แปลหนังสือรับรองความประพฤติเป็นภาษาอังกฤษเพื่อยื่นหน่วยงานออสเตรเลีย
สรุปสั้น
คำแปลหนังสือรับรองความประพฤติที่ยื่นต่อหน่วยงานออสเตรเลียต้องครอบคลุมข้อความทั้งฉบับ รวมตราประทับ เลขที่หนังสือ และหมายเหตุ พร้อมคำรับรองของนักแปล สำหรับคำแปลที่จัดทำในออสเตรเลีย หน่วยงานกำหนดให้ใช้นักแปลที่ได้รับการรับรองจาก NAATI ส่วนคำแปลที่จัดทำนอกออสเตรเลียให้ระบุชื่อเต็ม ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ และคุณวุฒิของนักแปลไว้บนคำแปล
ใครต้องใช้เอกสารนี้
- • ผู้ยื่นวีซ่าออสเตรเลียทุกกลุ่มที่ต้องแนบเอกสารตรวจประวัติ
- • ผู้ยื่นประเมินคุณวุฒิหรือขึ้นทะเบียนวิชาชีพในออสเตรเลีย
- • ผู้ที่ถูกขอเอกสารเพิ่มเติมเพราะคำแปลเดิมไม่ครบหรือรูปแบบไม่ตรงเงื่อนไข
เอกสารที่ต้องเตรียม
- • ไฟล์สแกนสีของหนังสือรับรองความประพฤติฉบับจริง ครบทุกหน้าและทุกด้านที่มีข้อความ
- • สำเนาหน้าหนังสือเดินทางเพื่อใช้ยืนยันการสะกดชื่อ
- • ชื่อหน่วยงานปลายทางและข้อกำหนดคำแปลที่หน่วยงานนั้นระบุ (ถ้ามี)
ขั้นตอนโดยลำดับ
1. ตรวจข้อกำหนดของหน่วยงานที่จะยื่น
อ่านหน้าข้อกำหนดเอกสารของหน่วยงานปลายทางว่าระบุรูปแบบคำแปลอย่างไร บางหน่วยงานระบุเจาะจงถึงระบบ NAATI บางหน่วยงานระบุเพียงว่าเป็นนักแปลที่ได้รับการรับรอง
2. เตรียมไฟล์สแกนคุณภาพสูง
สแกนสีอย่างน้อย 300 dpi ตรงมุม ไม่มีเงาหรือส่วนที่ถูกบัง ตราประทับและลายมือชื่อต้องอ่านออก ถ้าเอกสารมีข้อความด้านหลังให้สแกนด้วย
3. ยืนยันการสะกดชื่อและคำเฉพาะ
แจ้งการสะกดชื่อ-นามสกุลตามหนังสือเดินทาง รวมถึงชื่อหน่วยงานหรือยศตำแหน่งที่ต้องการให้สอดคล้องกับเอกสารอื่นในชุดเดียวกัน
4. ตรวจร่างคำแปลก่อนออกฉบับสมบูรณ์
ตรวจตัวเลข วันที่ เลขที่หนังสือ และชื่อทุกจุด เมื่อยืนยันแล้วจึงออกไฟล์คำแปลพร้อมคำรับรองและตราประทับของนักแปล
5. ยื่นคำแปลคู่กับสำเนาต้นฉบับ
อัปโหลดคำแปลพร้อมสำเนาต้นฉบับที่ใช้เป็นต้นทางในไฟล์เดียวกันหรือคู่กันตามที่ระบบกำหนด เพื่อให้เจ้าหน้าที่เทียบได้ทันที
จุดที่มักถูกตีกลับ
- • ยื่นคำแปลโดยไม่แนบสำเนาต้นฉบับ ทำให้เจ้าหน้าที่เทียบเอกสารไม่ได้
- • คำแปลไม่มีรายละเอียดผู้แปลตามที่หน่วยงานกำหนดสำหรับคำแปลที่ทำนอกออสเตรเลีย
- • แปลเฉพาะเนื้อความหลักแต่ตกข้อความในตราประทับหรือหมายเหตุท้ายเอกสาร
- • รวมไฟล์หลายเอกสารเป็น PDF เดียวโดยไม่เรียงลำดับ ทำให้ระบบหรือเจ้าหน้าที่หาเอกสารไม่เจอ
คำถามที่พบบ่อย
ต้องใช้นักแปล NAATI เสมอไหม
สำหรับคำแปลที่จัดทำในออสเตรเลีย หน่วยงานกำหนดให้ใช้นักแปลที่ NAATI รับรอง ส่วนคำแปลที่จัดทำนอกออสเตรเลียให้ระบุรายละเอียดและคุณวุฒิของนักแปลไว้บนคำแปล การใช้นักแปลที่ NAATI รับรองจึงเป็นทางเลือกที่สอดคล้องกับข้อกำหนดในทั้งสองกรณี
คำแปลต้องมีอะไรบ้าง
โดยทั่วไปต้องมีเนื้อความครบทั้งฉบับ ข้อความในตราประทับ เลขที่เอกสาร วันที่ คำรับรองความถูกต้องของนักแปล ชื่อและรายละเอียดติดต่อของนักแปล พร้อมข้อมูลคุณวุฒิหรือหมายเลขการรับรอง
ส่งไฟล์สแกนอย่างเดียวพอไหม
สำหรับการจัดทำคำแปลโดยทั่วไปเพียงพอ หากไฟล์คมชัดครบถ้วน แต่หน่วยงานปลายทางอาจขอให้แสดงฉบับจริงในภายหลังตามกระบวนการของตน
ใช้เวลาแปลนานเท่าไร
โดยทั่วไป 1–3 วันทำการต่อชุด ขึ้นกับจำนวนหน้าและความชัดของไฟล์ที่ส่งมา หากมีกำหนดยื่นควรแจ้งล่วงหน้าเพื่อวางแผนคิวงาน
คำแปลดิจิทัลกับฉบับพิมพ์ต่างกันไหม
ต่างกันที่รูปแบบการส่งมอบ ระบบยื่นออนไลน์ส่วนใหญ่รับไฟล์ PDF ที่มีลายมือชื่อและตราประทับของนักแปล ส่วนบางกระบวนการที่ยื่นเอกสารกระดาษอาจขอฉบับพิมพ์
แก้ชื่อในคำแปลให้ตรงพาสปอร์ตได้ไหม
คำแปลต้องตรงกับต้นฉบับ หากการสะกดต่างกันจะแสดงตามต้นฉบับและอาจระบุหมายเหตุอ้างอิงได้เท่าที่ข้อเท็จจริงรองรับ การแก้ให้ตรงพาสปอร์ตต้องแก้ที่ต้นฉบับกับหน่วยงานผู้ออก
ต้องนิติกรณ์เพิ่มไหม
ขึ้นกับหน่วยงานปลายทาง หลายกระบวนการของออสเตรเลียไม่ได้กำหนดนิติกรณ์สำหรับคำแปล แต่ถ้าเอกสารจะถูกใช้ต่อในประเทศอื่นอาจต้องผ่านกรมการกงสุลหรือสถานทูตเพิ่ม
อ่านต่อในเรื่องที่เกี่ยวข้อง
ทบทวนเนื้อหาล่าสุด: สิงหาคม 2569