
สะกดชื่อในคำแปลให้ตรงหนังสือเดินทาง ป้องกันข้อขัดแย้งของข้อมูล
คำตอบสั้น ๆ
ชื่อบุคคลในคำแปลยึดการสะกดตามหนังสือเดินทางเป็นหลัก ส่วนชื่อสถานที่และชื่อหน่วยงานใช้รูปภาษาอังกฤษที่หน่วยงานนั้นประกาศไว้ หากไม่มีจึงใช้การถอดเสียงมาตรฐาน เมื่อเอกสารเก่าสะกดต่างจากหนังสือเดินทางปัจจุบัน ให้คงข้อความตามต้นฉบับและอธิบายด้วยหมายเหตุผู้แปลแทนการแก้ชื่อ
ชื่อคือข้อมูลที่เจ้าหน้าที่ตรวจเป็นอันดับแรก และเป็นสาเหตุการถูกสอบถามอันดับต้น ๆ เพราะระบบภาษาไทยถอดเป็นอักษรโรมันได้หลายแบบ คนหนึ่งคนจึงอาจมีชื่อสะกดต่างกันสามแบบในเอกสารสามฉบับ บทความนี้อธิบายหลักที่ใช้จริงในงานแปลรับรอง และทางออกเมื่อชื่อไม่ตรงกัน
เอกสารที่ต้องเตรียม
- หน้าข้อมูลหนังสือเดินทางฉบับปัจจุบัน
- หนังสือเดินทางเล่มเก่า หากชื่อในเอกสารเก่าอ้างอิงการสะกดแบบเดิม
- หนังสือสำคัญการเปลี่ยนชื่อหรือนามสกุล หากเคยเปลี่ยน
- ทะเบียนสมรสหรือทะเบียนหย่า กรณีเปลี่ยนนามสกุลตามคู่สมรส
- เอกสารต้นฉบับทุกฉบับที่จะใช้ในเรื่องเดียวกัน เพื่อจัดการสะกดให้เป็นชุดเดียว
ขั้นตอนการดำเนินงาน
- 1กำหนดมาตรฐานกลางของชุดเอกสาร — เลือกการสะกดตามหนังสือเดินทางเป็นมาตรฐานกลาง แล้วใช้แบบเดียวกันในคำแปลทุกฉบับของเรื่องนั้น
- 2ไล่หาจุดที่ไม่ตรง — ตรวจทุกฉบับว่ามีจุดใดสะกดต่างจากมาตรฐานกลาง รวมถึงชื่อบิดามารดาและชื่อคู่สมรสที่ปรากฏในเอกสาร
- 3เตรียมเอกสารอธิบาย — หากเคยเปลี่ยนชื่อหรือนามสกุล เตรียมหนังสือสำคัญที่เกี่ยวข้องพร้อมคำแปล เพื่อเชื่อมชื่อเดิมกับชื่อปัจจุบัน
- 4ใส่หมายเหตุผู้แปล — ในกรณีที่หน่วยงานปลายทางอนุญาต ให้ระบุหมายเหตุผู้แปลว่าต้นฉบับสะกดอย่างไรและหนังสือเดินทางสะกดอย่างไร โดยไม่เปลี่ยนข้อความบนต้นฉบับ
ทำไมห้ามแก้ชื่อให้ตรงกันเฉย ๆ
คำแปลรับรองคือคำยืนยันของผู้แปลว่าข้อความในคำแปลตรงกับต้นฉบับ การเปลี่ยนการสะกดให้ต่างจากต้นฉบับจึงขัดกับหน้าที่ของผู้แปลโดยตรง และหากเจ้าหน้าที่เทียบกับต้นฉบับแล้วพบว่าไม่ตรง ผลเสียจะมากกว่าการอธิบายไว้ตั้งแต่แรกมาก
แนวทางที่ถูกต้องคือคงข้อความตามต้นฉบับ แล้วอธิบายความต่างด้วยหมายเหตุและเอกสารรองรับ
ชื่อสถานที่และชื่อหน่วยงาน
ชื่อจังหวัด อำเภอ และหน่วยงานราชการมักมีรูปภาษาอังกฤษอย่างเป็นทางการที่หน่วยงานนั้นใช้เอง การใช้รูปดังกล่าวช่วยให้เจ้าหน้าที่ปลายทางค้นหาและตรวจสอบได้ง่าย
เมื่อไม่มีรูปทางการ จะใช้การถอดเสียงมาตรฐานและใส่ชื่อภาษาไทยกำกับในวงเล็บเมื่อจำเป็น เพื่อลดความกำกวม
ข้อควรระวัง
- อย่าใช้ชื่อเล่นหรือชื่อย่อในเอกสารทางการแม้ในช่องหมายเหตุ
- อย่าสะกดชื่อคู่สมรสหรือบุตรคนละแบบในเอกสารคนละฉบับของเรื่องเดียวกัน
- หากกำลังจะทำหนังสือเดินทางเล่มใหม่ ควรรอให้ได้เล่มใหม่ก่อนสั่งแปล เพื่อไม่ให้ชุดเอกสารอ้างอิงคนละมาตรฐาน
คำถามที่พบบ่อย
หนังสือเดินทางเล่มใหม่สะกดไม่เหมือนเล่มเก่า ใช้แบบไหน
ใช้การสะกดตามเล่มปัจจุบันเป็นมาตรฐานกลาง และเก็บสำเนาเล่มเก่าไว้เป็นหลักฐานเชื่อมโยงหากเอกสารเก่าอ้างอิงการสะกดแบบเดิม
เปลี่ยนนามสกุลหลังสมรส ต้องแปลเอกสารเดิมใหม่ไหม
ไม่ต้องแปลใหม่เพราะต้นฉบับยังเป็นชื่อเดิม แต่ควรแนบทะเบียนสมรสพร้อมคำแปลเพื่อเชื่อมชื่อเดิมกับชื่อปัจจุบันให้เจ้าหน้าที่เห็นความต่อเนื่อง
หมายเหตุผู้แปลใช้ได้กับทุกหน่วยงานหรือไม่
ไม่เสมอไป บางหน่วยงานมีรูปแบบเฉพาะและบางแห่งไม่รับหมายเหตุเพิ่มเติม จึงควรยืนยันกับหน่วยงานผู้รับเรื่องก่อน
ชื่อในเอกสารมีคำนำหน้าหรือยศ ต้องแปลด้วยไหม
ต้องแปลตามที่ปรากฏบนต้นฉบับ เพราะเป็นข้อความส่วนหนึ่งของเอกสาร การตัดออกทำให้คำแปลไม่ครบถ้วน
ให้ทีมงานตรวจชื่อทั้งชุดให้ได้ไหม
ได้ ส่งไฟล์ทุกฉบับพร้อมหน้าหนังสือเดินทางมาทางไลน์ ทีมงานจะไล่ตรวจความสอดคล้องของชื่อทั้งชุดและแจ้งจุดที่ควรเตรียมเอกสารอธิบายเพิ่ม
ให้ทีมงานจัดการให้ทั้งชุด
ถ้าไม่อยากไล่ขั้นตอนเอง ส่งไฟล์สแกนพร้อมชื่อหน่วยงานปลายทางมาทาง LINE ทีมงานจะตรวจเอกสาร วางลำดับงาน และแจ้งสิ่งที่ต้องเตรียมเพิ่มให้ก่อนเริ่มงานทุกครั้ง
ปรึกษาทาง LINE @NAATIบริการที่เกี่ยวข้อง
บทความที่เกี่ยวข้อง
ตรวจทานเนื้อหาเมื่อ สิงหาคม 2026 · บทความนี้อธิบายกระบวนการทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำด้านกฎหมายหรือการย้ายถิ่นฐาน โปรดตรวจสอบเงื่อนไขล่าสุดกับหน่วยงานปลายทาง






