
แปลเองด้วยเครื่องมือ เทียบกับ ใช้ผู้ให้บริการรับรอง
คำตอบสั้น ๆ
การแปลเองเหมาะกับการอ่านเพื่อทำความเข้าใจ แต่การยื่นต่อหน่วยงานมักกำหนดให้คำแปลมาพร้อมคำรับรองของผู้แปลที่ตรวจสอบตัวตนได้ เพราะสิ่งที่หน่วยงานต้องการไม่ใช่แค่ข้อความในอีกภาษา แต่คือผู้รับผิดชอบต่อความตรงกันของคำแปลกับต้นฉบับ
เครื่องมือแปลปัจจุบันอ่านเข้าใจได้ดีขึ้นมาก คำถามจึงเปลี่ยนจาก “แปลถูกไหม” เป็น “ใครรับผิดชอบคำแปลนี้” บทความนี้เทียบสองทางเลือกตามสิ่งที่หน่วยงานตรวจจริง และชี้ว่ากรณีใดที่แปลเองก็เพียงพอ เพื่อไม่ให้จ่ายในสิ่งที่ไม่จำเป็น
เอกสารที่ต้องเตรียม
- เอกสารต้นฉบับที่ต้องการใช้ พร้อมทุกหน้าที่มีข้อความ
- ข้อกำหนดของหน่วยงานปลายทางเรื่องรูปแบบคำแปล
- หน้าข้อมูลหนังสือเดินทาง เพื่อยึดการสะกดชื่อ
- คำแปลที่ทำไว้เอง หากต้องการให้ประเมินว่าใช้ต่อได้หรือไม่
- กำหนดวันยื่น เพื่อประเมินว่ามีเวลาพอสำหรับรอบแก้ไขหรือไม่
ขั้นตอนการดำเนินงาน
- 1แยกงานอ่านออกจากงานยื่น — ถ้าเป้าหมายคืออ่านเพื่อเข้าใจ การแปลเองเพียงพอ ถ้าเป้าหมายคือยื่นต่อหน่วยงาน ให้ดูข้อกำหนดเรื่องคำรับรองก่อน
- 2อ่านข้อกำหนดของปลายทาง — ตรวจว่าเขาระบุรูปแบบคำแปลไว้อย่างไร คำที่ใช้ในข้อกำหนดบอกได้ว่าต้องมีคำรับรองแบบใด
- 3ประเมินความเสี่ยงของรอบสอง — คำนวณผลกระทบหากถูกขอเอกสารเพิ่ม ทั้งเวลาที่เสียและกำหนดยื่นที่อาจเลื่อน
- 4ส่งให้ตรวจก่อนตัดสินใจ — หากมีคำแปลที่ทำไว้แล้ว ส่งให้ประเมินก่อนได้ว่าควรใช้ต่อ ปรับแก้ หรือจัดทำใหม่
สิ่งที่เครื่องมือแปลยังพลาดบ่อยในเอกสารราชการ
- ชื่อหน่วยงานและตำแหน่งราชการที่ต้องใช้ชื่อทางการเฉพาะ
- รูปแบบวันที่และปีปฏิทินที่ต่างระบบกัน
- ตราประทับ ลายเซ็น และข้อความในภาพซึ่งไม่ถูกอ่านเป็นข้อความ
- โครงสร้างตารางในทรานสคริปต์ที่ต้องคงตำแหน่งให้ตรงกับต้นฉบับ
กรณีที่แปลเองก็เพียงพอ
การอ่านสัญญาเบื้องต้นเพื่อประเมินว่าควรดำเนินการต่อหรือไม่ การสรุปเนื้อหาให้ทีมภายในฟัง หรือการทำความเข้าใจจดหมายที่ได้รับ ล้วนไม่ต้องการคำรับรอง
ในกรณีเหล่านี้เราแนะนำตรง ๆ ว่าไม่จำเป็นต้องสั่งงานรับรอง เพราะไม่ได้เพิ่มประโยชน์ให้คุณ
สิ่งที่ได้เพิ่มจากการใช้ผู้ให้บริการ
นอกจากคำรับรอง สิ่งที่ได้คือการตรวจความครบถ้วนของชุดเอกสาร การตรวจความสอดคล้องของชื่อและวันที่ทุกฉบับ และการเรียงลำดับขั้นตอนเมื่อเรื่องต้องผ่านหลายหน่วยงาน
จุดยืนของเราเป็นที่ปรึกษาก่อนเป็นผู้รับจ้าง หากขั้นตอนใดคุณทำเองได้ เราจะบอกแทนที่จะเสนอราคาให้
ข้อควรระวัง
- อย่าใช้คำแปลที่ไม่มีคำรับรองยื่นในกระบวนการที่ระบุว่าต้องมี
- อย่าแก้ไขคำแปลที่รับรองแล้วด้วยตนเอง การแก้ไขทำให้คำรับรองใช้ไม่ได้
- อย่าเดาคำที่อ่านไม่ออกจากต้นฉบับ ต้องระบุว่าอ่านไม่ได้
- ตรวจกำหนดยื่นก่อนเลือกทางที่มีความเสี่ยงถูกขอเอกสารเพิ่ม
คำถามที่พบบ่อย
แปลเองแล้วให้ผู้แปลรับรองให้ได้ไหม
ผู้แปลรับรองได้เฉพาะงานที่ตนตรวจสอบและรับผิดชอบ ในทางปฏิบัติจึงต้องมีการตรวจทานเทียบต้นฉบับทั้งฉบับก่อนเสมอ
เครื่องมือแปลอัตโนมัติแม่นพอสำหรับเอกสารราชการหรือไม่
อาจอ่านเข้าใจได้ แต่ประเด็นหลักคือหน่วยงานต้องการผู้รับผิดชอบต่อคำแปล ไม่ใช่เพียงข้อความในอีกภาษา
มีคำแปลเก่าอยู่แล้ว ใช้ต่อได้ไหม
ส่งมาให้ประเมินได้ หากรูปแบบและเนื้อหาครบตามข้อกำหนดของปลายทางใหม่ อาจปรับเพียงบางส่วน แต่ถ้ารูปแบบไม่ตรงมักต้องจัดทำใหม่
ค่าบริการคิดอย่างไร
ผันแปรตามจำนวนหน้า ปริมาณข้อความ คู่ภาษา และจำนวนฉบับ ทีมงานจะแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรหลังดูไฟล์จริง โดยแยกค่าธรรมเนียมราชการออกเป็นคนละรายการ
อยากให้ช่วยดูก่อนว่าต้องใช้ระดับไหน
ส่งไฟล์และชื่อหน่วยงานปลายทางมาทางไลน์ ทีมงานจะแจ้งว่าเรื่องของคุณต้องใช้คำแปลรับรองหรือไม่ และมีขั้นตอนใดที่ทำเองได้
ให้ทีมงานจัดการให้ทั้งชุด
ถ้าไม่อยากไล่ขั้นตอนเอง ส่งไฟล์สแกนพร้อมชื่อหน่วยงานปลายทางมาทาง LINE ทีมงานจะตรวจเอกสาร วางลำดับงาน และแจ้งสิ่งที่ต้องเตรียมเพิ่มให้ก่อนเริ่มงานทุกครั้ง
ปรึกษาทาง LINE @NAATIบริการที่เกี่ยวข้อง
บทความที่เกี่ยวข้อง
ตรวจทานเนื้อหาเมื่อ สิงหาคม 2026 · บทความนี้อธิบายกระบวนการทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำด้านกฎหมายหรือการย้ายถิ่นฐาน โปรดตรวจสอบเงื่อนไขล่าสุดกับหน่วยงานปลายทาง






