
แปลคำพิพากษาหย่าร้างเพื่อยื่นหน่วยงานออสเตรเลียอย่างถูกต้อง
คำตอบสั้น ๆ
คำพิพากษาหย่าร้างที่จะใช้ในออสเตรเลียต้องแปลครบทุกหน้า ระบุสถานะสมรสและการอุปการะบุตรให้ชัดเจน และชื่อคู่กรณีทั้งสองฝ่ายตรงกับหนังสือเดินทาง ในหลายกรณีต้องรับรองนิติกรรมต้นฉบับก่อนแปล และคำแปลต้องสะท้อนคำวินิจฉัยของศาลทุกประการ ระยะเวลาผันแปรตามจำนวนหน้าและคู่ภาษา
คำพิพากษาหย่าร้างเป็นเอกสารกฎหมายที่หน่วยงานตรวจเข้มเพราะมันยืนยันสถานะสมรสซึ่งส่งผลต่อสิทธิวีซ่าและการรับรองความสัมพันธ์ จุดที่มักทำให้ชุดเอกสารถูกตีกลับคือแปลเฉพาะหน้าสั่งหย่า ไม่แปลหน้าที่ระบุการอุปการะบุตร หรือชื่อคู่กรณีไม่ตรงหนังสือเดินทาง บทความนี้ไล่สิ่งที่ต้องตรวจก่อนส่ง
เอกสารที่ต้องเตรียม
- คำพิพากษาศาลฉบับสำเนาที่รับรองสำเนาถูกต้อง ครบทุกหน้า
- หน้าข้อมูลในหนังสือเดินทางของคู่กรณีทั้งสองฝ่าย เพื่อยึดการสะกดชื่อ
- หน้าที่ระบุการอุปการะบุตร หากมี แม้จะอยู่หน้ารวมท้าย
- หน้าที่ระบุทรัพย์สินหรือค่าเลี้ยงดู หากหน่วยงานปลายทางขอ
- ชื่อหน่วยงานปลายทางและวัตถุประสงค์การใช้คำพิพากษา
ขั้นตอนการดำเนินงาน
- 1ตรวจความสมบูรณ์ของสำเนาคำพิพากษา — ยืนยันว่าเป็นสำเนาที่ศาลรับรองถูกต้องและครบทุกหน้า รวมหน้าที่ระบุการอุปการะบุตรและทรัพย์สิน หากมี
- 2ตรวจข้อกำหนดการรับรองต้นฉบับ — ตรวจว่าหน่วยงานปลายทางต้องการให้ต้นฉบับผ่าน Notary กงสุล หรือ Apostille ก่อนแปลหรือไม่ คำแปลต้องสะท้อนสถานะรับรองนั้น
- 3ส่งไฟล์สแกนและชื่อตามหนังสือเดินทาง — ส่งสำเนาที่อ่านได้ทุกหน้าพร้อมหน้าพาสปอร์ตของคู่กรณีทั้งสองฝ่าย เพื่อยึดการสะกดชื่อให้ตรงกันทั้งชุด
- 4แปลครบทุกหน้าและทุกข้อวินิจฉัย — แปลครบตั้งแต่หัวคำพิพากษา ข้อวินิจฉัย การอุปการะบุตร ทรัพย์สิน วันที่ และลายมือชื่อผู้พิพากษา ไม่ตัดทอน
- 5รับรองคำแปลและส่งมอบ — นักแปลผู้ได้รับการรับรองลงนามและประทับตรารับรองคำแปล แล้วส่งมอบเป็นไฟล์ PDF หรือฉบับพิมพ์ตามที่หน่วยงานกำหนด
ทำไมต้องแปลครบทุกหน้า ไม่เฉพาะหน้าสั่งหย่า
คำพิพากษาหย่าร้างมักมีหลายหน้า โดยหน้าที่ระบุการอุปการะบุตร ทรัพย์สิน หรือค่าเลี้ยงดูมีผลต่อสิทธิของบุตรและคู่กรณี หากแปลเฉพาะหน้าสั่งหย่า หน่วยงานอาจไม่ยอมรับเพราะขาดข้อที่จำเป็น
สถานะสมรสและการอุปการะบุตร
คำแปลต้องระบุสถานะสมรสที่ศาลวินิจฉัยไว้ให้ชัดเจน และหากมีข้ออุปการะบุตร ต้องปรากฏครบทั้งผู้อุปการะ ผู้รับอุปการะ และขอบเขตการอุปการะ ตามที่ศาลเขียนไว้
- ระบุว่าศาลสั่งหย่าขาดจากกันหรือมีคำสั่งอื่น
- ระบุชื่อบุตรและผู้ที่ได้สิทธิอุปการะ
- ระบุสิทธิเยี่ยมเยียนหรือค่าเลี้ยงดู หากมีในคำพิพากษา
เมื่อใดต้องรับรองนิติกรรมต้นฉบับ
หน่วยงานออสเตรเลียหลายแห่งต้องการให้เอกสารศาลผ่านการรับรองนิติกรรมต่อเนื่องก่อนแปล คำแปลที่ดีต้องอ้างถึงการรับรองนั้นในใบรับรองคำแปล ให้ยึดเช็กลิสต์ที่ได้รับ
ข้อควรระวัง
- อย่าแปลเฉพาะหน้าสั่งหย่า หากหน่วยงานขอคำพิพากษาทั้งฉบับ
- อย่าใช้คำแปลเก่าหลังจากศาลแก้ไขคำพิพากษาหรือมีคำสั่งเพิ่ม
- อย่าสะกดชื่อคู่กรณีต่างจากหนังสือเดินทาง จะทำให้เชื่อมโยงตัวตนไม่ได้
- ข้อกำหนดเรื่องอายุเอกสารผันแปรตามหน่วยงาน ให้ยึดประกาศของหน่วยงานนั้น
คำถามที่พบบ่อย
ต้องแปลคำพิพากษาทุกหน้าไหม
ใช่ โดยเฉพาะหน้าที่ระบุการอุปการะบุตรและทรัพย์สิน เพราะหน่วยงานจะยึดข้อเหล่านั้นประกอบการพิจารณา การแปลเฉพาะหน้าสั่งหย่าทำให้ชุดเอกสารไม่ครบ
ต้องรับรองนิติกรรมต้นฉบับก่อนแปลไหม
ขึ้นกับหน่วยงานปลายทาง หลายแห่งต้องการให้คำพิพากษาผ่าน Notary กงสุล หรือ Apostille ก่อน และคำแปลต้องอ้างถึงการรับรองนั้น ส่งไฟล์มาเพื่อยืนยันขั้นตอน
ชื่อบุตรในคำพิพากษาต้องตรงกับพาสปอร์ตไหม
ควรตรงกันทั้งชุดเอกสาร หากคำพิพากษาสะกดต่างจากพาสปอร์ต ให้แจ้งการสะกดตามพาสปอร์ตก่อนเริ่มงาน และแนบหลักฐานอธิบายความต่าง
ใช้คำพิพากษาภาษาไทยได้โดยไม่แปลไหม
หน่วยงานออสเตรเลียส่วนใหญ่ต้องการคำแปลภาษาอังกฤษที่รับรอง เพราะเจ้าหน้าที่ไม่อ่านภาษาไทย คำแปลจึงจำเป็นแทบทุกกรณี
ใช้เวลาแปลนานเท่าใด
ผันแปรตามจำนวนหน้าและคู่ภาษา คำพิพากษามักมีหลายหน้า ส่งไฟล์มาทาง LINE เพื่อให้เจ้าหน้าที่ยืนยันขอบเขตและกำหนดส่งมอบก่อนเริ่ม
ให้ทีมงานจัดการให้ทั้งชุด
ถ้าไม่อยากไล่ขั้นตอนเอง ส่งไฟล์สแกนพร้อมชื่อหน่วยงานปลายทางมาทาง LINE ทีมงานจะตรวจเอกสาร วางลำดับงาน และแจ้งสิ่งที่ต้องเตรียมเพิ่มให้ก่อนเริ่มงานทุกครั้ง
ปรึกษาทาง LINE @NAATIบริการที่เกี่ยวข้อง
บทความที่เกี่ยวข้อง
ตรวจทานเนื้อหาเมื่อ สิงหาคม 2026 · บทความนี้อธิบายกระบวนการทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำด้านกฎหมายหรือการย้ายถิ่นฐาน โปรดตรวจสอบเงื่อนไขล่าสุดกับหน่วยงานปลายทาง






