปลให้ครบทั้งฉบับ และแนะนำวิธีเชื่อมโยงชื่อ เพื่อให้คุณไม่ต้องเสียเวลารอบสอง
คำถามที่พบบ่อย
เอกสารไทยที่ยื่น Centrelink ต้องแปลโดย NAATI หรือไม่
หากคำแปลจัดทำในออสเตรเลีย โดยทั่วไปหน่วยงานต้องการผู้แปลที่ได้รับการรับรองจาก NAATI หากคำแปลจัดทำนอกออสเตรเลีย คำแปลต้องระบุชื่อเต็ม ที่อยู่ ข้อมูลติดต่อ และคุณวุฒิของผู้แปลไว้บนเอกสาร ควรตรวจข้อกำหนดในหนังสือแจ้งของคำร้องคุณอีกครั้งก่อนส่ง
Medicare กับ Centrelink ใช้เอกสารชุดเดียวกันได้ไหม
ทั้งสองบริการอยู่ภายใต้ Services Australia และมักใช้เอกสารพื้นฐานชุดเดียวกัน เช่น หนังสือเดินทาง สูติบัตร และทะเบียนสมรส แต่รายการเอกสารเพิ่มเติมต่างกันตามประเภทคำร้อง จึงควรเตรียมคำแปลเป็นชุดที่ทำสำเนาได้และตรวจรายการของแต่ละคำร้องแยกกัน
ต้องส่งต้นฉบับเอกสารไทยไปออสเตรเลียหรือไม่
ส่วนใหญ่ไม่ต้องส่งต้นฉบับทางไปรษณีย์ หน่วยงานมักให้แสดงต้นฉบับที่ศูนย์บริการ หรืออัปโหลดสำเนาผ่านบัญชี myGov ควรอ่านหนังสือแจ้งให้ชัดว่าขอแบบใด เพราะการส่งเอกสารทะเบียนราษฎรฉบับจริงออกนอกประเทศมีความเสี่ยงสูญหาย
คำแปลมีอายุการใช้งานหรือไม่
คำแปลเองโดยทั่วไปไม่มีวันหมดอายุ แต่เอกสารต้นทางบางประเภทมีอายุ เช่น หนังสือรับรองสถานภาพหรือเอกสารทางการแพทย์ที่หน่วยงานขอฉบับออกใหม่ภายในระยะเวลาที่กำหนด หากต้นฉบับหมดอายุ ต้องคัดฉบับใหม่และแปลใหม่
ชื่อในเอกสารเก่าสะกดต่างจากพาสปอร์ตต้องทำอย่างไร
อย่าแก้การสะกดในคำแปลให้ตรงกับพาสปอร์ตเอง คำแปลต้องตรงกับต้นฉบับ วิธีที่ถูกต้องคือแนบหนังสือรับรองการเปลี่ยนชื่อหรือเอกสารทะเบียนราษฎรที่เชื่อมโยงชื่อทั้งสองแบบ พร้อมคำแปล เพื่อให้เจ้าหน้าที่เห็นเส้นทางชื่อครบถ้วน
ยื่นเอกสารออนไลน์ได้หรือต้องไปที่ศูนย์บริการ
หลายคำร้องอัปโหลดเอกสารผ่านบัญชี myGov ที่เชื่อมกับ Services Australia ได้ แต่บางกรณีเจ้าหน้าที่ขอให้แสดงต้นฉบับหรือสำเนารับรองที่ศูนย์บริการ ควรทำตามข้อความในคำร้องของคุณเป็นหลักและเก็บหลักฐานการยื่นทุกครั้ง
เอกสารที่ผ่านการรับรองจากกรมการกงสุลแล้วยังต้องแปลอีกไหม
ตรารับรองของกรมการกงสุลเป็นการรับรองเอกสารหรือคำแปลในระบบไทย ไม่ได้ทำให้เอกสารภาษาไทยกลายเป็นเอกสารภาษาอังกฤษ หากยื่นต่อหน่วยงานออสเตรเลียยังต้องมีคำแปลภาษาอังกฤษที่ตรงตามข้อกำหนดของหน่วยงานเสมอ
ใช้บริการแปลของหน่วยงานรัฐออสเตรเลียฟรีได้หรือไม่
ออสเตรเลียมีบริการแปลเอกสารตั้งต้นสำหรับผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่บางกลุ่มภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด เช่น ระยะเวลาหลังได้รับวีซ่าและประเภทเอกสาร หากไม่เข้าเงื่อนไขหรือเร่งเวลา ผู้ยื่นมักเลือกใช้ผู้แปลที่ NAATI รับรองเอง ควรตรวจเงื่อนไขล่าสุดกับหน่วยงานที่ดูแลบริการนั้นโดยตรง
ข้อมูลตรวจทานเมื่อ 13 สิงหาคม 2569 โปรดยืนยันข้อกำหนดล่าสุดกับหน่วยงานผู้รับก่อนยื่นทุกครั้ง






