ควรรอให้ Apostille มีผลก่อนหรือดำเนินการตามเส้นทางเดิม
ถ้ามีกำหนดยื่นในระยะใกล้ ควรใช้เส้นทางที่หน่วยงานปลายทางรับในปัจจุบัน ส่วนงานที่ยังไม่มีกำหนดชัดเจน สามารถรอดูประกาศทางการเพื่อลดขั้นตอนได้ ทั้งนี้ควรยืนยันกับปลายทางเป็นรายกรณี

ทีมงานและใบอนุญาตจริง
งานรับรองเอกสารของเราดำเนินการโดยทนายความที่ขึ้นทะเบียนเป็นทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสารกับสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ ตามข้อบังคับสภาทนายความว่าด้วยการขึ้นทะเบียนทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร พ.ศ. 2551 ภาพใบอนุญาตด้านล่างปิดบังเลขที่ใบอนุญาตและข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อความปลอดภัยของข้อมูล ตรวจสอบตัวจริงได้เมื่อเข้ารับบริการ

ทนายอนุตรีย์

ทนายจิรพันธ์

ทนายจิรศักดิ์

ทนายปฏิภาณ

ทนายวราวุธ

ทนายวิวัฒน์
ออกโดยสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ · ปิดบังข้อมูลส่วนบุคคลบางส่วน

คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้ไทยเข้าเป็นภาคีอนุสัญญา Apostille เมื่อ 9 ธันวาคม 2568 และเอกอัครราชทูต ณ กรุงเฮก ยื่นภาคยานุวัติสารเมื่อ 30 มิถุนายน 2569 จากนั้นเข้าสู่ช่วงรับฟังข้อขัดข้องจากรัฐภาคี 8 เดือน โดยอนุสัญญามีผลสมบูรณ์และบังคับใช้กับไทยตั้งแต่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 เป็นต้นไป
เอกสารไทยยังใช้เส้นทางเดิม คือรับรองนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล แล้วนำไปรับรองต่อที่สถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลของประเทศปลายทางในไทยหากปลายทางกำหนด อย่าเลื่อนงานที่มีกำหนดยื่นก่อนวันดังกล่าวเพื่อรอ Apostille
ให้ตรวจประกาศของกรมการกงสุลว่าเอกสารประเภทใดขอ Apostille ได้ ช่องทางยื่นแบบใด ค่าธรรมเนียมและรอบเวลาเท่าใด เพราะรายละเอียดปฏิบัติจะประกาศโดยหน่วยงานผู้มีอำนาจ ไม่ใช่โดยผู้ให้บริการแปล
ออสเตรเลียเป็นภาคีอนุสัญญาอยู่ก่อนแล้ว โดย DFAT เป็นผู้ออก Apostille ให้เอกสารออสเตรเลีย เมื่ออนุสัญญามีผลกับไทย เอกสารไทยที่ได้รับ Apostille จะใช้กับหน่วยงานออสเตรเลียได้โดยไม่ต้องรับรองซ้ำที่สถานทูต แต่ข้อกำหนดเรื่อง 'คำแปล' ยังเป็นคนละเรื่อง หน่วยงานส่วนใหญ่ยังกำหนดคำแปลจากผู้แปลที่ได้รับการรับรอง NAATI
ข้อมูลตรวจทานเมื่อ สิงหาคม 2569 · อ้างอิง กรมการกงสุล — การยื่นภาคยานุวัติสาร ณ กรุงเฮก (1 ก.ค. 2569) และ HCCH — Apostille Section · เนื้อหานี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายเฉพาะราย สอบถามรายละเอียดบริการทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล
ช่วงเปลี่ยนผ่านคือช่วงที่ต้องวางแผนอย่างระมัดระวังที่สุด เพราะเอกสารที่เตรียมก่อนวันที่อนุสัญญามีผลบังคับใช้ยังเดินตามเส้นทางรับรองแบบเดิม ขณะที่หน่วยงานปลายทางบางแห่งอาจเริ่มประกาศแนวปฏิบัติใหม่ไว้ล่วงหน้า แนวทางที่ปลอดภัยคือยึดประกาศทางการของกรมการกงสุลและของหน่วยงานปลายทางเป็นหลัก และเผื่อเวลาสำหรับกรณีที่ต้องปรับรูปแบบเอกสาร
ถ้ามีกำหนดยื่นในระยะใกล้ ควรใช้เส้นทางที่หน่วยงานปลายทางรับในปัจจุบัน ส่วนงานที่ยังไม่มีกำหนดชัดเจน สามารถรอดูประกาศทางการเพื่อลดขั้นตอนได้ ทั้งนี้ควรยืนยันกับปลายทางเป็นรายกรณี
โดยทั่วไปเอกสารที่รับรองถูกต้องตามระเบียบในขณะนั้นยังใช้ได้ตามที่หน่วยงานปลายทางกำหนด แต่หากปลายทางประกาศรูปแบบใหม่ อาจต้องดำเนินการเพิ่ม จึงควรตรวจสอบก่อนถึงกำหนดยื่น
ควรติดตามประกาศของกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ และหน้าเว็บของ HCCH ซึ่งเผยแพร่สถานะการเข้าเป็นภาคีและวันที่มีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการ
มีผลน้อยกว่าที่คิด เพราะข้อกำหนดเรื่องภาษาและรูปแบบคำแปลเป็นของหน่วยงานปลายทาง ไม่ได้เปลี่ยนตามระบบรับรอง สิ่งที่เปลี่ยนคือจำนวนชั้นของการรับรองเอกสารต้นทาง
ตรวจทานเนื้อหาเมื่อ สิงหาคม 2026 · เงื่อนไขของหน่วยงานเปลี่ยนแปลงได้ โปรดยืนยันกับหน่วยงานปลายทางก่อนยื่น
ข้อมูลในหน้านี้อ้างอิงจากหน่วยงานทางการด้านล่าง ตรวจทานเมื่อ สิงหาคม 2026 — หลักเกณฑ์เปลี่ยนแปลงได้ โปรดยืนยันกับหน่วยงานปลายทางก่อนยื่นทุกครั้ง