
ทรานสคริปต์ เทียบกับ ใบปริญญา ควรแปลอะไรก่อน
คำตอบสั้น ๆ
ใบปริญญายืนยันว่าจบการศึกษาระดับใดจากสถาบันใด ส่วนทรานสคริปต์แสดงรายวิชา หน่วยกิต และผลการเรียนตลอดหลักสูตร หน่วยงานที่ประเมินคุณวุฒิมักต้องการทั้งคู่ และมักตรวจทรานสคริปต์ละเอียดกว่า จึงควรเตรียมทรานสคริปต์ให้ครบทุกหน้าเป็นอันดับแรก
ผู้ที่เตรียมเอกสารเพื่อเรียนต่อหรือประเมินคุณวุฒิมักส่งมาเฉพาะใบปริญญาเพราะเป็นแผ่นเดียวและดูเป็นทางการที่สุด แต่ข้อมูลที่ผู้ประเมินใช้จริงส่วนใหญ่อยู่ในทรานสคริปต์ บทความนี้เทียบสองเอกสารนี้ตามสิ่งที่ผู้ตรวจมองหา และเรียงลำดับการเตรียมให้ไม่ต้องส่งซ้ำ
เอกสารที่ต้องเตรียม
- ทรานสคริปต์ฉบับสมบูรณ์ทุกหน้า รวมด้านหลังที่มีคำอธิบายเกณฑ์การให้คะแนน
- ใบปริญญาหรือหนังสือรับรองการสำเร็จการศึกษา
- หนังสือรับรองสถานภาพนักศึกษา กรณียังไม่จบการศึกษา
- หน้าข้อมูลหนังสือเดินทาง เพื่อยึดการสะกดชื่อให้ตรงทุกฉบับ
- ข้อกำหนดของหน่วยงานผู้ประเมิน ว่าต้องการฉบับที่สถาบันส่งตรงหรือไม่
ขั้นตอนการดำเนินงาน
- 1รวบรวมทรานสคริปต์ให้ครบก่อน — ตรวจว่าทุกภาคการศึกษาปรากฏครบ และมีหน้าคำอธิบายเกณฑ์การให้คะแนนแนบมาด้วย
- 2ตรวจชื่อและวันที่ทุกฉบับ — เทียบชื่อ นามสกุล และวันเดือนปีในทุกฉบับกับหนังสือเดินทาง หากไม่ตรงต้องเตรียมเอกสารอธิบายไว้ล่วงหน้า
- 3แปลรับรองทั้งชุดพร้อมกัน — แปลทรานสคริปต์และใบปริญญาในคราวเดียวเพื่อให้คำศัพท์ ชื่อสถาบัน และชื่อหลักสูตรสอดคล้องกันทั้งชุด
- 4ตรวจข้อกำหนดการส่งของผู้ประเมิน — บางหน่วยงานต้องการให้สถาบันส่งเอกสารโดยตรง ให้ตรวจข้อกำหนดนี้ก่อนวางแผนวันยื่น
ข้อมูลที่ผู้ประเมินใช้จริง
ผู้ประเมินคุณวุฒิเทียบรายวิชา หน่วยกิต และระดับผลการเรียนกับกรอบมาตรฐานของประเทศปลายทาง ข้อมูลเหล่านี้อยู่ในทรานสคริปต์ทั้งหมด ใบปริญญาให้เพียงข้อสรุปว่าจบระดับใด
หน้าอธิบายเกณฑ์การให้คะแนนจึงสำคัญไม่แพ้ตารางคะแนน เพราะเป็นตัวบอกว่าเกรดที่ปรากฏหมายถึงอะไรในระบบของสถาบัน
เมื่อชื่อหลักสูตรแปลได้หลายแบบ
ชื่อหลักสูตรและชื่อวิชาบางรายการไม่มีคำแปลตรงตัว การแปลจึงต้องคงความหมายและระบุชื่อเดิมกำกับไว้เมื่อจำเป็น เพื่อให้ผู้ประเมินเทียบกลับไปยังต้นฉบับได้
การใช้คำศัพท์คนละแบบระหว่างทรานสคริปต์กับใบปริญญาทำให้เกิดคำถามโดยไม่จำเป็น การแปลพร้อมกันจึงช่วยลดความเสี่ยงนี้
ยังไม่จบการศึกษาแต่ต้องยื่นแล้ว
ในกรณีนี้มักใช้ทรานสคริปต์ปัจจุบันคู่กับหนังสือรับรองสถานภาพนักศึกษา และเปลี่ยนเป็นชุดสมบูรณ์เมื่อจบแล้ว ควรถามผู้รับเรื่องว่ายอมรับชุดชั่วคราวหรือไม่ก่อนจ่ายค่าดำเนินการ
ข้อควรระวัง
- อย่าส่งเฉพาะใบปริญญาเมื่อกระบวนการเป็นการประเมินคุณวุฒิ เพราะข้อมูลไม่พอให้ตรวจ
- อย่าลืมด้านหลังทรานสคริปต์ ซึ่งมักมีคำอธิบายเกณฑ์การให้คะแนน
- อย่าปล่อยให้ชื่อสถาบันในสองฉบับแปลไม่ตรงกัน
- ตรวจว่าผู้รับเรื่องต้องการฉบับที่สถาบันส่งตรงหรือไม่ ก่อนสั่งแปลชุดใหญ่
คำถามที่พบบ่อย
ต้องแปลทั้งสองฉบับเสมอไหม
ส่วนใหญ่ใช่ เมื่อเป็นการประเมินคุณวุฒิหรือสมัครเรียน หน่วยงานมักขอทั้งทรานสคริปต์และหลักฐานการสำเร็จการศึกษา
ทรานสคริปต์ภาษาอังกฤษจากสถาบันใช้ได้เลยไหม
ขึ้นกับผู้รับเรื่อง บางแห่งรับฉบับที่สถาบันออกเป็นภาษาอังกฤษโดยตรง บางแห่งยังต้องการคำแปลรับรอง ควรยืนยันก่อน
ชื่อในเอกสารการศึกษาไม่ตรงหนังสือเดินทางทำอย่างไร
เตรียมเอกสารที่แสดงความเชื่อมโยง เช่น หลักฐานการเปลี่ยนชื่อ และแจ้งผู้แปลไว้ล่วงหน้าเพื่อบันทึกเป็นหมายเหตุตามที่ปลายทางอนุญาต
ใช้เวลานานเท่าไร
ผันแปรตามจำนวนภาคการศึกษาและความหนาของทรานสคริปต์ ชุดที่มีหลายปีการศึกษาใช้เวลามากกว่าชุดสั้น
ให้ทีมงานตรวจชุดก่อนยื่นได้ไหม
ได้ ส่งไฟล์ทั้งชุดมาทางไลน์ ทีมงานจะตรวจความครบถ้วน ความสอดคล้องของชื่อ และแจ้งจุดที่ผู้ประเมินมักขอเพิ่ม
ให้ทีมงานจัดการให้ทั้งชุด
ถ้าไม่อยากไล่ขั้นตอนเอง ส่งไฟล์สแกนพร้อมชื่อหน่วยงานปลายทางมาทาง LINE ทีมงานจะตรวจเอกสาร วางลำดับงาน และแจ้งสิ่งที่ต้องเตรียมเพิ่มให้ก่อนเริ่มงานทุกครั้ง
ปรึกษาทาง LINE @NAATIบริการที่เกี่ยวข้อง
บทความที่เกี่ยวข้อง
ตรวจทานเนื้อหาเมื่อ สิงหาคม 2026 · บทความนี้อธิบายกระบวนการทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำด้านกฎหมายหรือการย้ายถิ่นฐาน โปรดตรวจสอบเงื่อนไขล่าสุดกับหน่วยงานปลายทาง






