จดทะเบียนสมรสกับชาวต่างชาติในไทย: หนังสือรับรองสถานภาพ คำแปล และนิติกรณ์

สรุปสั้น

คู่ไทย–ต่างชาติที่จดทะเบียนในไทย โดยทั่วไปฝ่ายต่างชาติต้องขอหนังสือรับรองสถานภาพการสมรสจากสถานทูตหรือสถานกงสุลของประเทศตนในไทย แล้วนำมาแปลเป็นภาษาไทยและยื่นรับรองคำแปลที่กรมการกงสุล จากนั้นจึงนำไปยื่นต่อนายทะเบียนพร้อมเอกสารประจำตัวของทั้งสองฝ่าย ชื่อเรียกเอกสารและเงื่อนไขต่างกันตามประเทศ

ใครต้องใช้ขั้นตอนนี้

  • คู่สมรสไทย–ต่างชาติที่ต้องการจดทะเบียนตามกฎหมายไทย
  • ผู้ที่จะยื่นวีซ่าคู่ครองของประเทศคู่สมรสหลังจดทะเบียนในไทย
  • ผู้ที่ต้องการให้การสมรสในไทยได้รับการรับรองในประเทศของคู่สมรส

เอกสารที่ต้องเตรียม

  • หนังสือเดินทางของฝ่ายต่างชาติ (และหลักฐานการเข้าเมืองตามที่นายทะเบียนขอ)
  • หนังสือรับรองสถานภาพการสมรสจากสถานทูตของประเทศฝ่ายต่างชาติในไทย
  • คำแปลภาษาไทยของหนังสือรับรอง พร้อมการรับรองคำแปลจากกรมการกงสุล
  • บัตรประจำตัวประชาชนและทะเบียนบ้านของฝ่ายไทย
  • หลักฐานการสิ้นสุดการสมรสเดิมของทั้งสองฝ่าย (ถ้ามี)

ขั้นตอนโดยลำดับ

  1. 1. ตรวจคุณสมบัติและเอกสารประจำตัว

    ทั้งสองฝ่ายต้องมีคุณสมบัติตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เตรียมบัตรประจำตัวประชาชนและทะเบียนบ้านสำหรับคนไทย และหนังสือเดินทางสำหรับชาวต่างชาติ พร้อมหลักฐานการสิ้นสุดการสมรสเดิมหากเคยสมรส

  2. 2. ขอหนังสือรับรองสถานภาพจากสถานทูตของฝ่ายต่างชาติ

    ฝ่ายต่างชาติติดต่อสถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลของประเทศตนในไทย เพื่อขอหนังสือรับรองว่ามีคุณสมบัติสมรสได้ ชื่อเรียกและขั้นตอนต่างกันในแต่ละประเทศ ควรตรวจสอบจากเว็บไซต์ของสถานทูตนั้นโดยตรง

  3. 3. แปลเอกสารเป็นภาษาไทยและยื่นนิติกรณ์กรมการกงสุล

    นำหนังสือรับรองจากสถานทูตไปแปลเป็นภาษาไทยให้ครบทั้งฉบับ แล้วยื่นรับรองคำแปลที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล ตามช่องทางและเงื่อนไขที่ประกาศไว้ในเว็บไซต์ของกรมการกงสุล

  4. 4. ยื่นจดทะเบียนที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือสำนักงานเขต

    คู่สมรสไปแสดงตนพร้อมพยานตามที่นายทะเบียนกำหนด หากฝ่ายใดสื่อสารภาษาไทยไม่ได้ นายทะเบียนอาจให้จัดหาล่ามมาด้วย เมื่อจดเสร็จจะได้รับ คร.2 และ คร.3

  5. 5. แปลเอกสารสมรสเพื่อใช้ในต่างประเทศ

    หากต้องนำไปยื่นหน่วยงานต่างประเทศ ให้คัดสำเนาฉบับใหม่จากสำนักทะเบียน แล้วแปลตามระบบที่ปลายทางกำหนด เช่น สำหรับหน่วยงานออสเตรเลียคือคำแปลตามเงื่อนไขของหน่วยงานนั้น ซึ่งคำแปลที่ทำในออสเตรเลียต้องมาจากนักแปลที่ได้รับการรับรองจาก NAATI

ข้อควรระวัง

  • แต่ละสถานทูตเรียกชื่อเอกสารต่างกัน เช่น affirmation, statutory declaration หรือ certificate of no impediment ควรอ่านหน้าเว็บไซต์ของสถานทูตนั้นโดยตรง
  • หนังสือรับรองสถานภาพมักมีอายุการใช้งาน ต้องวางแผนขั้นตอนแปลและนิติกรณ์ให้ทันวันยื่น
  • การจดทะเบียนในไทยไม่ได้แปลว่าประเทศของคู่สมรสจะบันทึกให้อัตโนมัติ หลายประเทศต้องแจ้งหรือขึ้นทะเบียนเพิ่ม

คำถามที่พบบ่อย

ฝ่ายต่างชาติต้องมีวีซ่าประเภทใดจึงจดทะเบียนได้

กฎหมายทะเบียนครอบครัวเน้นคุณสมบัติของการสมรสและการแสดงตน ไม่ใช่ประเภทวีซ่าเป็นการเฉพาะ แต่ในทางปฏิบัตินายทะเบียนอาจขอดูหลักฐานการเข้าเมืองที่ถูกต้อง ควรสอบถามสำนักทะเบียนที่จะยื่นล่วงหน้า

ทำไมต้องรับรองคำแปลที่กรมการกงสุล

นายทะเบียนต้องใช้เอกสารภาษาไทยที่ตรวจสอบได้ การรับรองคำแปลของกองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล เป็นการยืนยันว่าคำแปลตรงกับต้นฉบับตามระเบียบที่ประกาศไว้ จึงเป็นเงื่อนไขที่สำนักทะเบียนส่วนใหญ่กำหนด

คู่สมรสอยู่ต่างประเทศ ทำล่วงหน้าได้ไหม

บางประเทศออกหนังสือรับรองสถานภาพให้จากหน่วยงานในประเทศตนได้ แต่เมื่อนำเข้ามาใช้ในไทยมักต้องผ่านการรับรองตามลำดับที่กำหนด เช่น รับรองโดยหน่วยงานของประเทศนั้นและสถานเอกอัครราชทูตไทย ก่อนนำมาแปลและยื่นนิติกรณ์ ควรตรวจสอบเป็นรายประเทศ

ต้องมีสินสมรสหรือทำสัญญาก่อนสมรสหรือไม่

การทำสัญญาก่อนสมรสเป็นทางเลือก หากต้องการให้มีผล ต้องจดแจ้งพร้อมการจดทะเบียนสมรสตามที่กฎหมายกำหนด ควรปรึกษาทนายความก่อนวันจด เพราะแก้ไขภายหลังทำได้ยาก

จดทะเบียนแล้วฝ่ายต่างชาติได้สิทธิอยู่ในไทยทันทีไหม

ไม่ การสมรสเป็นสถานะทางครอบครัว ส่วนสิทธิการพำนักเป็นเรื่องของกฎหมายคนเข้าเมืองที่ต้องยื่นขอแยกต่างหากตามหลักเกณฑ์ของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง

เอกสารสมรสไทยใช้ในประเทศของคู่สมรสได้เลยหรือไม่

ต้องดูเงื่อนไขของประเทศนั้น หลายประเทศขอให้แปลเป็นภาษาราชการของตนและผ่านการรับรองตามลำดับ เช่น นิติกรณ์กรมการกงสุลแล้วรับรองที่สถานทูตของประเทศนั้นในไทย

สถานการณ์อื่นและเรื่องที่เกี่ยวข้อง

แหล่งอ้างอิงทางการ

กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ

ทบทวนเนื้อหาล่าสุด: สิงหาคม 2569 · สอบถามค่าบริการได้ที่ 080-557-8887 · contact@ilc.company