แปลสูติบัตรรับรอง NAATI สำหรับยื่นหน่วยงานออสเตรเลีย
สูติบัตรเป็นเอกสารที่ถูกเรียกใช้บ่อยที่สุดในการยื่นวีซ่าออสเตรเลีย ทั้งวีซ่าคู่ครอง วีซ่าติดตามบุตร วีซ่าผู้ปกครอง และการยื่นขอสัญชาติ เนื่องจากใช้พิสูจน์ตัวตน วันเดือนปีเกิด และความสัมพันธ์ทางสายเลือดพร้อมกันในฉบับเดียว
คำตอบสั้น ๆ
สูติบัตรที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษต้องยื่นพร้อมคำแปลภาษาอังกฤษ หากแปลภายในประเทศออสเตรเลีย ผู้แปลต้องเป็นนักแปลที่ได้รับการรับรองจาก NAATI ในคู่ภาษานั้น หากแปลนอกประเทศออสเตรเลีย คำแปลต้องระบุชื่อ-นามสกุลเต็ม ที่อยู่ ข้อมูลติดต่อ และคุณสมบัติของผู้แปล ในทางปฏิบัติคำแปลรูปแบบ NAATI เป็นรูปแบบที่หน่วยงานคุ้นเคยและถูกตีกลับน้อยที่สุด
ใช้เอกสารนี้ในกรณีใดบ้าง
- วีซ่าคู่ครองและคู่หมั้น (Subclass 820/801, 309/100, 300) — ใช้พิสูจน์ตัวตนผู้สมัครและบุตร
- วีซ่าติดตามผู้ปกครองและวีซ่าครอบครัว (Subclass 143/173/103) — ใช้พิสูจน์ความสัมพันธ์พ่อแม่-ลูก
- วีซ่านักเรียนที่มีผู้ติดตามอายุต่ำกว่า 18 ปี (Subclass 500/590)
- การยื่นขอสัญชาติออสเตรเลียและการขอ Australian passport ให้บุตร
- การจดทะเบียนเรียนของบุตรกับโรงเรียนหรือหน่วยงานของรัฐในออสเตรเลีย
ต้นฉบับที่ควรใช้ส่งแปล
- สูติบัตรฉบับจริง หรือฉบับคัดสำเนาที่นายทะเบียนรับรองใหม่ (ไม่ควรใช้สำเนาถ่ายเอกสารที่ไม่มีการรับรอง)
- หากสูติบัตรเดิมชำรุดหรือสูญหาย ขอหนังสือรับรองการเกิด (ท.ร. 1/1 หรือแบบที่นายทะเบียนออกให้) จากสำนักทะเบียนอำเภอหรือเขต
- หน้าหนังสือเดินทางของเจ้าของเอกสาร เพื่อให้การสะกดชื่อภาษาอังกฤษบนคำแปลตรงกับเอกสารเดินทาง
เช็กลิสต์เตรียมไฟล์ก่อนส่งแปล
- 1สแกนสีที่ความละเอียดอย่างน้อย 300 dpi ให้เห็นขอบกระดาษครบทุกด้าน
- 2ถ่าย/สแกนด้านหลังด้วยเสมอ หากมีตราประทับ ลายเซ็นนายทะเบียน หรือบันทึกเพิ่มเติม
- 3ตรวจว่าเลขที่เอกสาร วันที่ออก และชื่อสำนักทะเบียนอ่านออกชัดเจน
- 4แจ้งการสะกดชื่อภาษาอังกฤษตามหนังสือเดินทางของทุกคนที่ปรากฏในเอกสาร (เจ้าของสูติบัตร บิดา มารดา)
- 5แจ้งหน่วยงานปลายทางที่จะยื่น เพื่อเลือกชนิดตราประทับ (ดิจิทัลหรือกระดาษ) ให้ถูกต้อง
ข้อผิดพลาดที่ทำให้คำแปลถูกตีกลับ
- สะกดชื่อบนคำแปลไม่ตรงกับหนังสือเดินทาง — เป็นสาเหตุการตีกลับอันดับต้น ๆ ควรส่งหน้าพาสปอร์ตมาพร้อมกันเสมอ
- ส่งเฉพาะด้านหน้า ทำให้ตราประทับหรือรายการแก้ไขด้านหลังหายไปจากคำแปล
- ใช้สำเนาถ่ายเอกสารที่ไม่มีการรับรอง ทำให้หน่วยงานปลายทางตั้งข้อสงสัยในความถูกต้องของต้นฉบับ
- พิมพ์ไฟล์ PDF ที่มีลายเซ็นดิจิทัลออกแล้วสแกนใหม่ ทำให้ระบบตรวจสอบลายเซ็นไม่ผ่าน ควรยื่นไฟล์ต้นฉบับที่ได้รับ
คำถามที่พบบ่อย
แปลสูติบัตรต้องรับรองกงสุลหรือทำ Apostille ด้วยไหม
โดยทั่วไปการยื่นกับหน่วยงานออสเตรเลียใช้เพียงคำแปลพร้อมคำรับรองของผู้แปล ไม่ได้บังคับให้ผ่านนิติกรณ์กรมการกงสุลหรือ Apostille แต่หากนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น เช่น จดทะเบียนเหตุการณ์ทางทะเบียนราษฎรในต่างประเทศหรือคดีความ ควรยืนยันกับหน่วยงานผู้รับก่อน
สูติบัตรที่ออกโดยประเทศอื่นที่ไม่ใช่ไทย แปลได้หรือไม่
ได้ เรารับเอกสารจากทุกประเทศผ่านเครือข่ายนักแปลที่ได้รับการรับรองในคู่ภาษานั้น หากคู่ภาษาใดยังไม่มีนักแปลที่ได้รับการรับรอง เราจะแจ้งล่วงหน้าและเสนอแนวทางที่หน่วยงานปลายทางยอมรับ
ต้องส่งสูติบัตรฉบับจริงทางไปรษณีย์ไหม
ไม่จำเป็นสำหรับการแปล เราใช้ไฟล์สแกนคุณภาพดีได้ ยกเว้นกรณีที่หน่วยงานปลายทางระบุว่าต้องแนบสำเนาต้นฉบับที่รับรองพร้อมคำแปลฉบับกระดาษ
ส่งเอกสารให้ทีมงานตรวจก่อนเริ่มงาน
ส่งไฟล์สแกนพร้อมแจ้งหน่วยงานปลายทางทาง LINE ทีมงานจะยืนยันคู่ภาษา รูปแบบตราประทับ และระยะเวลาดำเนินการก่อนเริ่มงานเสมอ
ปรึกษาทาง LINE @NAATIคู่มือที่เกี่ยวข้อง
ข้อมูลตรวจทานเมื่อ กรกฎาคม 2569 · เนื้อหานี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการเตรียมเอกสาร ไม่ใช่คำแนะนำด้านกฎหมายหรือการย้ายถิ่นฐาน โปรดตรวจสอบเงื่อนไขล่าสุดกับหน่วยงานปลายทาง เช่น immi.homeaffairs.gov.au และ naati.com.au