
นักแปลสาบานตน เทียบกับ นักแปลรับรองมาตรฐาน NAATI
คำตอบสั้น ๆ
ระบบนักแปลสาบานตนใช้การขึ้นทะเบียนกับศาลหรือหน่วยงานของประเทศนั้น และคำแปลมีผลในเขตอำนาจนั้นเป็นหลัก ส่วนคำแปลรับรองมาตรฐาน NAATI เป็นรูปแบบที่หน่วยงานออสเตรเลียคุ้นเคยและกำหนดในหลายกระบวนการ สองระบบไม่ทดแทนกันโดยอัตโนมัติ ต้องดูว่าหน่วยงานผู้รับเรื่องอยู่ในระบบใด
ผู้ที่เคยใช้บริการนักแปลสาบานตนในยุโรปมักถามว่าเอกสารชุดเดิมยื่นออสเตรเลียได้เลยหรือไม่ และในทางกลับกัน ผู้ที่มีคำแปลรับรองสำหรับออสเตรเลียก็มักถามว่าใช้ยื่นในยุโรปได้หรือไม่ คำตอบขึ้นกับกฎของผู้รับเรื่อง ไม่ใช่คุณภาพของคำแปล บทความนี้อธิบายว่าจะตรวจอย่างไรและควรเตรียมอย่างไรเมื่อต้องใช้สองปลายทาง
เอกสารที่ต้องเตรียม
- ไฟล์สแกนเอกสารต้นฉบับครบทุกหน้า
- คำแปลชุดเดิมที่มีอยู่ พร้อมหน้าที่มีคำรับรองและตรา
- ข้อกำหนดของหน่วยงานปลายทางที่ระบุรูปแบบคำแปลที่ยอมรับ
- รายชื่อประเทศและหน่วยงานทั้งหมดที่จะยื่น หากมีมากกว่าหนึ่งแห่ง
- หน้าข้อมูลหนังสือเดินทาง เพื่อยึดการสะกดชื่อให้ตรงกันทุกชุด
ขั้นตอนการดำเนินงาน
- 1ระบุระบบของปลายทาง — อ่านข้อกำหนดว่าใช้คำว่า sworn translator, certified translator หรือระบุมาตรฐานเฉพาะ คำที่ใช้บ่งบอกระบบที่เขายอมรับ
- 2ตรวจคำแปลที่มีอยู่ — ดูว่าคำแปลชุดเดิมมีองค์ประกอบครบตามที่ปลายทางใหม่ต้องการหรือไม่ เช่น ข้อความรับรอง เลขทะเบียนผู้แปล และการแปลตราประทับ
- 3ตัดสินใจว่าจะใช้ซ้ำหรือทำใหม่ — หากรูปแบบไม่ตรง มักเร็วกว่าที่จะจัดทำคำแปลใหม่ตามระบบของปลายทาง แทนการพยายามเพิ่มชั้นรับรองให้ชุดเดิม
- 4คุมความสอดคล้องของทุกชุด — หากต้องมีสองชุดสองระบบ ให้ยึดการสะกดชื่อและคำศัพท์เฉพาะเหมือนกันทั้งหมด เพื่อไม่ให้ข้อมูลระหว่างชุดขัดกัน
ความต่างเชิงโครงสร้าง
ระบบสาบานตนผูกกับเขตอำนาจ ผู้แปลขึ้นทะเบียนกับหน่วยงานของประเทศนั้นและใช้ตราของตนเอง คำแปลจึงมีน้ำหนักในระบบนั้นเป็นหลัก
ระบบรับรองที่ออสเตรเลียใช้ยึดที่มาตรฐานของผู้แปลและรูปแบบคำรับรองที่หน่วยงานคุ้นเคย จุดสำคัญคือรูปแบบต้องตรงกับที่ผู้รับเรื่องกำหนดไว้
ยื่นหลายประเทศพร้อมกัน
- ตรวจข้อกำหนดของทุกปลายทางก่อน แล้วจัดชุดตามระบบที่แต่ละแห่งรับ
- ใช้ต้นฉบับชุดเดียวกันเป็นฐานของทุกคำแปล เพื่อให้เนื้อหาตรงกัน
- เก็บบันทึกว่าชุดใดส่งไปที่ใด เผื่อมีการสอบถามย้อนหลัง
สิ่งที่ทั้งสองระบบเหมือนกัน
ทั้งสองระบบต้องการคำแปลทั้งฉบับ รวมตราประทับ ลายเซ็น และข้อความด้านหลัง ไม่ใช่การแปลเฉพาะส่วนที่เห็นว่าสำคัญ
ทั้งสองระบบไม่รับรองว่าเอกสารต้นฉบับเป็นของแท้ ความถูกต้องของต้นฉบับเป็นเรื่องของหน่วยงานผู้ออกเอกสาร
ข้อควรระวัง
- อย่าสันนิษฐานว่าคำแปลที่เคยผ่านที่หนึ่งจะผ่านที่อื่นด้วย ระบบและรูปแบบต่างกัน
- อย่าปล่อยให้การสะกดชื่อในสองชุดต่างกัน ความไม่ตรงเป็นเหตุให้ถูกสอบถามเพิ่ม
- อย่าลบหรือปิดทับตราของผู้แปลเดิมเมื่อนำไปทำชุดใหม่
- ตรวจกรอบอายุเอกสารของแต่ละปลายทาง เพราะกรอบเวลาไม่จำเป็นต้องเท่ากัน
คำถามที่พบบ่อย
คำแปลจากนักแปลสาบานตนใช้ยื่นออสเตรเลียได้ไหม
ต้องตรวจกับหน่วยงานผู้รับเรื่องเป็นรายกรณี หลายกระบวนการระบุรูปแบบคำแปลที่ยอมรับไว้ชัดเจน หากไม่ตรงตามนั้นมักต้องจัดทำใหม่
ทำสองชุดพร้อมกันประหยัดเวลากว่าไหม
ประหยัดเมื่อรู้ตั้งแต่ต้นว่าต้องยื่นสองปลายทาง เพราะใช้ต้นฉบับชุดเดียวและตรวจชื่อรอบเดียว
ต้องส่งเอกสารตัวจริงไปต่างประเทศไหม
งานแปลใช้ไฟล์สแกนได้ ส่วนขั้นรับรองบางประเภทอาจต้องใช้ต้นฉบับ ให้ยืนยันข้อกำหนดของขั้นนั้นก่อนส่งของออกไป
ถ้าปลายทางไม่ระบุระบบไว้ชัดควรทำอย่างไร
ขอข้อกำหนดเป็นลายลักษณ์อักษรก่อน หากได้เพียงคำว่าคำแปลรับรอง ให้จัดทำในรูปแบบที่มีคำรับรองครบถ้วนและระบุข้อมูลผู้แปลอย่างตรวจสอบได้
ให้ช่วยประเมินชุดเดิมได้ไหม
ได้ ส่งไฟล์คำแปลเดิมพร้อมข้อกำหนดของปลายทางมาทางไลน์ ทีมงานจะบอกว่าใช้ซ้ำได้หรือควรทำใหม่ พร้อมเหตุผล
ให้ทีมงานจัดการให้ทั้งชุด
ถ้าไม่อยากไล่ขั้นตอนเอง ส่งไฟล์สแกนพร้อมชื่อหน่วยงานปลายทางมาทาง LINE ทีมงานจะตรวจเอกสาร วางลำดับงาน และแจ้งสิ่งที่ต้องเตรียมเพิ่มให้ก่อนเริ่มงานทุกครั้ง
ปรึกษาทาง LINE @NAATIบริการที่เกี่ยวข้อง
บทความที่เกี่ยวข้อง
ตรวจทานเนื้อหาเมื่อ สิงหาคม 2026 · บทความนี้อธิบายกระบวนการทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำด้านกฎหมายหรือการย้ายถิ่นฐาน โปรดตรวจสอบเงื่อนไขล่าสุดกับหน่วยงานปลายทาง






