เอกสารต่างประเทศที่มี Apostille นำมาใช้ในประเทศไทย
สรุปสั้น
ก่อนวันที่อนุสัญญามีผลกับไทย เอกสารต่างประเทศยังต้องผ่านการรับรองจากหน่วยงานของประเทศนั้นและสถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลไทยในประเทศนั้น ก่อนนำมายื่นรับรองต่อที่กรมการกงสุล เมื่ออนุสัญญามีผลแล้ว เอกสารที่มี Apostille จากประเทศภาคีจะลดขั้นตอนลง แต่หน่วยงานไทยยังกำหนดให้มีคำแปลภาษาไทยที่ผ่านการรับรองตามระเบียบของหน่วยงานนั้น
ตรวจว่าประเทศต้นทางเป็นภาคีจริงหรือไม่
สถานะภาคีและวันที่มีผลของแต่ละประเทศดูได้จากตาราง Status table ของ HCCH ซึ่งเป็นแหล่งอ้างอิงทางการ อย่าอาศัยข้อมูลจากเว็บไซต์ผู้ให้บริการเพียงอย่างเดียว
คำแปลภาษาไทยยังจำเป็น
หน่วยงานไทยส่วนใหญ่ต้องการคำแปลภาษาไทยพร้อมการรับรองตามระเบียบ เช่น การรับรองคำแปลที่กรมการกงสุล ให้ตรวจกับหน่วยงานที่รับเรื่องว่ารูปแบบใดที่ยอมรับ
เก็บสำเนาและหมายเลขอ้างอิง
ใบ Apostille มีหมายเลขทะเบียนที่ตรวจสอบย้อนหลังได้กับหน่วยงานผู้ออก เก็บสำเนาไว้ทั้งชุดเผื่อกรณีหน่วยงานปลายทางขอตรวจสอบเพิ่มเติม
ข้อมูลตรวจทานเมื่อ สิงหาคม 2569 · อ้างอิง กรมการกงสุล — การยื่นภาคยานุวัติสาร ณ กรุงเฮก (1 ก.ค. 2569) และ HCCH — Apostille Section · เนื้อหานี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายเฉพาะราย สอบถามรายละเอียดบริการทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล






