Apostille กับ Legalisation ต่างกันอย่างไร เลือกเส้นทางไหน
สรุปสั้น
Apostille เป็นการรับรองขั้นตอนเดียวที่ใช้ได้ระหว่างประเทศภาคีด้วยกัน ส่วน Legalisation เป็นการรับรองหลายชั้น คือกรมการกงสุลรับรองก่อน แล้วสถานทูตของประเทศปลายทางรับรองต่อ ทั้งสองระบบรับรองเพียงลายมือชื่อและตราประทับ ไม่ได้รับรองว่าเนื้อหาในเอกสารเป็นความจริง
เมื่อไรยังต้องใช้ Legalisation
เมื่อประเทศปลายทางไม่ใช่ภาคีอนุสัญญา เมื่ออนุสัญญายังไม่มีผลกับประเทศต้นทาง หรือเมื่อรัฐภาคีคัดค้านการเข้าเป็นภาคีของอีกประเทศหนึ่ง ทำให้อนุสัญญาไม่มีผลระหว่างสองประเทศนั้น กรณีเช่นนี้ต้องกลับไปใช้เส้นทางรับรองแบบเดิม
จำนวนขั้นตอนและการวางแผนเวลา
เส้นทางเดิมมีอย่างน้อยสองด่าน จึงต้องเผื่อรอบเวลาของทั้งกรมการกงสุลและสถานทูต ส่วน Apostille ลดเหลือด่านเดียว แต่รอบเวลาจริงยังผันแปรตามประกาศของหน่วยงาน ควรตรวจก่อนกำหนดวันยื่น
สิ่งที่ทั้งสองระบบไม่ได้ทำให้
ไม่ได้แปลเอกสารให้ ไม่ได้ตรวจว่าเนื้อหาถูกต้อง และไม่ได้รับประกันว่าหน่วยงานปลายทางจะรับเอกสาร การพิจารณาเป็นดุลพินิจของหน่วยงานผู้รับเรื่องเสมอ
ข้อมูลตรวจทานเมื่อ สิงหาคม 2569 · อ้างอิง กรมการกงสุล — การยื่นภาคยานุวัติสาร ณ กรุงเฮก (1 ก.ค. 2569) และ HCCH — Apostille Section · เนื้อหานี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายเฉพาะราย สอบถามรายละเอียดบริการทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล






