ทีมงานทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร Thai Notary Law and Service Co., Ltd.
ทีมงานทนายความและเจ้าหน้าที่ประสานงานเอกสาร

ทีมงานและใบอนุญาตจริง

ทีมทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร (Notary Public) ที่ขึ้นทะเบียนจริง

งานรับรองเอกสารของเราดำเนินการโดยทนายความที่ขึ้นทะเบียนเป็นทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสารกับสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ ตามข้อบังคับสภาทนายความว่าด้วยการขึ้นทะเบียนทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร พ.ศ. 2551 ภาพใบอนุญาตด้านล่างปิดบังเลขที่ใบอนุญาตและข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อความปลอดภัยของข้อมูล ตรวจสอบตัวจริงได้เมื่อเข้ารับบริการ

ใบอนุญาต/หนังสือรับรองการขึ้นทะเบียน

  • หนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร ทนายอนุตรีย์

    ทนายอนุตรีย์

  • หนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร ทนายจิรพันธ์

    ทนายจิรพันธ์

  • หนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร ทนายจิรศักดิ์

    ทนายจิรศักดิ์

  • หนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร ทนายปฏิภาณ

    ทนายปฏิภาณ

  • หนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร ทนายวราวุธ

    ทนายวราวุธ

  • หนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร ทนายวิวัฒน์

    ทนายวิวัฒน์

ออกโดยสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ · ปิดบังข้อมูลส่วนบุคคลบางส่วน

หนังสือรับรองการทำงานและเอกสารบริษัทบนโต๊ะประชุม
หนังสือรับรองการทำงานและเอกสารบริษัทบนโต๊ะประชุม

แปลหนังสือรับรองการทำงานเพื่อยื่นหน่วยงานออสเตรเลีย

คำตอบสั้น ๆ

หนังสือรับรองการทำงานที่ใช้กับหน่วยงานออสเตรเลียควรระบุชื่อผู้ถูกรับรองตรงหนังสือเดินทาง ตำแหน่งงาน ช่วงเวลาเริ่ม-สิ้นสุด ลักษณะงานโดยย่อ ชั่วโมงทำงานต่อสัปดาห์ และผู้ลงนามพร้อมช่องทางติดต่อขององค์กร คำแปลต้องถอดข้อความครบทุกบรรทัด รวมหัวจดหมายและตราประทับ ระยะเวลาดำเนินการผันแปรตามจำนวนฉบับและคู่ภาษา

หนังสือรับรองการทำงานถูกใช้ทั้งในวีซ่าทำงาน วีซ่าทักษะ และการประเมินคุณวุฒิวิชาชีพ จุดที่มักถูกตีกลับไม่ใช่คุณภาพการแปล แต่เป็นเนื้อหาในต้นฉบับที่ไม่ครบ เช่น ไม่ระบุชั่วโมงทำงานหรือไม่ระบุช่วงเวลาชัดเจน บทความนี้ไล่ให้ครบว่าต้องตรวจอะไรในต้นฉบับก่อน แล้วคำแปลต้องแสดงอะไรบ้าง

เอกสารที่ต้องเตรียม

  • หนังสือรับรองการทำงานบนหัวจดหมายขององค์กร พร้อมลายเซ็นและตราประทับ
  • สลิปเงินเดือนหรือหนังสือรับรองเงินเดือน หากหน่วยงานปลายทางขอหลักฐานประกอบ
  • หน้าข้อมูลหนังสือเดินทาง เพื่อยึดการสะกดชื่อให้ตรงกันทั้งชุด
  • สัญญาจ้างหรือคำสั่งแต่งตั้ง หากต้องยืนยันตำแหน่งและช่วงเวลา
  • ชื่อหน่วยงานปลายทางและวัตถุประสงค์ เช่น ประเมินทักษะหรือยื่นวีซ่า

ขั้นตอนการดำเนินงาน

  1. 1ตรวจความครบถ้วนของต้นฉบับก่อนแปล ให้ตรวจว่าหนังสือรับรองระบุตำแหน่ง ช่วงเวลา ลักษณะงาน และชั่วโมงทำงานหรือไม่ หากขาด ควรขอให้นายจ้างออกฉบับใหม่ เพราะคำแปลเพิ่มข้อความที่ไม่มีในต้นฉบับไม่ได้
  2. 2ยืนยันการสะกดชื่อและชื่อองค์กรแจ้งการสะกดชื่อตามหนังสือเดินทาง และชื่อภาษาอังกฤษที่องค์กรใช้จดทะเบียน เพื่อให้คำแปลสอดคล้องกับเอกสารอื่นในชุดเดียวกัน
  3. 3แปลครบทุกองค์ประกอบคำแปลต้องถอดหัวจดหมาย เลขที่หนังสือ วันที่ ข้อความ ลายเซ็น ตำแหน่งผู้ลงนาม และข้อความในตราประทับ โดยไม่ตัดทอนส่วนใด
  4. 4แนบใบรับรองคำแปลและส่งมอบแนบใบรับรองคำแปลที่ระบุนักแปล คู่ภาษา และวันที่ ส่งมอบเป็นไฟล์ดิจิทัลที่หน่วยงานรับได้ และเก็บฉบับสำรองไว้ใช้ยื่นซ้ำ

ข้อมูลที่หน่วยงานมองหาในหนังสือรับรองการทำงาน

หน่วยงานประเมินทักษะและหน่วยงานวีซ่าต้องการเชื่อมโยงประสบการณ์กับอาชีพที่ยื่น เอกสารจึงต้องบอกได้ว่าใคร ทำอะไร ที่ไหน นานเท่าใด และในสถานะการจ้างแบบใด

  • ชื่อผู้ถูกรับรองตรงกับหนังสือเดินทาง
  • ตำแหน่งงานตามจริง ไม่ใช่ชื่อเรียกภายในองค์กรที่ตีความยาก
  • วันเริ่มงานและวันสิ้นสุด หรือระบุว่ายังปฏิบัติงานอยู่
  • ลักษณะงานโดยย่อที่สะท้อนหน้าที่จริง
  • ชั่วโมงทำงานต่อสัปดาห์ หรือระบุเต็มเวลา/ไม่เต็มเวลา
  • ผู้ลงนาม ตำแหน่ง และช่องทางติดต่อกลับขององค์กร

ความต่างระหว่างหนังสือรับรองการทำงานกับหนังสือรับรองเงินเดือน

หนังสือรับรองการทำงานยืนยันความสัมพันธ์การจ้างและเนื้องาน ส่วนหนังสือรับรองเงินเดือนยืนยันค่าตอบแทน หลายหน่วยงานขอทั้งสองอย่างเพราะใช้คนละวัตถุประสงค์ อย่าใช้ฉบับเดียวแทนกันเว้นแต่เอกสารฉบับนั้นระบุครบทั้งสองด้าน

กรณีนายจ้างเดิมปิดกิจการ

หากองค์กรเดิมไม่มีอยู่แล้ว ให้รวบรวมหลักฐานอื่นที่หน่วยงานอาจรับพิจารณา เช่น สัญญาจ้าง สลิปเงินเดือน หนังสือรับรองการหักภาษี หรือหนังสือรับรองจากผู้บังคับบัญชาเดิมพร้อมหลักฐานตัวตน แล้วสอบถามเกณฑ์ของหน่วยงานปลายทางก่อนแปลทั้งชุด

ให้เราเป็นที่ปรึกษาก่อนเริ่มแปล

ทีมงานที่ดูแลงานแปลรับรองมากว่า 15 ปีจะช่วยอ่านต้นฉบับให้ก่อนว่าข้อมูลครบพอที่จะยื่นหรือไม่ ถ้าขาดจะบอกว่าควรขอเพิ่มอะไรจากนายจ้าง เพื่อไม่ให้เสียเวลาแปลเอกสารที่หน่วยงานจะขอใหม่อยู่ดี ส่งไฟล์มาทาง LINE เพื่อให้ตรวจเบื้องต้นก่อนตัดสินใจ

ข้อควรระวัง

  • อย่าให้คำแปลเพิ่มรายละเอียดที่ไม่มีในต้นฉบับ แม้จะเป็นความจริง
  • อย่าใช้ชื่อองค์กรภาษาอังกฤษที่ต่างจากที่จดทะเบียนไว้
  • อย่าตัดหัวจดหมายหรือข้อความในตราประทับออกจากคำแปล
  • เกณฑ์เรื่องอายุเอกสารและรูปแบบผันแปรตามหน่วยงาน ให้ยึดประกาศของหน่วยงานนั้น

คำถามที่พบบ่อย

หนังสือรับรองการทำงานต้องออกเป็นภาษาอังกฤษเลยไหม

ไม่จำเป็น หากนายจ้างออกเป็นภาษาไทย สามารถใช้คำแปลรับรองได้ แต่ถ้านายจ้างออกภาษาอังกฤษเองบนหัวจดหมายและลงนามครบ หลายหน่วยงานก็รับโดยตรง ให้ยึดเกณฑ์ของหน่วยงานปลายทาง

ต้องระบุชั่วโมงทำงานต่อสัปดาห์จริงหรือ

สำหรับการประเมินทักษะมักจำเป็น เพราะใช้คำนวณว่าประสบการณ์นับเป็นเต็มเวลาหรือไม่ หากต้นฉบับไม่ระบุ ควรขอให้นายจ้างออกฉบับใหม่ก่อนแปล

ถ้าตำแหน่งในเอกสารต่างจากอาชีพที่ยื่นจะเป็นปัญหาไหม

อาจต้องอธิบายเพิ่ม เพราะหน่วยงานดูเนื้องานมากกว่าชื่อตำแหน่ง ลักษณะงานที่เขียนไว้ในต้นฉบับจึงสำคัญ ควรให้ต้นฉบับบรรยายหน้าที่จริงอย่างชัดเจน

แปลสลิปเงินเดือนทุกเดือนหรือไม่

ขึ้นกับหน่วยงานปลายทาง บางแห่งขอเฉพาะบางช่วงเวลา บางแห่งขอต่อเนื่อง ส่งเช็กลิสต์ที่ได้รับมาให้เจ้าหน้าที่ดูเพื่อกำหนดขอบเขตให้พอดี ไม่แปลเกินจำเป็น

ใช้เวลาดำเนินการนานเท่าใด

ผันแปรตามจำนวนฉบับและคู่ภาษา ส่งไฟล์มาทาง LINE @NAATI เพื่อให้เจ้าหน้าที่ยืนยันขอบเขตงานและกำหนดส่งมอบก่อนเริ่ม

ให้ทีมงานจัดการให้ทั้งชุด

ถ้าไม่อยากไล่ขั้นตอนเอง ส่งไฟล์สแกนพร้อมชื่อหน่วยงานปลายทางมาทาง LINE ทีมงานจะตรวจเอกสาร วางลำดับงาน และแจ้งสิ่งที่ต้องเตรียมเพิ่มให้ก่อนเริ่มงานทุกครั้ง

ปรึกษาทาง LINE @NAATI

บริการที่เกี่ยวข้อง

บทความที่เกี่ยวข้อง

ตรวจทานเนื้อหาเมื่อ สิงหาคม 2026 · บทความนี้อธิบายกระบวนการทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำด้านกฎหมายหรือการย้ายถิ่นฐาน โปรดตรวจสอบเงื่อนไขล่าสุดกับหน่วยงานปลายทาง

ดูบทความทั้งหมด 37 เรื่อง